บันเทิง

หนังไทย หลังมรสุม

หนังไทย หลังมรสุม

20 ก.ค. 2555

หนังไทย หลังมรสุม : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

           ผ่านมาแล้ว 7 เดือน นับตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2555 ด้วยจำนวนหนังไทยที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั้งหมด 29 เรื่อง ดูเหมือนว่า “ATM เออรัก..เออเร่อ” และ “วาเลนไทน์ สวีทตี้” จะเป็นหนังไทยเพียงสองเรื่องเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของรายได้ ส่วนที่เหลือเรียกว่า ถ้าไม่เสมอตัวก็ถึงขั้นล้มเหลวขาดทุนกันไปถ้วนหน้า
 
          ตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา แม้รายได้ของหนังไทยจะตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย และคิดหวังอยู่ลึกๆ ว่า ท่ามกลางหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ดาหน้ากวาดเงินจากกระเป๋าคนไทยไปอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยหนังไทย(ที่พยายามหลบโปรแกรมไม่ฉายชน) ก็น่าจะเป็นทางเลือกให้แก่คนดูหนังบางกลุ่มที่เอือมกระแสหนังฟอร์มยักษ์ที่เล่นฉายปูพรมถล่มโรงหนังเมืองไทยอยู่ในตอนนี้
 
          ย้อนกลับไปสำรวจตรวจสอบในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา หนังไทยเฉียด 30 เรื่อง เกือบทั้งหมดรายได้ไม่ดีเอาเสียเลย ยกเว้น “ATM เออรัก..เออเร่อ” และ “วาเลนไทน์ สวีทตี้” ที่กล่าวไปข้างต้น อาจจะรวมทั้ง “ส.ค.ส. สวีทตี้” (ซึ่งอันที่จริงเป็นโปรแกรมปลายปี 2554) ก็พอจะสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า หนังไทยครึ่งปีแรก อยู่ในภาวะซบเซาเงียบเหงา อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายปี หลายเรื่อง แม้จะสร้างกระแสได้ แต่ก็เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ และไม่น่าจะทำรายได้เป็นกอบเป็นกำอย่างที่ผู้สร้างพอใจนัก ไม่ว่าจะเป็น “I Miss U รักฉันอย่าคิดถึงฉัน” “Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ” หรือแม้แต่หนังภาคต่อ ที่ภาคแรกนั้นประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นมาแล้ว แต่พอมาถึงภาคสองหนังกลับไม่สามารถเดินตามความสำเร็จได้ ไม่ว่าจะเป็น “ปัญญา เรณู 2” “มะหมา 2” และ “ปล้นนะยะ อั๊ยยะ”
 
          หนังผี หนังตลก ที่ว่าเป็นของตาย สร้างออกมามีคนดูแน่ๆ แต่กลับกลายเป็นว่า ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา นอกจากหนังผีจะมีออกมาไม่ถึง 5 เรื่องแล้ว รายได้แต่ละเรื่อง ยังไม่ถึง 50 ล้านบาทเลยด้วยซ้ำ (ยกเว้น I Miss U รักฉันอย่าคิดถึงฉัน แต่ก็มีสัดส่วนของความเป็นหนังรักสูงมาก) ไม่นับหนังตลกอีกกว่า 10 เรื่อง นอกจาก ‘ATMฯ’ และ ‘วาเลนไทน์’ ในฐานะหนังทำเงินสูงสุดในครึ่งปีแรกแล้ว ก็แทบไม่มีเรื่องไหน ทำรายได้แตะ 30 ล้านบาทเลยด้วยซ้ำ
 
          คนทำหนังหลายคน ให้เหตุผลหลายอย่างต่างกัน บ้างก็บอกว่า เพราะต้นทุนสูง ผู้สร้างเลยตัดงบ และเมื่อทุนต่ำ ก็เลยทำได้แค่หนังตลก, บ้างก็บอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี คนดู จึงต้องเลือกดูมากขึ้น หนังที่ดูต้องคุ้มกับค่าตั๋วมากที่สุด ดังนั้นหนีไม่พ้นหนังแอ็กชั่นฟอร์มยักษ์, บ้างก็บอกว่า คนทำหนังนั่นเองแหละที่ทำงานชุ่ย ทำหนังห่วยๆ ออกมาในตลาด สุดท้ายจึงต้องถูกปฏิเสธจากคนดูไปในที่สุด
 
