บันเทิง

'ฟ้าใหม่วงการเพลง'...จะมาจริงๆแล้วนะ

'ฟ้าใหม่วงการเพลง'...จะมาจริงๆแล้วนะ

24 ก.ค. 2555

'ฟ้าใหม่วงการเพลง'...จะมาจริงๆแล้วนะ : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย. พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow

          ผมเป็นคนที่ถูกปลูกฝังด้านการฟังเพลงมาแต่เด็กโดยพี่ชายของผมเอง นั่นคือคุณคงศักดิ์ หิรัญพฤกษ์ เป็นผู้ฝึกฝนสุนทรียะทางหูให้ผมอย่างหลากหลายแนวและต่อเนื่อง เนื่องจากอายุวัยห่างกันถึง 8 ปี เมื่อผมเริ่มโตพอที่จะฟังเพลงได้พี่ชายก็เป็นวัยรุ่นวัยมันส์พอดิบพอดี... สื่อที่ผมได้ขัดเกลาความเป็นคนจึงเป็นสื่อที่สื่อสารกับพี่ชายได้โดยตรงและลามมาสื่อสารถึงผมด้วย เพลงที่คนโตๆฟัง อย่าง Earth Wind & Fire, Phil Colins, Sting, Barry Manilow ผมก็ได้ฟังตั้งแต่เด็ก

          เทคโนโลยีแห่งการฟังเพลงที่ผมเติบโตมาคือ เทปคาสเซต และมาคุ้นเคยมากขึ้นกับ Compact Disc หรือซีดี จดจำความรู้สึกการเก็บเงินซื้ออัลบั้มซีดีที่สมัยนั้นตั้งราคาหน้าปกไว้ที่ 450 บาท นับเป็นความลำบากยากเย็นกว่าจะได้มา แต่ก็คุ้มค่าเมื่อเราได้แกะซีลพลาสติกหุ้มปกออก บรรจงกดเบาๆ ที่มุมกล่องบน-ล่างเพื่อเปิดแผ่นออกมายล "ลวดลายสกรีนบนแผ่นซีดี" ที่งดงามเฉกเช่นงานศิลปะชั้นยอด สอดนิ้วชี้ลงกลางรูโดยใช้นิ้วโป้งประคองแผ่นขึ้นหงายส่องกับแสงไฟเพื่อสำรวจรอยขีดข่วน เมื่อโล่งอกก็ได้วางประกบลงบนเครื่องเล่น Compact Disc ปิดฝาครอบดังแกรก! และบรรจงกดปุ่ม Play เบาๆ..เสียงดนตรีที่เฝ้ารอดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงพลิกปกอัลบั้มเล่มเล็กๆ ที่สอดมาให้ อ่านอย่างมีสมาธิศึกษารายละเอียดถึงกระบวนการทางเพลงของศิลปินนั้นๆ และเครดิตของคนทำงาน

          ที่ต้องเขียนเล่าละเอียดถึงเพียงนี้ก็เพราะอยากให้คุณผู้อ่านรุ่นเยาว์ได้เห็นภาพ "ความหอมหวาน" ของวงการเพลงยุค'90 ที่ผมเคยประสบและถวิลหา เป็นทศวรรษแห่งวงการเพลงไทย-เทศที่ผมและคนยุคเดียวกันมองว่า "สนุกที่สุด" นึกแล้วอยากสนุกกับทศวรรษนี้ให้ยาวนานกว่าเดิมจัง.. (มีไทม์แมชชีนขายไหมครับ?)

