
ซวยละวา...เมื่อดารามี "งานเข้า"
งาน (โชว์ตัว) เข้า ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับดารา เพราะว่าหากไม่ดูตาม้าตาเรือ ไม่คุยข้อตกลงกัน ดูเรื่องสัญญา ว่าให้ไปทำอะไรบ้าง ได้เงินค่าจ้างเท่าไหร่ให้ดี ก็อาจจะมีปัญหาได้
เหมือนอย่างล่าสุด กรณีที่ "แพนเค้ก" เขมนิจ จามิกรณ์ รับงานโชว์ตัวที่โรงแรมแชง-กรีล่า ที่จ.เชียงใหม่ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ก็เจอผู้ที่แอบอ้าง ว่าเป็นออแกนไนเซอร์ ที่เชิญแพนเค้กไปโชว์ตัว ออกมาเขียนแฉพฤติกรรมของนางเอกสาวคนดังแห่งวิกหมอชิตลงทางอินเทอร์เน็ต ว่าแพนเค้กไม่ดี ทั้งเรื่องมาก มาทำงานสาย นัด 5 โมงเย็น แต่มาถึงเกือบทุ่ม มาแล้วก็ไม่ยอมทำงานให้เต็มที่ ทำหน้ามุ่ย ไม่ให้ความร่วมมือในการถ่ายรูปกับแขก หนำซ้ำยังขอนั่งพักอีก ไม่คุ้มกับค่าจ้างที่แสนแพง แถมคุณแม่หน่อยยังพูดแทนลูกสาวว่า “ดาราระดับนี้ เขาไม่มาทำแบบนี้หรอก" เป็นที่โจษจันกันไปทั่วอินเทอร์เน็ต ว่าแพนเค้กมีนิสัยอย่างนั้นจริงหรือ
ทั้งนี้ทางคุณแม่หน่อย ของสาวแพนเค้ก ก็ออกมายอมรับ ว่ามีปากเสียงกับออแกไนเซอร์จริง แต่เป็นเพราะทีมงานพูดจาไม่ให้เกียรติเธอและลูกสาวเลย และเธอก็ไม่มีทางพูดคำว่า "น้องดังขนาดนี้ จะไม่ทำอะไรแบบนี้" แน่
"แต่แม่บอก ว่าการทำงานมันต้องมีข้อจำกัด ซึ่งทางช่องก็เคยมาบอกคุณแม่เหมือนกัน ว่าไปรับงานอย่างนี้ได้ยังไง ให้น้องยืนถ่ายรูปกับทุกคน แล้วเขาก็ไม่ได้สกรีนทุกคนที่เข้ามาเลย ให้ทุกคนเข้ามาถ่ายรูปได้หมด โดยมีบัตรคิว หรืออะไรไม่รู้ที่เป็นระบบของเขา แม่ก็เลยบอกเขาว่าเอาอย่างนี้สิ รวบคนให้เป็นสี่ห้าคนแล้วถ่ายรูปทีเดียว น้องแพนใส่ส้นสูงสี่นิ้ว แม่ก็เลยเป็นคนขอให้น้องนั่งพักหน่อย
ซึ่งตอนรับงานแม่ก็บอกเขาแล้ว ว่างานนี้แม่รับถูกนะ ถ้าไม่ใช่งานช่วยกันแม่ไม่ไป เพราะฉะนั้นเขาต้องมีความเกรงใจที่เราช่วยเขา แต่เขาไม่มีความเกรงใจเลย แต่แม่ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่ใช่ว่าเขาจะลงโทษคนอื่นแบบนี้ ถือเป็นการกระทำที่แย่มากๆ การที่เราจะโดนข่าวแบบนี้แม่ไม่กลัว เพราะเราอยู่ตรงนี้มานาน แล้วกาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ จริงๆ แล้วแม่กับน้องไม่ได้มีความโลภโมโทสัน ที่จะต้องรับงานเพื่อให้ได้เงิน การที่เราจะร้ายกับใครคนนั้นจะต้องร้ายกว่าเราอีกเป็นร้อยเท่า” แม่แพนเค้กแจกแจง
ขณะที่ นางเอกคนดัง ได้บอกว่าปัญหาที่เกิดขึ้น คงเป็นการเข้าใจผิดในการสื่อสารกันมากกว่า ทำงานอะไรก็แล้วแต่ ไม่ควรใช้อารมณ์ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง
"เราไปทำงานโดยส่วนตัวแพนไม่ได้รู้จักใครเป็นส่วนตัว แต่ทุกครั้งที่ทำงานเราต้องการความชัดเจน แพนก็ทำงานในสิ่งที่คุยกันยังไง เราก็ทำแบบนั้น อันไหนที่มันไม่ตรงกัน มีผิดพลาดไปบ้าง นั่นคือปัญหาในการทำงาน แพนว่าทุกคนต้องเจออยู่แล้วปัญหาแบบนี้ ถือว่าเป็นประสบการณ์ในการทำงานต่อไป” แพนเค้กกล่าว
