
คิดถึง กระดาษ
คิดถึง กระดาษ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิทยา ทองอยู่ยง
ในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ ผมรู้สึกว่ามีสิ่งหนึ่งที่ผมทำได้แย่ลงมาก นั่นคือ ทักษะการอ่านหนังสือ
แต่ไหนแต่ไรมา ผมเป็นคนที่รักการอ่านมาก จำได้ว่าตอนเด็กๆ 4-5 ขวบ ผมไปร้านหนังสือแถวบ้าน ซื้อหนังสือการ์ตูนเล่มละบาท แล้วกลับมาให้พ่ออ่านให้ฟัง พอเริ่มอ่านหนังสือออก ก็ติดใจ เหมือนเปิดโลกใบใหม่ของตัวเอง ก็ตะลุยอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า อ่านอย่างเมามัน หนังสือทุกประเภทอ่านหมด อ่านเลยไปถึง ฉลากสินค้าที่ปิดตามขวด ตามตลับ เลยเถิดไปถึงขั้นฉีกถุงกล้วยแขกที่แม่ค้ายังไม่ได้ใช้เลย เพื่ออ่านข้อความที่ถูกพับอยู่ด้านใน
เกือบทุกกิจวัตรประจำวันที่ทำก็จะต้องพ่วงการอ่านหนังสือไปด้วย กินข้าวก็ต้องอ่านหนังสือ เข้าห้องน้ำก็ต้องอ่านหนังสือ นั่งรถก็สามารถอ่านหนังสือได้โดยไม่เวียนหัว นอนยังต้องเปิดไฟนอน เพราะต้องอ่านหนังสือก่อนนอน หลับคาหนังสือนี่เกือบทุกคืนนะครับ ....(เอ่อ อาบน้ำไปด้วย อ่านหนังสือไปด้วยยังเคยทำมาแล้ว จนโดนแม่ด่าซะเละเลยไม่ติดมาถึงตอนโต)
สมบัติที่สะสมก็มีแต่หนังสือ ซื้อหนังสือเข้าบ้านทุกวัน ไม่พ็อกเก็ตบุ๊กก็แมกกาซีน พื้นที่ในบ้านนี่แบ่งกันอาศัยอยู่คนละครึ่งนะครับ คนครึ่งหนึ่ง หนังสือครึ่งหนึ่ง
แล้วก็เป็นคนอ่านหนังสือเร็วครับ บางเล่มอ่านจบก่อนถึงบ้าน เล่มที่หนาๆ หน่อยอ่านข้ามคืนก็จบ
แต่เดี๋ยวนี้ผมทำอย่างนั้นไม่ค่อยได้แล้วครับ อ่านหนังสือได้ช้าลง สมาธิก็สั้นลง หนังสือที่อ่านจบส่วนใหญ่ก็มักเป็นหนังสือการ์ตูน หรือไม่ก็เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ที่หนาไม่มาก แล้วก็ใช้เวลานาน กว่าจะอ่านจบ
ไม่ได้หมายความว่าผมอ่านได้น้อยลงนะครับ กิจกรรมในชีวิตประจำวันก็ยังคง "อ่าน" อยู่ เพียงแต่เปลี่ยนมาอ่านทางดิจิตอลแทน
จริงๆ มันก็มีมานานมากแล้วนะครับ ไอ้การอ่านทางคอมพิวเตอร์ทั้งหลาย แต่ผมก็ยังรู้สึกว่านั่นมันไม่ใช่การอ่านอย่างจริงจัง อ่านทางคอมพิวเตอร์เราเอาไว้อ่านอะไรสั้นๆ ไม่เหมาะกับอ่านอะไรยาวๆ มากนัก เพราะปัญหาของการอ่านทางคอมพิวเตอร์มีมากมาย ตั้งแต่จังหวะการเลื่อนหน้าจอลงมาให้สัมพันธ์กับบรรทัดที่เราอ่าน ทำยังไงก็ไม่สัมพันธ์เหมือนจังหวะอ่านแล้วมือเตรียมพลิกหน้าต่อไปแบบกระดาษ อีกทั้งแสงสว่างที่ส่องเข้าหน้าเรา อาจทำให้ลายตาจนหาบรรทัดที่อ่านไม่เจอ ยิ่งถ้าไฟดับก็หมดสิทธิ์ จะจุดเทียนอ่านก็ทำไม่ได้ ยังไม่ต้องพูดถึงการอ่านผ่านคอมพิวเตอร์ในห้องน้ำนะครับ ...ปวดเข่ามาก
จนกระทั่งการมาถึงของโทรศัพท์ไฮเทคทั้งหลายเมื่อสัก 3-4 ปีที่ผ่านมา...โทรศัพท์ที่เราๆ ท่านๆ ใช้กันอยู่ทุกวันนี้นั่นแหละครับ
คราวนี้เลยสะดวกใหญ่เลย อ่านที่ไหนก็ได้ ปิดไฟนอนก็ยังอ่านได้เลย
แต่ธรรมชาติของคอมพิวเตอร์ก็คือ มันก็ยังเหมาะกับการอ่านอะไรสั้นๆ อยู่ดี ...ทำให้ในที่สุด เราก็กลายเป็นคนชอบอ่านอะไรสั้นๆ อย่างสเตตัสในเฟซบุ๊ก (อันนี้ผมชอบอ่านมาก) ชอบเขียนอะไรสั้นๆ อย่ายาวเกิน 140 ตัวอักษร อย่างทวิตเตอร์ (อันนี้ผมก็ชอบอ่านมาก)เพราะคนไม่อ่านอะไรยาวๆ
และทนอ่านอะไรยาวๆ นานๆ ไม่ได้อีกแล้ว...
เขียนมาถึงตรงนี้ก็ไม่มีอะไรมากนะครับ ไม่ได้ต่อต้านเทคโนโลยี ไม่ได้แอนตี้นวัตกรรม เพราะผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบ ติดใจ และเห็นประโยชน์มากมายจากมัน
เพียงแต่เหลือบมองกองหนังสือที่ยังไม่ได้อ่าน ก็รู้สึกอยากจะปิดคอมพิวเตอร์ เสียบโทรศัพท์ทิ้งไว้กับที่ชาร์จ แล้วคว้าหนังสือเล่มหนาๆ สักเล่ม ไปนอนอ่านโดยไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตเลยสักวัน
ลองดูนะครับ สุดสัปดาห์นี้ลองตั้งเป้าหมายเล่นๆ ดูว่า เราจะอ่านแต่หนังสือเล่มโดยพยายามไม่อ่านผ่านทางคอมพิวเตอร์เลย...
อย่างน้อยอ่านหนังสือในส้วม แล้วเกิดทิชชู่หมด ก็มีประโยชน์กว่าอ่านทางโทรศัพท์ไฮเทคเยอะ
สวัสดีครับ
.......................................
(หมายเหตุ คิดถึง กระดาษ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิทยา ทองอยู่ยง)