          เหตุผลหลักๆ ที่ผมเชื่อเหลือเกินว่าเด็กยุคใหม่จะไม่ได้อรรถรสระดับเสพซึ้งถึงวิญญาณเพลงก็เพราะ "ขาดกระบวนการซื้อ" เมื่อไม่มีการซื้อคุณก็ไม่ได้รู้สึกหวงแหน ไม่ได้หวงแหนก็เพราะไม่ได้เป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ไม่รู้สึกถึงคุณค่าที่แท้จริงของผลงาน ไม่ได้อ่านปก ไม่ได้จับกล่อง ไม่ได้เดินไล่หาแผงที่ราคาถูกกว่า (แม้ถูกกว่า 5บาท ก็ดั้นด้นไปซื้อ!) สิ่งที่คุณๆ พลาดไปเหล่านี้พาลทำให้ผู้ใหญ่(กว่า)อย่างเราคิดไปเองว่า "เพลงยุคนี้มันไพเราะน้อยลง" (ปัจจัยความไพเพราะเกิดจาก 1.เพลงนั้นมันเพราะจริงๆ ด้วยตัวมันเอง ฟังปุ๊บ!จูนติดสมองเราปั๊บ! กับ 2.เพลงนั้นมันปรากฏกายให้เราฟังบ่อยๆ (ในระดับยัดเยียด) ฟังไปฟังมาติดหู!!)

          สมัยก่อนที่เป็นเทปคาสเซตมันฟังข้ามไม่ได้เหมือนซีดี หรือ Playlist บนคอมพ์ ผู้ฟังต้อง "ฟังทุกเพลง" เรียงกันไปจนกว่าจะถึงเพลงที่ชอบหรือครบ 10 เพลง พอฟังบ่อยๆ เข้า หลายๆ เพลงรองจึงติดหูเฉกเช่นเพลงพระเอก (นี่คือความได้เปรียบของศิลปินยุค 80-90 ที่มีเพลงฮิตมากกว่าศิลปินยุคนี้...พี่เจจึงจัดคอนเสิร์ตฉลอง 20 ปีได้ถึง 4 รอบ!!ไงล่ะ)

          จะกล่าวหาว่า MP3 เป็นตัวทำลายความหอมหวานนี้ก็ได้ แต่แท้จริงแล้วมันก็คือ "เทคโนโลยีฟอร์แมต" ที่ค่ายเพลงดัน "ไหวตัวช้าไป" ไม่ยอมปรับเปลี่ยนสภาพแผ่นแท้ของตัวเองให้กลายเป็น "ไฟล์แท้" ออกมาวางขายได้ทันโลกทันกาลกับประชากรเกิดใหม่ที่ "เครื่องเล่นเพลง" ของพวกเขามันดันไม่ใช่ "เครื่องเล่นซีดี" แล้วนี่หว่า! จะไปตื้อไปเดินขบวน "ไม่อยากปายพานทิปปปป~" กันไปทำไม!??

          ที่ติงๆ ตินี่ เป็นเรื่องหยิบเหตุการณ์เก่ามารื้อฟื้น ผมพูดเรื่องใหม่ๆ ให้คุณท่านๆ ดีใจดีกว่าว่า "ฟ้าใหม่ของวงการเพลง" ได้เปิดแล้ว! (บทความนี้ไม่ได้หมายถึงคุณ "ฟ้าใหม่" บุตรชายคนโตของอากู๋ ไพบูลย์นะครับ แต่ถ้าคุณได้อ่านก็คงจะดีไม่น้อย)

          บทความก่อนหน้านี้ของผมได้พูดและวิเคราะห์ถึง iTunes ของ Apple กับการมาเปิดในประเทศไทยไปก่อนหน้านี้แล้ว (ย้อนอ่านฉบับอังคารที่ 10 กรกฎาคม หรือค้นในเว็บ Komchadluek.net) ซึ่งเกมนี้ฝรั่งได้เปรียบครับเนื่องจาก "ครบ" ..ระบบคลังเพลงเขามีเพลงครบทุกค่ายใหญ่และแทบทุกเพลงในโลกนี้ การที่ค่ายเพลงไทยจะหาญสร้างระบบเพื่อเป็นเจ้ามือซะเองอาจทำได้ไม่สะดวกเท่าฝรั่งที่มาเหนือเมฆใช้ Cloud Computing เป็นก่อนพวกเรา..

