บันเทิง

รัก7ปีดี7หนกับคนทำหนังรักดี7ปี

รัก7ปีดี7หนกับคนทำหนังรักดี7ปี

03 ส.ค. 2555

รัก7ปีดี7หนกับคนทำหนังรักดี7ปี : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... องอาจ สิงห์ลำพอง

          การที่จะบอกว่าภาพยนตร์เรื่องใดดีหรือไม่ มันขึ้นอยู่กับการคาดหวัง รสนิยมและประสบการณ์ร่วมของผู้ชมแต่ละคน แต่สำหรับผมแล้วการจะชอบภาพยนตร์เรื่องใดนั้น มันขึ้นอยู่กับผมได้รับข้อคิดอะไรจากภาพยนตร์เพื่อมาสอนใจตนเอง เข้าใจชีวิตและสังคมรอบตัวเราได้มากยิ่งขึ้น
 
          รัก 7 ปี ดี 7 หน เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องหนึ่งที่ผมเก็บเกี่ยวข้อคิดที่ได้จากการชมไว้ได้มากมาย โครงเรื่องประกอบด้วย 3 เรื่องย่อยที่มีเรื่องของอายุที่หารด้วย 7 ตัวเลขของการเปลี่ยนแปลงได้ลงตัว โดยมีแก่นหลักของเรื่องที่ยึดทั้งสามเรื่องย่อยไว้ คือ “ชีวิตของคนกับการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญ เพียงแค่เปิดใจรับแล้วก้าวผ่านไปกับมันให้ได้” ในตอนที่ 1 คือ ตอน 14 เป็นการแทนถึงชีวิตของวัยรุ่นที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกของโซเชียลมีเดีย ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จนจัดการมันไม่ได้และใช้มันกับความรักไม่เป็น เพราะเทคโนโลยี(วัตถุ)กับความรู้สึก(จิต) มันเหมือนเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกัน ส่วนในตอนที่ 2 คือ 21/28 เป็นการแทนชีวิตของการเริ่มใช้ชีวิตคู่ของคน เมื่อชีวิตเราโตขึ้น เรามองโลกต่างกัน แล้วเมื่อทุกอย่างเปลี่ยนแปลง แต่เราไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนตามโลกไปด้วยกัน เมื่ออยู่ด้วยกันไม่ได้ เราก็ต้องจากกันไป แต่หาก 7 ปีต่อมา ถ้าเรายังรักกันแล้วพร้อมที่จะก้าวข้ามมันด้วยกันอีกครั้ง คงต้องตอบคำถามนี้ให้ได้ว่า “เราจะกลับมารักกันได้ไหม?”
 
          ตอนที่ 3 คือตอน 42.195 ที่มาจากระยะการวิ่งของเฟดิปพิดีสที่วิ่งจากทุ่งมาราธอนไปยังเอเธนส์ เพื่อบอกข่าวว่ากรีกชนะชาวเปอร์เซียผู้รุกรานแล้วนั่นเอง สำหรับผมแล้ว ตอนที่ 3 เป็นตอนที่ผมประทับใจที่สุด คุณจิระ ผู้กำกับภาพยนตร์ ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ผมว่ามันมาจากการตกผลึกทางความคิดของผู้กำกับ มันเต็มไปด้วยปรัชญาตามวัยของเรื่องที่พอดี สวยงาม ซาบซึ้ง กินใจที่สุด ผู้ชมจะไม่มีวันชอบตอนนี้เลยถ้าไม่สามารถเข้าถึงปรัชญาความคิดของมันได้ เช่นคำพูดที่นิชคุณพูดกับสู่ขวัญ "ถ้าคุณอยากจะวิ่ง คุณวิ่งกิโลเดียวก็พอ แต่ถ้าคุณอยากจะพบชีวิตใหม่ละก็ คุณค่อยมาวิ่งมาราธอน" ภาพยนตร์ต้องการสื่อว่า หากไม่คิดจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ก็จงใช้ชีวิตแบบที่เคยๆ ต่อไป แต่ถ้าอยากจะพบชีวิตใหม่ คุณต้องหมั่นฝึกฝน  มุ่งมั่น อดทน พัฒนา เพื่อความพร้อมทั้งกาย ใจ แล้วก้าวไปสู่ชีวิตใหม่ที่ดีกว่าในวันข้างหน้า ทุกคนมีโอกาสสัมผัสความสุข ลิ้มรสความสมหวังจากสิ่งที่เราเพียรพยายามเท่ากัน เพราะเส้นชัยที่คาดอยู่นั้นมีไว้สำหรับทุกคน อยู่ที่ระหว่างก่อนวิ่ง ขณะวิ่ง เราสามารถเอาชนะสิ่งที่พยายามบอกให้ยอมแพ้ ให้หยุด แล้วเราจะก้าวข้ามเอาชนะเหตุผลต่างๆ ที่ตอกย้ำให้เราแพ้ได้อย่างไร แล้วอะไรเล่าที่ทำให้เราไม่แพ้ จึงเกิดคำถามชวนคิดว่า “คุณคิดอะไร ...ตอนที่คุณวิ่งมาราธอน?” อีกหนึ่งคำถามที่หลายคนสงสัยว่าช่วงชีวิต 35 หายไปไหน มันก็อยู่ในช่วงที่ปีศาจพยายามถามเราทุกคนแหละว่า “เจ้ากำลังทำอะไรอยู่” เพราะถือว่าเป็นช่วงที่เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิตคนที่หยุดไม่ได้ เราพร้อมที่จะประสบความสำเร็จ และล้มเหลวได้ในเวลาเดียวกัน ถ้าวิ่งต้องวิ่งต่อ เพราะหากหยุดเมื่อไร อนาคตของคุณจะล้มไม่ต้องลุกเลยทีเดียว          เลขเจ้าปัญหาของเรื่องคือ 7 โดยหลักของการวิ่ง คือมองไปข้างหน้า 7 ฟุต มันสอนให้รู้ว่า 7 ฟุตถ้ามองไปแล้วไม่เจอใคร อีกไม่นานเราก็จะเจอตัวเราเองที่วิ่งผ่านไป อีก 7 ปี ถ้าเรามองไม่เห็นใครข้างหน้าเหตุเพราะเราคิดถึงแต่ตัวเอง ไม่เปิดประตูรับใครเข้ามา เราก็จะเห็นแต่ตัวเราเองที่ไม่มีใครคอยอยู่ข้างหน้าหรือวิ่งตามหลังมา และนั่นกำลังจะบอกได้ว่า “เราไม่มีใครเลยในชีวิต” แล้วคุณละ อยากจะมองไปข้างหน้าเจอใคร?..คนที่คุณรัก...หรือ...ตัวคุณเอง
.......................................
(หมายเหตุ รัก7ปีดี7หนกับคนทำหนังรักดี7ปี : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... องอาจ สิงห์ลำพอง)