          ลองทำใจให้ลืมช่วงเวลาร้ายๆ ของหนังไทยในครึ่งปีแรก แล้วหันมาจับจ้องมองดูหนังไทยที่จะออกฉายนับจากนี้กันดีกว่า 26 กรกฎาคม พบกับ “รัก 7 ปี ดี 7 หน” หนังรวมพลคน GTH ทั้งดาราและผู้กำกับ ที่สร้างขึ้นในวาระครบรอบ 7 ปี ของค่ายหนังอารมณ์ดีค่ายนี้ ต่อด้วย 2 สิงหาคม ถึงหนังแอนิเมชั่นจากกันตนาเรื่อง “เอคโค่ จิ๋วก้องโลก” หนังผจญภัยที่มีเนื้อหาสาระว่าด้วยการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม จากฝีมือผู้กำกับ “ก้านกล้วย” ภาคแรก จากนั้นอีกหนึ่งสัปดาห์ ไปดู “คืนวันเสาร์ ถึงเช้าวันจันทร์” ผลงานกำกับหนังครั้งแรกของนักร้อง-นักแสดงหนุ่ม แดน วรเวช ดานุวงศ์ ที่เจ้าตัวเหมาหมดทุกหน้าที่ ทั้งเขียนบท กำกับ และนำแสดงเอง พร้อมชวนเพื่อนพ้องน้องพี่คนใกล้ตัว มาร่วมงานคับคั่ง ทั้ง บีม กวี ตันจรารักษ์ และ แพทตี้ อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา ถัดมาหนึ่งอาทิตย์ไปดูหนังหญิงรักหญิงที่สร้างความฮือฮามาแล้วจากภาคก่อน ที่สร้างกระแสความโด่งดังข้ามน้ำข้ามทะลไปไกลถึงประเทศจีน หนังเรื่องนี้คือ “Yes or No 2 อยากรักอย่ากั๊กเลย” ที่ภาคแรก “Yes or No อยากรักก็รักเลย” ประสบความสำเร็จนอกบ้านอย่างท่วมท้น
 
          ในเดือนกันยายน อย่าพลาดมหากาพย์หนังอีโรติกที่สร้างจากวรรณกรรมเรื่องดังท้าทายเส้นศีลธรรม และปอกเปลือกตัณหาราคะของมนุษย์ได้อย่างถึงแก่น “จันดารา” ของผู้กำกับ ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล หรือหม่อมน้อย ผู้กำกับชั้นครูของนักแสดงไทยหลายคน มาดูกันว่า มาริโอ้ เมาเร่อ กับบท ‘ไอ้จัน’ ครั้งนี้ จะเปล่งเห็นศักยภาพทางการแสดงของเขาออกมาให้เราเห็นได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงบท ‘คุณบุญเลื่อง’ ของ ญาญ่าหญิง รฐา โพธิ์งาม ตัวแปรสำคัญของเรื่องนอกจากเป็นบทที่เปลืองตัวที่สุดแล้ว มาดูกันว่าการแสดงของเธอจะยอดเยี่ยมเทียบเท่า คริสตี้ ซุง ที่เคยฝากฝีมือเอาไว้ใน “จันดารา” เวอร์ชั่นของผู้กำกับ นนทรีย์ นิมิบุตร ได้หรือไม่
 
          ส่วนเดือนตุลาคม อย่าพลาดหนังแอนิเมชั่นฝีมือคนไทยเรื่อง “ยักษ์” จากการกำกับและดูแลการผลิตทุกขั้นตอนอย่างใส่ใจของ ประภาส ชลศรานนท์ ผู้บริหารเวิร์คพอยท์ ที่หันมาทำหนังที่ไม่ใช้บริการ เท่ง-โหน่ง แสดงนำอีกต่อไป หากแต่หนังดัดแปลงคาแร็กเตอร์มาจากตัวละครในวรรณคดี ‘รามเกียรติ์’ นำมาประยุกต์ให้เข้ากับเนื้อหาร่วมสมัย ซึ่งงานด้านภาพนั้น รับรองว่าไม่แพ้ฮอลลีวู้ดแต่อย่างใด และในเดือนเดียวกันนี้ พบกับหนังรักโรแมนติก “เค้าเรียกผมว่าความรัก” ผลงานของผู้กำกับ “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า รัก” วศิน ปกป้อง ที่ได้ เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ มารับบทนำ จะจี๊ดกินใจเหมือนเรื่องที่แล้วหรือไม่ น่าติดตามทีเดียว
 
          ปิดท้ายเดือนธันวาคม พบ 2 โปรแกรมยักษ์ เรื่องแรก “Father Land ปิตุภูมิ พรมแดนแห่งรัก” หนังที่พูดถึงเรื่องราวความรักท่ามกลางสมรภูมิของผู้กำกับ ยุทธเลิศ สิปปภาค มี อนันดา เอเวอริ่งแฮม และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบทนำ และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 5 ยุทธหัตถี” ก็น่าจะเป็นโปรแกรมปิดท้ายปี 2555 ได้อย่างยิ่งใหญ่และงดงาม
.......................................
(หมายเหตุ หนังไทย หลังมรสุม : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)