นอกจาก แพนเค้ก แล้ว นางเอกสาวร่วมช่องอย่าง "ขวัญ" อุษามณี ไวทยานนท์ ก็โดนเม้าท์เหมือนกัน ว่าได้โทรไปทวงเงินค่าตัวที่ไปช่วยงานการกุศลที่ จ.ตาก ทั้งที่เดิมทีตกลงกัน ว่าจะไปช่วยโดยไม่หวังค่าตอบแทน และจะไปช่วยงาน 2 วัน แต่พอเอาเข้าจริง ขวัญกลับไปช่วยงานแค่วันเดียว และเปิดโรงแรมพักอย่างหรูหรา พร้อมมีคุณแม่และพี่สาวไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของ จ.ตาก โดยให้เจ้าภาพเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ แต่สุดท้ายคุณแม่แอ๊วก็โทรไปทวงเงินค่าโชว์ตัวจากเจ้าของงานอีก ในราคาหลักแสน ทำเอาเจ้าภาพอึ้งกิมกี่ มีให้ได้แค่ 3 หมื่นเท่านั้น
งานนี้ร้อนถึงสาวขวัญ ต้องออกมาตอบคำถามสื่อ ว่างานดังกล่าว เป็นงานบุญที่ตัวประกอบของละครเรื่องหนึ่งมาขอให้ไปช่วย ซึ่งยอมรับว่าได้เงินมา 2 หมื่นบาทจริง แต่ไม่ใช่ค่าตัว เพราะปกติค่าตัวของเธอก็ไม่ใช่ราคานี้อยู่แล้ว แต่ผู้ใหญ่ของงานให้มาเหมือนเป็นค่าน้ำใจ ค่าน้ำมันรถมากกว่า พร้อมยืนยันว่าเวลาที่ตกลงกันว่าจะไปช่วยงาน แค่วันเดียวเท่านั้น ไม่ได้มีการหนีเที่ยวแต่อย่างใด
ย้อนไปก่อนหน้านั้น สาว "ชมพู่" อารยา เอ ฮาร์เก็ต ก็เป็นคนหนึ่ง ที่ออกมาเผยว่าโดนผู้จัดงานเบี้ยวค่าโชว์ตัวในงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยเดิมทีตกลงกันว่าจะได้รับเงินค่าตัวหลักแสน แต่พอเสร็จงาน กลับให้เงินแค่หลักหมื่น
"ชมพยายามพูดดีๆ เพราะวันเทศกาลอย่างนี้ราคาค่าตัวดาราย่อมแพงอยู่แล้ว ไม่มีใครอยากจะทำงานหรอก ตอนแรกว่าจะไม่รับงานอยู่แล้ว แต่ผู้จัดการส่วนตัวบอกว่าราคาเป็นแสนเลยนะ ก็เลยรับงานมา แต่กลับโดนอย่างนี้ก็รู้สึกเซ็งๆ ไปเหมือนกัน"
ชมพู่ บอกว่าเหตุการณ์ดังกล่าว น่าจะเกิดจากการสื่อสารที่ผิดพลาด ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญให้แก่เธอมาก ต่อไปนี้เวลารับงานคงต้องเซ็นสัญญากับผู้จัดงานก่อน
ทางด้าน "ก้อง" ปิยะ เศวตพิกุล ผู้จัดงานออร์แกไนเซอร์ชื่อดัง กล่าวว่า ปัจจุบันมีทั้งน้ำดีและน้ำไม่ดี เพราะฉะนั้นเวลาจะรับงานอะไร จะต้องเช็กดีๆ ว่ารูปแบบงานเป็นอย่างไร มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน หรืออย่างดีที่สุด ถ้าเป็นกรณีที่เป็นบริษัทที่ไม่รู้จัก อาจต้องขอเงินมัดจำก่อน หรืออาจจะต้องทำสัญญาที่แน่นอน
"เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับตัวเรา ไม่เช่นนั้นปัญหามันก็จะเกิดขึ้นอย่างที่เห็นๆ กันอยู่ ในความคิด ออแกไนซ์มันเป็นความเชื่อใจ ความมั่นใจของเหล่าดารา เพราะฉะนั้นการพูดคุยตกลงงานต้องพูดในรายละเอียดให้ครบ ทุกขั้นตอน หรือแม้กระทั่งการติดต่อค่าตัว ก็ต้องให้ชัดเจน รวมไปถึงเรื่องการจ่ายเงินซึ่งถือว่าสำคัญมากๆ เพราะทุกวันนี้มีออแกไนเซอร์ต่างๆ เยอะมาก เราเองก็ไม่รู้ว่าใครเป็นอย่างไร ส่วนในเรื่องของการนำไปพูดในทางเสื่อมเสีย คิดว่ามันเป็นเรื่องของจรรยาบรรณ ขึ้นอยู่กับคนสองคน สิ่งที่ดีที่สุดก็คือทำงานของตัวเองทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด" ก้องกล่าวสรุป



