
โอกาสสร้างฝันกับวันของ'โฟนลิ้ง'
โอกาสสร้างฝันกับวันของ'โฟนลิ้ง'
เวทีการประกวดเหมือนเป็นบันไดแห่งการออกมาตามหาฝันของทุกๆ คน โดยเฉพาะเวทีการประกวดร้องเพลงที่มีมากมายหลายเวที แต่มีหนึ่งเวที ที่อยู่มายาวนานและเรียกว่าเป็นเวทีอันทรงเกียรติ เพราะรางวัลที่ได้รับคือรางวัลพระราชทาน ที่เชื่อว่าใครๆ ต้องอยากที่จะได้รางวัลที่มาแรงขับเคลื่อนให้ไปถึงฝั่งฝัน เวทีนั่นคือการประกวดร้องเพลงถ้วยพระราชทานชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย "เคพีเอ็น อวอร์ด" ซึ่งตอนนี้กำลังรับสมัครในครั้งที่ 22
แต่เมื่อครั้งการประกวด "เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 21" คนที่สามารถคว้าแชมป์อันดับ 1 ในการประกวดคือ "โฟนลิ้ง" วทัญญู จิตติเสถียรพร โดยโฟนลิ้ง ถือว่าได้โอกาสดีกว่าแชมป์คนอื่นๆ ก่อนหน้านี้ เพราะข้อตกลงในการประกวดเคพีเอ็นในครั้งนั้นบอกไว้ว่า คนที่ได้แชมป์จะมีโอกาสได้เดินทางไปร่วมทำงานกับศิลปินระดับเอเชียอย่าง ซอ อิน กุก จาก ค่าย Jelly Fish ผู้ชนะจากรายการประกวดร้องเพลงชื่อดังของเกาหลี ในรายการ Mnet Superstar K และตอนนี้กำลังโด่งดังจากซิงเกิ้ลเพลง "Tease Me" พร้อมกระแสความนิยมก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการร่วมเล่นซีรีส์เรื่อง Love rain ที่มีพระเอกสุดฮอต จาง กึน ซอก แสดงนำ
การมีโอกาสได้ไปทำงานกับศิลปินเกาหลีถึงประเทศเกาหลี ที่พูดกันตรงๆ ว่าตอนนี้ตลาดเพลงของประเทศเกาหลีใต้ถือเป็นตลาดเพลงที่ได้รับความนิยมไม่ใช่แค่ในเอเชียเท่านั้น แต่ในระดับสากลด้วย จึงเรียกว่าเป็นโอกาสที่ดีของหนุ่ม "โฟนลิ้ง" ซึ่งนักร้องหนุ่มเองก็ยอมรับว่าการได้ไปทำงานกับ "ซอ อิน กุก" ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความหมายกับการเป็นศิลปินของเขามาก
"ตอนนี้เพลง "รักซะ" เสร็จสมบูรณ์ออกมาแล้ว และผมว่าทุกคนคงได้ฟังเพลงนี้กันแล้ว ตอนที่รู้ว่าจะได้ไปร่วมกับพี่ซอ อิน กุก ผมตื่นเต้นมาก เพราะเพลงนี้ เป็นเพลงแรกในชีวิตของผม และยังได้ทำงานกับศิลปินที่ถือว่าเป็นศิลปินระดับเอเชีย ก่อนที่จะไปทำงานด้วยกันจริงๆ ผมเองฝึกซ้อมการร้องเพลงให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้เพลงออกมาดี และไม่อยากที่จะไปเป็นตัวถ่วงในการทำงานด้วย ตอนแรกที่ไปที่เกาหลีและเจอพี่ซอ อิน กุก ยอมรับว่าตื่นเต้นและกังวลมาก เพราะเราไม่รู้ว่าพี่เขาเป็นคนแบบไหน แต่พอไปเจอจริงๆ พี่เขาน่ารักมาก เขาพยายามช่วยไม่ให้ผมเกร็ง โดยการที่พูดคุยและเรียกผมว่าน้องชายตลอด มันทำให้การทำงานง่ายขึ้น" โฟนลิ้งบอก
โฟนลิ้งจะเสริมต่ออีกว่า การทำงานกับทีมงานเกาหลี ถือว่าทำให้เขาได้มีวินัยในการทำงานเพิ่มมากขึ้น เพราะว่าคนที่นั่นถือเรื่องของเวลาเป็นสำคัญ นัดเวลากี่โมงก็ต้องเป็นไปตามนั้น แต่สิ่งที่ทำให้เป็นปัญหาในการทำงานมากที่สุดคงจะเป็นเรื่องของภาษา
"ในการสื่อสารค่อนข้างยุ่งยาก คือจะคุยหรืออธิบายงานกันต้องผ่านล่าม คือผมและทีมงานพูดเป็นภาษาไทยไป แล้วทางล่ามก็แปลเป็นเกาหลีให้ทางพี่ซอ อิน กุก และพอจะตอบกลับมาล่ามก็แปลจากเกาหลีเป็นไทยกลับมา แต่ทุกอย่างก็ถือว่าผ่านไปด้วยดี ผมนำเพลงนี้ที่เสร็จสมบูรณ์กลับมาที่เมืองไทยและปล่อยให้แฟนๆ ได้ฟังแล้ว เพลงนี้เป็นเพลงแนวสนุกๆ สไตล์ป๊อปแดนซ์ มีเนื้อหาที่เข้าใจและนำเสนอมุมบวกๆ เพิ่มสีสันด้วยการมิกซ์ซาวนด์ดนตรีแนวอิเล็กโทรนิกส์เข้าไป ให้ดูทันสมัยและกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น" แชมป์เคพีเอ็นเผย
โดยแชมป์เคพีเอ็น ครั้งที่ 21 ปิดท้ายว่าโอกาสที่ทาง "เคพีเอ็น อวอร์ด" ได้ให้กับเขาตั้งแต่การประกวด จนมาถึงวันที่ได้ไปทำงานในระดับสากล ถือว่าเป็นความฝันที่เขาไม่คิดว่าเขาจะได้ เขาสัญญาเขาจะทำโอกาสนั้นให้เป็นความจริง และจะทำผลงานให้ออกมาให้ดีที่สุด ให้สมกับสิ่งที่แฟนๆ และค่ายได้ให้มา



