
'เดอะ ริช แมน ไทย'เสน่ห์ซ่า-แซบ-สด ลดหายไป (บทจบ)
'เดอะ ริช แมน ไทย'เสน่ห์ซ่า-แซบ-สด ลดหายไป (บทจบ) : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... พรเทพ เฮง [email protected]
คราวที่แล้วได้เท้าความหลังถึงความสำเร็จและที่มาที่ไปของวงเดอะ ริช แมน ทอย ก็พอเห็นเค้าลางที่พวกเขาต่อสู้กันมาบนเส้นทางดนตรีร่วมสมัยของไทย จนมีที่อยู่ที่ยืนเป็นวงดนตรีในระดับต้นๆ ของเมืองไทยในชั่วโมงนี้
อัลบั้ม ‘เดอะ ริช แมน ไทย’ สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ในภาพลักษณ์ของชื่อ ‘ทีอาร์เอ็มที’ (TRMT) จะเห็นความน่าสนใจอยู่เช่นกัน
อย่างที่ 1 ในรายละเอียดของอัลบั้มมีการลงชื่อแฟนเพลงที่สั่งซื้อในลักษณะพรีออเดอร์อัลบั้มชุดนี้ที่มีถึง 379 คน เป็นเกียรติประวัติเอาไว้ในฐานะที่เป็นแฟนอย่างเข้ากระดูกดำของวงดนตรีวงนี้
อย่างที่ 2 พวกเขาทำให้ปกอัลบั้มและเนื้อในที่เป็นหนังสือเครดิตการทำงานของอัลบั้มเป็นที่แสดงภาพของนักศึกษาคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ ของมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมีผลงานของนักศึกษาที่หลากหลายน่าชมเป็นอย่างยิ่ง
ถือได้ว่าเป็นไอเดียที่ดีมากๆ
มาถึงงานเพลงในอัลบั้มที่มีด้วยกัน 10 บทเพลง บวกกับ 1 เพลงที่ซ่อนอยู่ ด้วยความยาว 36.27 นาที นับได้ว่าเป็นงานที่เดินตามมาตรฐานของอัลบั้มชุดที่ 2 ‘ลำนำสะดิ้งเลิฟยู’ อยู่ใช่น้อย
บทเพลงที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่นน่าจะเป็นที่ดีที่สุดในอัลบั้ม คงเป็นเพลงจบแบบจริงๆ เพลงที่ 11 ซึ่งซ่อนอยู่หลังจบเพลงสุดท้าย ซึ่งน่าจะตั้งชื่อเพลงว่า ‘ครอบครัว’ มีเนื้อหาที่เป็นการหวนรำลึกถึงภาพสายใยครอบครัวที่ผูกพันของชนชั้นกลางในเมืองที่เรียบง่ายและดีมาก มองผ่านมุมมองที่แสนธรรมดาและทรงพลัง ดนตรีเป็นอะคูสติกที่คลอเคล้าการร้องเล่าเรื่องอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา ให้กลิ่นอายความรู้สึกแบบเรโทรของเพลงป๊อปในแนวเพลงชีวิตเพลงสังคมของ เสกสรร ทองวัฒนา อยู่พอควร
อย่างที่กล่าวมาแล้วว่า จุดที่ดีเด่นของดนตรีอินดี้การาจร็อกของเดอะ ริช แมน ทอย นั้น เนื้อหามีทางเพลงที่สะท้อนภาพของสังคมร่วมสมัยอย่างคมลึกจัดจ้านแฝงอารมณ์ขันขื่น น่าจะถูกจัดวางให้เป็นวงดนตรี ‘เพื่อชีวิต’ รุ่นที่ 4 ของเมืองไทย เพราะพูดไปแล้ว งานเพลงที่ผ่านมาอดทำให้นึกถึงบทเพลงในแบบเพื่อชีวิตช่วงต้นๆ ของ นิค นิรนาม ในความแปลกห่ามที่ต่างออกไป
แต่น่าเสียดายที่ความดีเด่นตรงนั้น ถูกลดทอนหายไป กลับไปเดินในทิศทางที่จับตลาดเพลงในแบบอินดี้แนวๆ สูตร ‘อ๊อด อ๊อด’ เป็นหลัก บทเพลง ‘กรรมกู๊’ เรียกว่าพยายามประดิษฐ์คำและแนวความคิดออกไปในทางสนุกสนานอย่างเห็นเด่นชัด เพลงอื่นๆ ก็พยายามเบี่ยงออกไปในอิทธิพลทางสตริงแบบไทยลูกทุ่งประยุกต์เสียมากกว่า โดยเปิดหน้าอย่างชัดเจนในบทเพลง ‘ฉิ่งฉับทัวร์’ ที่คล้ายบูชาครู วงสามโทน และประภาส ชลศรานนท์
หรือเพลง ‘ธิดาประจำอำเภอ’ ก็เป็นความพยายามที่ดัดแสร้งไม่ค่อยเป็นธรรมชาติอย่างมาก ฟังแล้วรู้สึกว่าสูญเสียความห้าวแบบดิบๆ ไปอย่างสิ้นเชิง เช่นเดียวกับเพลง ‘สะบัดธงชัย’ ที่ดูเหมือนจะพยายามเอาความเป็นไทยมาผสมความเป็นอินดี้ร๊อคแบบฝืนเกินความจำเป็น ไม่ได้มีความสดและออกมาจากใจเหมือนเก่าก่อน แต่ฟังแล้วเหมือนทำตามโจทย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ทั้งหมดก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมาย มาตรฐานแบบเดิมของพวกเขายังคงอยู่ บทเพลงอย่าง ‘ประชาธิปใจ’, ‘คนรวยน้ำใจ’, ‘โป๊ะแตก’, ‘โก้โก้’ ก็ยังแสบสันรักษาจิตวิญญาณเดิมอย่างที่เป็นมาพอให้ชื่นใจ
ความเจนจัดและเชี่ยวชำนาญในบางทีก็อาจจะสะท้อนผลในทางลบกับความสด-แซบ-ซ่า ที่เป็นสัญชาตญาณของช่วงวัยที่แสวงหาความสำเร็จอย่างมุ่งมั่นและมุ่งหมายที่จะพิสูจน์ตัวเอง ภายใต้ความดื้อและเป็นตัวของตัวเอง ที่เป็นเสน่ห์ของวงดนตรีอิสระที่ทำงานกันในแบบดีไอวาย (D-I-Y : do-it-yourself) ทำงานดนตรีและเขียนเพลงด้วยตัวเอง
เดอะ ริช แมนทอย ก็อยู่ในขอบข่ายการทำงานในลักษณะนี้ และได้ทำตามความเชื่อมั่นอย่างที่อยากเป็นสมความตั้งใจ พอสำเร็จก็ถูกทิศทางของตลาดเพลงที่คนชอบเข้าครอบงำการทำงานจนติดกับดักตัวเองไปเสียแล้ว...
.......................................
(หมายเหตุ 'เดอะ ริช แมน ไทย'เสน่ห์ซ่า-แซบ-สด ลดหายไป (บทจบ) : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... พรเทพ เฮง [email protected])
ล



