
The Dark Knight Rises: เมื่อวันที่ไร้ฮีโร่
The Dark Knight Rises: เมื่อวันที่ไร้ฮีโร่ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... องอาจ สิงห์ลำพอง
ใครที่เคยมุ่งหวังกับแบทแมน ในรูปแบบของซูเปอร์ฮีโร่คงต้องคิดกันใหม่แล้ว The Dark Knight Rises ทำให้ผมอดแปลกใจไม่ได้กับซูเปอร์ฮีโร่ในช่วงนี้ที่เริ่มมีความเป็นมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คิดไปได้ว่า หรือจะถึงเวลาที่ซูเปอร์ฮีโร่กับคนอย่างเราๆ อยู่ใกล้กันมากขึ้น ฮีโร่พร้อมที่จะเป็นเรา และเราก็พร้อมจะเป็นฮีโร่ได้เช่นกันหรือ ภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มต้นด้วยพล็อตเรื่องที่คลุมเครือ เปิดแล้วทิ้งไว้ เล่าตัวละครใหม่ต่อแล้วก็ทิ้งไว้อีก สร้างความสับสนระหว่างชมได้ไม่น้อย ภาพยนตร์เล่าเรื่องจุดตกต่ำของบรูซ เวย์น และแบทแมน (คริสเตียน เบล) จนกระทั่งเกิดเรื่องราวกับเมืองก็อตแธมทำให้อัศวินแห่งรัตติกาลต้องออกโรงมาปกป้องเมืองจากการบุกรุกของตัวร้ายที่มีชื่อว่า Bane (ทอม ฮาร์ดี้) และยังมีหวานใจคนเดิมแต่หน้าใหม่ที่แสนดึงดูดในอย่าง Catwoman (แอนน์ แฮทธาเวย์) ผู้คอยช่วยเหลือและสร้างปัญหาให้แบทแมนได้ในเวลาเดียวกัน
หากมองเป็นภาพยนตร์ภาคต่อในแบบฉบับซูเปอร์ฮีโร่ที่มักเน้นความสนุก ดูบันเทิง ผมว่าภาคนี้คงไม่ตอบโจทย์นั้น และอีกประการคือในภาคนี้มีเรื่องราวของวีรบุรุษชุดดำค่อนข้างน้อย เราแทบจะไม่ค่อยได้สัมผัสความมัน ความตื่นตาตื่นใจจากอุปกรณ์สุดล้ำของเขา แต่กลับเน้นที่ความเป็นดราม่า มุ่งสู่ด้านมืดในสังคม เมื่อเมืองขยาย ความเหลื่อมล้ำทางสังคมย่อมมีมากขึ้น คนชนชั้นกลางเอาเปรียบชนชั้นล่าง ผลประโยชน์ของชนชั้นรากหญ้าไปตกอยู่กับชนชั้นกลาง ทำให้เกิดการปฏิวัติเรียกร้องความเท่าเทียมกันในสังคม สงครามชนชั้นจึงก่อตัวขึ้น เจ้าผู้ปกครองเมืองก็อตแธมคงต้องรู้จักที่จะเล่นการเมือง เพราะการเมืองคืออำนาจในการจัดระเบียบ เพื่อไปสู่สังคมอารยะ ถ้าใช้อำนาจไม่เป็นก็จะเป็นสังคมป่าเถื่อนอย่างที่เห็น แล้วก็ต้องร้อนถึงแบทแมนที่ต้องออกจากถ้ำเพื่อแก้ปัญหา ทำให้อดคิดถึงเหตุการณ์แบบเดียวกันในบ้านเมืองเราทุกวันนี้ไม่ได้ ที่รัฐบาลยังคงจัดสรรผลประโยชน์ไม่ลงตัวและยังเป็นปัญหาที่ค้างคาต่อไปจนกว่าความสุขของคนในชาติจะเท่าเทียมกัน เมื่อนั้นประเทศไทยหรือแม้แต่เมืองก็อตแธมก็จะรอดได้เช่นกัน
ฉากที่น่าประทับใจของเรื่องผมว่าคงหนีไม่พ้น ฉากการปีนออกจากคุกของบรูซ เวย์น เพราะทุกครั้งที่เขาคิดจะปีนออกจากคุก เขาจะใช้เชือกรัดตัวไว้เสมอ หากการปีนแทนการลุกขึ้นต่อสู้กับความกลัวและอุปสรรคเพื่อก้าวออกสู่แสงสว่าง เชือกที่มัดตัวเราไว้ก็คือสิ่งที่บดบังพลังความกล้าในจิตของเรา เมื่อไม่มีเชือกประคองเราไว้ ความกลัวก็จะครอบงำเราทันที เราต้องเอาชนะความกลัวด้วยพลังความกล้าในตัว ตอนจบของเรื่องช่วยตอกย้ำสิ่งที่ผมคิดว่า ไม่ว่าจะมีฮีโร่หรือไม่นั้นไม่สำคัญ เพราะใครๆ ก็เป็นฮีโร่ได้ คนทุกคนล้วนมีส่วนที่จะทำให้ประเทศชาติของเราอยู่รอดได้ อย่าพึ่งฟ้ารอฝนกันอยู่เลย พึ่งตัวเองนั่นแหละดีที่สุด เพราะวันนี้แบทแมนเลิกอาชีพซูเปอร์ฮีโร่นี้ไปแล้ว
.......................................
(หมายเหตุ The Dark Knight Rises: เมื่อวันที่ไร้ฮีโร่ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... องอาจ สิงห์ลำพอง)



