บันเทิง

ไปต่อแบบเครสเซนโดสังกัด: สนามหลวง

ไปต่อแบบเครสเซนโดสังกัด: สนามหลวง

26 ก.ค. 2555

ไปต่อแบบเครสเซนโดสังกัด: สนามหลวง : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ @viphappening

          วง Crescendo นับเป็นวงที่ขยันที่สุดวงหนึ่งในบ้านเรา พวกเขาออกอัลบั้มใหม่มาเรื่อยๆ แบบต่อเนื่อง ช่วงไหนไม่ออกอัลบั้มก็ยังไปออกอีพีแบบอิ้นดี้ให้แฟนๆ ได้ติดตามอยู่ ในช่วงเวลาเกือบ 10 ปีวงซูเปอร์กรุ๊ปวงนี้มีงานออกมาแทบทุกปี แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ อย่างการเปลี่ยนสมาชิก เปลี่ยนนักร้องนำ ย้ายค่าย แต่พวกเขาก็ยังทำงานเพลงสม่ำเสมอ

          ทอดเวลาจากอัลบั้ม Raw มาปีกว่า นักดนตรีฝีมือดีกลุ่มนี้ก็ย้ายค่ายมาอยู่กับสนามหลวงในชายคาของจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ซึ่งการย้ายบ้านครั้งนี้นับว่าน่าจับตาอยู่บ้างเพราะนับเป็นครั้งแรกที่พวกเขามาสังกัดค่ายใหญ่ครับ

          การได้มาอยู่ค่ายใหญ่ทำให้โอกาสบางอย่างของเครสเซนโด้เปิดกว้างขึ้น เริ่มจากการโปรโมมที่เต็มรูปแบบ มีมิวสิกวิดีโอแถมด้วยการทำสกู๊ปสำหรับซิงเกิ้ลแรกอย่าง คำวิเศษ, มีแขกรับเชิญมาร่วมร้องเป็นนักร้องเพลงป๊อปอย่าง ลุลา และ นิว นภัสสร, ได้ไปออกวิทยุกรีนเวฟช่วง Cover Night Plus และประการสุดท้ายที่น่าจะทำให้พวกเขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นมากๆ คือการไปทำเพลงประกอบละครโทรทัศน์เรื่อง เกมร้าย เกมรัก ในเพลง กลับมาเป็นเหมือนเดิมจะได้ไหม

          แต่มาดูที่เนื้อในอัลบั้มอีกสักที พวกเขาไม่ได้เอาเพลงละคร และเพลงคัฟเวอร์จากรายการวิทยุ (ซึ่งน่าจะช่วยเรื่องความแมสได้) มาเป็นส่วนหนึ่งของอัลบั้มครับ แต่เอาไปเป็นโบนัสแทร็กแทน สื่อได้ว่าเนื้อความที่นับเป็นงานชุด Continue จริงๆ นั้นไม่ได้ป๊อปขนาดนั้น และ 10 เพลงที่เป็นเพลงหลักของอัลบั้มชุดนี้ก็ไม่ได้ป๊อปอย่างเพลงละครเพลงนั้นจริงๆ ด้วย

          ตั้งแต่เพลงแรก อ่อนหวาน พวกเขาก็โชว์ร็อกกันหนักๆ แล้ว ในเพลงที่ป๊อปติดหูหน่อยอย่าง คำวิเศษ หรือ เธอคือดวงตะวัน ก็ยังมีความน่าสนใจในการเรียงเรียงดนตรีอยู่ดี พวกเขายังมีเพลงร็อกแนวหม่นๆ และสำเนียงออกไปทางแขกๆ หน่อยอย่าง ไหล และ Continue หรือเพลงเนือยๆ ที่พูดถึงความขมของชีวิตอย่าง กาแฟเที่ยงคืน และยังมีเพลงที่โชว์ความวาบหวิวเซ็กซี่ทั้งดนตรีและเนื้อร้องอย่าง บทอัศจรรย์

          ในอัลบั้มก่อนๆ พวกเขามีเพลงดุเดือดที่พูดถึงสังคมอย่าง เห็นแก่ตัว หรือ หูเบา คราวนี้พวกเขาก็มี หน้ากาก มาเป็นตัวแทนบทเพลงด้านนี้ เพียงแต่การหยิบเอาสัญลักษณ์อย่าง ‘หน้ากาก’ มาพูดถึงนี่ดูจะไม่เป็นเรื่องใหม่เท่าไหร่นัก การทำเพลงที่พูดตรงๆ เรื่องความเห็นแก่ตัวหรือความหูเบายังดูสะใจกว่า

          เพลงที่ผมชอบที่สุดในอัลบั้มและคิดว่าเป็นเพลงที่ดีสุดของเครสเซนโด้เพลงหนึ่งคือ รักลอยลม ที่มีสำเนียงบลูส์เข้มๆ ในดนตรี แต่เมโลดี้ติดหูชะมัด เสน่ห์ร้ายกาจคือมันเป็นการผสมเพลงบลูส์ร็อกเข้ากับเสียงร้องสไตล์ ลุลา ได้อย่างน่าทึ่ง ...คือทำให้เรารู้ว่าเสียงของลุลา (แม้กระทั่งเสียงหัวเราะของเธอ) ก็สามารถเข้ากับดนตรีแบบนี้ได้เหมือนกันแฮะ

          ผมคิดว่าในด้านดนตรีนั้น เครสเซนโด้ยังโชว์ลีลาได้ถูกใจนักวิจารณ์และคอเพลงแบบสายแข็งอยู่ แต่ที่ดูเปลี่ยนไปบ้างคือเรื่องเนื้อเพลงที่ดูจะทดลองเล่าเรื่องแปลกๆ เพิ่มขึ้น ไม่มีเพลงป๊อปทรงพลังที่โดนใจในแบบของพวกเขาอย่างที่เคยทำได้ใน ดินแดนแห่งความรัก หรือ ใจกลางความเจ็บปวด ความกลมกล่อมของอัลบั้มเลยดูกลมกลืนกันน้อยลงไปบ้าง แต่ก็ได้ความแปลกใหม่ในบางแทร็กมาทดแทน และถ้าใครจะเอาความป๊อปจ๋ากันจริงๆ ก็ให้ฟังไปถึงโบนัสแทร็กทั้งหลายที่อยู่ท้ายอัลบั้มก็แล้วกัน

          ผ่านมาเกือบทศวรรษแล้ว แม้จะมีการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบ เปลี่ยนแปลงทิศทางไปบ้าง แต่วงเครสเซนโด้ยังทำได้ในสิ่งพวกเขาทำได้ดีตั้งแต่แรกคือการรักษาแฟนเพลงทั้งกลุ่มนักวิจารณ์ที่ชอบงานซีเรียส ไปจนถึงคนฟังเพลงที่อยู่ระหว่างกลางคือพวกที่ชอบฟังเพลงดีๆ หน่อยแต่ก็ไม่ป๊อปจนซ้ำซากเกินไป และกลุ่มคนที่ชอบเพลงป๊อป ...เพียงแต่น้ำหนักของเพลงในกลุ่มนี้จะน้อยลงบ้าง

          ทิศทางแบบนี้แหละที่จะทำให้พวกเขา ‘ไปต่อ’ ได้อีกนาน ถ้าไม่เลิกรากันไปเสียก่อน
.......................................
(หมายเหตุ ไปต่อแบบเครสเซนโดสังกัด: สนามหลวง : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ @viphappening)