          ล่าสุด dtac โอเปอเรเตอร์อันดับ 2 ไปจับมือถือกับ Deezer ระบบ Ecosystem ใหม่ของวงการเพลงที่กำเนิดในฝรั่งเศส และแผ่ขยายล่าอาณานิคม (ตามนิสัยบรรพบุรุษ) ไปแล้ว 88 ประเทศ คุณจอห์น เอ็ดดี้ อับดุลลา CEO ของ dtac ถึงกับกล่าวบนเวทีวัน Briefing ศิลปินไทยให้รู้จักระบบนี้ว่า "ผมไม่เคยตื่นเต้นกับการเปิดตัวบริการใดๆ ในรอบ 10 ปีมานี้เท่ากับครั้งนี้".. ก็แหงครับ เพราะหาก dtac จุดพลุเรื่องนี้สำเร็จ "ความเป็นโอเปอเรเตอร์อันดับ 2 ของเขาอาจกระเถิบขึ้นไปชิดอันดับ 1 มากขึ้นก็ได้!"

          Deezer เป็นคลังเพลง Music Streaming ที่เปิดหน้าต่างให้เราเชื่อมเข้าไปฟังทั้งในรูปแบบเว็บไซต์และ Mobile App ครับ ณ เวลานี้เล่นได้ บน iPhone, iPad, iPod touch และ Android ทุกรูปแบบ (คงยกเว้น Tablet นักเรียน ป.1กระมัง)
ไอเดียนี้ไม่ได้แปลกใหม่อะไรครับ เพราะใครๆ ก็คิดได้ "แต่" ความ Work ของแอพนี้ต่างหากที่จะทำให้มัน "แจ้งเกิด" และเป็น "ฟ้าใหม่ของวงการเพลง" ได้จริงๆ

          ตัว App ออกแบบอย่างเรียบง่าย และก็เข้าใจได้ง่ายมากๆ ด้วย ไม่ต่างจาก Player เพลงพกพาบนมือถือที่อยู่ที่ไหนก็ฟังได้ (ลำพังเครือข่าย Edge ก็พอไหวครับ) เมื่อเราค้นหาเพลง (มีครบเกือบทุกค่าย ยกเว้นตระกูล Disney ซึ่งผมยังไม่พบแม้เงา) ระบบจะจ่ายเพลงมาถึงหูเราด้วยระบบ Streaming คือดูดจ๊วบๆ มาจาก Server และเล่นให้ฟังทันทีไม่ต้องมีรีรอ

          ความ "ใจกว้าง" ของเขาก็คือ หากไม่ได้เชื่อมต่อเน็ตก็ยังฟังได้ หากคุณกด Download ไฟล์ไว้ใน App นี้ (ซึ่งไม่ได้เป็นการให้ไฟล์ .mp3 กับผู้ฟังนะครับ เป็นการเก็บไว้ฟังบนแอพนี้เท่านั้น)

          ความเจ๋งที่สองที่จะเป็นองค์ประกอบให้มันสำเร็จก็คือ "Model การจ่ายตังค์" ครับ ..มันถูกออกแบบให้ "เนียน" ไปกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่ชื่นชอบของฟรีบนอินเทอร์เน็ต นั่นคือ "ฟังฟรี" ภายใต้ Package บริการ...จะเรียกว่า Subscription ก็ไม่แปลก แต่เพื่อป้องกันไม่ให้คนยุคนี้ตื่นตกใจว่า ต่อไปนี้ฉันต้องจ่ายเงินให้เพลง/ศิลปินที่ฉันรักแล้วหรือวะ? (ตรรกะเบี้ยวมากครับกับคนจำนวนมากในยุคนี้) dtac พร้อมที่จะบรรณาการบริการทางเครือข่ายอื่นๆ ให้ใช้อย่างสบายใจ อาทิ Package Deezer 89 บาท ได้ส่ง SMS 89ครั้ง ..โอ้ ถูกใจเว่อร์!

