
'ความสุข'
'ความสุข' : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์
ช่วงนี้ได้ยินใครๆ ก็พูดกันถึงความสุขว่า “ความสุขคืออะไร” สำหรับแฟนๆAF ความสุขก็คงเป็นเรื่องคนที่คุณเชียร์ยังได้อยู่ต่อ ส่วนถ้าเป็นแฟนละครธรณีนี่นี้ใครครองหรือปิ่นอนงค์ความสุขคงเป็นตอนที่ได้หัวเราะ อมยิ้ม หรือแอบก่นด่าปนหงุดหงิดกับความเวิ่นเว้อของคนที่เป็นก้างขวางคอพ่ออาทิจและแม่ณี หรือปิ่นและคุณใหญ่
หากถามอ้อมว่าอะไรคือความสุขจากการดูทีวีช่วงนี้ คำตอบก็คือรายการที่แอบซ่อนอยู่ช่วงดึกๆทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส วันพฤหัสบดีสี่ทุ่มถึงห้าทุ่ม มันคือรายการ “เมืองเรืองแสง” อ้อมดูมาสองสัปดาห์ติดกันแล้ว
ต้องยอมรับว่าทีแรกสนใจดูเพราะชื่อตอนว่า “กว๊านความสุข” ฟังแล้วไม่เข้าใจ ปรากฎว่าพอลองดูแล้วพบว่านี่คือรายการที่พานักร้องหรือดาราซึ่งเป็นคนเมืองไปอยู่กับคนในท้องถิ่น แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์กึ่งสารคดี ครั้งนั้นเขาพามอส-ปฎิภาณไปค้างคืนที่กว๊านพะเยา ได้เห็นมอสนั่งเรือแจว มีคนพายไปเก็บสายบัวมากินกันสดๆ แล้วไปหัดร้องเพลงกับคนในพื้นที่ บางคนอาจคิดว่ามันเหมือนรายการ Family Outing ของเกาหลีที่ให้ดารานักร้องไปอยู่ต่างถิ่น แต่มันต่างกัน เพราะอันนี้ไม่ต้องไปอยู่หรือทำอะไรที่เกินจริง เพื่อความตลกของคนดู เขาแค่พาคนเมืองไปพูดคุย ใช้ชีวิต เรียนรู้คนที่นั่นให้เราได้เห็นว่าที่นั่นเขาอยู่กันอย่างไร
ส่วนสัปดาห์ที่สอง เป๊ก วงซีลไปอยู่ที่บ้านคลองเรือ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ที่นั่นมีโฮมสเตย์ที่เปิดโอกาสให้คนนอกเข้าไปเรียนรู้วิถีของเขาก็จริง แต่อ้อมชอบที่พี่ๆ ที่พะโต๊ะบอกว่า ทุกวันนี้พวกเขาก็ใช้ชีวิตเป็นปกติ คือเลี้ยงชีพแบบชุมชนเกษตรกรรม ไม่ได้หวังจะพึ่งพาเงินที่จะเข้ามาจากนักท่องเที่ยวเป็นหลัก อ้อมรู้สึกดีเพราะเขาไม่ได้คาดหวังกับสิ่งที่ไม่แน่นอน ไม่งอมืองอเท้า
ทั้งที่ชุมชนทั้งสองแห่งนี้บ้านก็หลังไม่ใหญ่ ข้าวที่กินก็ไม่น่าเกินมื้อละ 150 ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีอะไรกินนะคะ แต่เขาสามารถหากินได้จากความอุดมสมบูรณ์ของชุมชนต่างหาก ส่วนบรรยากาศอาจไม่ได้มีแสงเทียนหรือเก้าอี้แพงๆ อาหารไม่หรูอย่างมาตรฐานคนรวยหรูรสนิยมสูง แต่สีหน้าของพวกเขา อ้อมไม่รู้สึกว่ามันต่างกับคนที่กินแพงๆ ตรงไหน หรือถ้าจะต่างกันมันก็คงต่างตรงที่บรรยากาศที่เขากินข้าวกันมันเป็นบรรยากาศของครอบครัว เพื่อนบ้านหรือคนในละแวกเดียวกัน ไม่ใช่คนที่ทำธุรกิจร่วมกัน
ที่สำคัญคือทิวทัศน์อันเป็นธรรมชาติที่เงินก็ซื้อไม่ได้นั่งดูไปอ้อมยังคิดว่ามันจะดีแค่ไหนถ้าเราได้ไปนั่งอยู่ตรงนั้นแบบมอสหรือเป๊ก(วงซีล)บ้าง ได้พูดกับคนที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับเราในแง่ไหนๆ แถมยังเป็น “ผู้ให้” สอนให้เราได้เห็นถึงความสุขอย่างง่ายๆที่มีรอบตัว พอใจกับชีวิตของตัวเอง พอใจในวิถีชุมชนที่ไม่ต้องดิ้นรน ถึงแม้เป๊กจะไปอยู่ในชุมชน ที่ไม่ค่อยมีสัญญาณโทรศัพท์เป๊กก็อยู่ได้ และเข้าใจว่า “ตัวอยู่ที่ไหน ใจมันควรจะอยู่ที่นั่น”หรือแม้แต่มอสก็ยังรู้สึกว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเวลามันก็เดินไปด้วยความเร็วเท่าๆ กัน แต่พออยู่ที่กว๊าน มอสสามารถไปถึงที่หมายได้โดยไม่รู้สึกว่าต้องรีบ
นอกจากนี้ ยังมีอีกรายการที่อยู่วันศุกร์ เวลาเดียวกัน ชื่อรายการ “รอยเท้า ความฝัน ผู้คน ดนตรี” อ้อมนั่งดูสองสามีภรรยาพี่เจี๊ยบ-วรรธนากับพี่กบ(สามี) พาเราไปลาซาที่ทิเบตเพื่อดูเทศกาลการนำผ้าทังก้า(พระบฏ) คือผ้าที่มีภาพวาดพระพุทธองค์ผืนใหญ่ออกมาให้ผู้คนได้สักการะ อ้อมคงไม่พูดถึงรายละเอียดแต่สิ่งที่อยากพูดถึงคือเขาทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังดูสารคดีของฝรั่ง มันอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนดิสคัฟเวอรีชาแนล แต่ด้วยมุมกล้องหรือสคริปต์ทำให้อ้อมรู้สึกว่า คนทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังรักที่จะทำ
อ้อมมักจะสนใจรายการที่ดูแล้วรู้สึกว่าพิธีกรรักรายการของเขาจังเลย มันรู้สึกได้ค่ะ แววตา ท่าทาง มันสื่อได้ แต่ในขณะเดียวกันถ้าทีมงานก็รักงาน ทำหน้าที่ของเขาเต็มที่เราก็จะสัมผัสได้ ซึ่งทั้งสองรายการที่เล่ามาทำให้อ้อมรู้สึกว่า วิถีแห่งความสุขมันจะเกิดขึ้นเมื่อเรารู้จักเข้าใจและภูมิใจกับตัวเอง ไม่ว่าคุณจะอยู่ประเทศไหน ชุมชนเล็กหรือใหญ่
ยังไงมันก็ไม่ต่างกัน
.......................................
(หมายเหตุ 'ความสุข' : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์)