          และยังมี Package ประเภทอื่นๆ อีก

          การฟังไม่นับครั้งกับคนฟัง ฟังเท่าไหร่ก็ได้ แต่อัตราการถูกฟังจะไปคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ สัดส่วนรายได้ของศิลปินทั้งระบบ เพื่อแบ่งตังค์กันให้ชื่นอุรา ตัวอย่างเช่น เดือนแรกมีผู้สมัครใช้บริการ deezer 1 แสนคน รวมรายได้เท่ากับ xxx ล้านบาท dtac จะคำนวรการปันผลประโยชน์สู่ศิลปินทุกคนในระบบตามจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่ศิลปิน/ค่ายนั้นถูกกดฟัง เช่น ผมอาจเป็นศิลปินที่มีเพลงดังมากในเดือนนั้น เพลงทุกๆ เพลงของผมถูกฟังเป็นจำนวนมหาศาล คิดแล้วเป็น 10% ของศิลปินเพลงทั้งประเทศที่แชร์ผลงานอยู่ในระบบ Deezer ผมก็จะมีรายได้เป็น 10% จากถังเก็บเงินที่ dtac ไปเก็บจากลูกค้าทั่วประเทศมาให้ (dtac และ deezer อาจหักค่าระบบบางส่วนไว้ ขึ้นอยู่กับการเจรจาธุรกิจ)

          จากโมเดลธุรกิจที่ฟังแล้วรื่นหูคนทำเพลงมากๆ นี้ เชื่อว่า dtac และ Deezer จะได้เพลงจากศิลปินไทยหลั่งไหลเข้าไปในระบบมากแน่ครับ ในฐานะคนฟังเพลงอย่างผม ผมก็เอ็นจอยกับคุณภาพเสียงของมันมากๆ นะครับ บิตเรทจัดมาเต็ม ไม่งุ้งงิ้งๆ เหมือน "เสียงรอสาย" ...อย่าลืมครับว่า เพลงมันถูกสร้างขึ้นเพื่อฟังดังๆ ไม่ใช่ฟังแบบเหนียมๆ ระหว่างรอสาย คุณภาพของ SmartPhone ทุกวันนี้ก็ดีมากจนเรียกได้ว่า เราอาจไม่ต้องการ MP3Player หรือเครื่องเล่นเพลงพกพาใดๆ แล้วก็ได้ (ขอให้ผลิตแบตที่อึดหน่อยเถอะพ่อคู้ณ~)

          คุณสามารถโหลด Deezer ได้แล้วจาก App Store และ GooglePlay ตอนนี้ฟังฟรี 15 วัน แชร์ต่อเพื่อนๆ บน Social Network ดังได้ทุกเจ้า หากฟังผ่านเว็บก็จะได้ฟังสั้นๆ ถ้าเพื่อนคุณมี App "Deezer" นี้ด้วย ก็จะฟังแบบเต็มๆ เหมือนที่คุณฟังได้ ศิลปินมีหน้าที่คือ "แต่งเพลงให้มันดีจริงๆ" และต่อจากนี้ศักราชของการทำงานเพลงแบบใหม่ที่ไม่ใช่ "ทำเพลงดังให้คนฟังฟรี" ก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีตลอดกาล..
(จบ)
.......................................
คำถามที่ค่ายเพลงน้อยใหญ่ต้องตอบตัวเองว่าบทบาทตัวเองในยุคต่อไปคืออะไร? ..คำตอบอาจเป็น "ผู้นำพาศิลปินไปสู่ระบบที่ดีที่สุดต่อการขายเพลง" ก็เป็นได้ นาทีนี้ คุณนัดดา บุรณศิริ แห่ง Warner Music กำลังทำหน้าที่นี้อยู่ครับ "ส่งศิลปินไทยสู่ iTunes"
.......................................
(หมายเหตุ 'ฟ้าใหม่วงการเพลง'...จะมาจริงๆแล้วนะ : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย. พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow)