
เวลาที่ต่างกัน
เวลาที่ต่างกัน : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
ที่สนามบินนาริตะ… พวกเรากำลังรอขึ้นเครื่องอยู่ที่ประตูหมายเลข 46 เพื่อกลับกรุงเทพฯ ฉันมองดูเวลา 5 โมงเย็นแล้ว ที่กรุงเทพฯ คงเป็น 3 โมงเย็น เวลาที่ต่างกัน 2 ชั่วโมงไม่สามารถทำอะไรกับเรื่องราวที่กำลังจะจบลงไปได้ 7 วันที่ญี่ปุ่นกำลังจะกลายเป็นอดีตเมื่อเครื่องบินทะยานขึ้นฟ้า เพื่อกลับไปหาสิ่งเดิมๆ ที่คุ้นเคย…
จุดจบของสิ่งหนึ่งกำลังจะนำไปสู่การเริ่มต้นของอีกสิ่งหนึ่ง… ชีวิตมันเป็นเช่นนี้ ก่อนขึ่นเครื่อง ท็อป ดารณีนุช โทรศัพท์กลับกรุงเทพฯ สีหน้าเธอเป็นกังวลอย่างมากที่สุดที่ฉันเคยเจอ
“แม่ฉันอยู่ห้องไอซียู ตั้งแต่เมื่อคืน… แม่ชัก”
อาการของแม่ท็อป ทรงตัวอยู่ 1 วัน แต่นั่นก็ไม่ใช่สัญญาณที่ดีสำหรับคนแก่วัย 84 ปี ที่มีโรคประจำตัวหลายโรค 24 ชั่วโมงจึงเป็นช่วงเวลาที่ตัดสินชีวิตแม่ และหากแม่ฟื้นก็คงกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรานอนนิ่งอยู่อย่างนั้น…
4 ทุ่มของคืนที่ 3 ที่แม่ท็อปนอนอยู่ในห้องไอซียู ฉันกับลูกน้องก็เข้าไปเยี่ยม เพื่อนสนิทกลุ่มหนึ่งกำลังจะกลับ สวนกันกับฉันที่ลานจอดรถ
“มึงไปเยี่ยมเร็วๆ อีคิ้ม จะได้ปล่อยให้ท็อปมันพักผ่อน มันอดนอนมาหลายวันแล้ว ใช่… ท็อปอดนอนมา 2 วันแล้วหลังจากกลับมาจากญี่ปุ่น ฉันได้คุยกับท็อปทางโทรศัพท์
“ตอนนี้ตากูบวมตุ่ยเลย กูร้องไห้ทั้งคืน”
ภาพภายนอกของท็อปคือหัวหน้าครอบครัวที่เข้มแข็ง เธอเป็นหญิงเหล็ก แต่ตัวจริงๆ ของเธอเท่าที่ฉันรู้จัก เธอเป็นเหมือนเด็ก ต้องการความรักจากคนรอบข้าง ต้องการคนรับฟังและปลอบโยน (อย่างมากมาย) ขี้เล่น ดื้อดึง กวนตี-น และน่าถีบอยู่หลายครั้งแต่เพื่อนๆ ก็รักที่เธอเป็นแบบนั้น เธอจึงเป็นหญิงถึกที่ถูกห่อหุ้มด้วยความรักนุ่มๆ และความเอาใจใส่จากเพื่อนๆ เสมอมา ยิ่งในเวลานี้แล้ว ทุกคนที่รักเธอจึงอยู่กันพร้อมหน้า…
ฉันมองลอดชั้นมู่ลี่บังแดดเข้าไปในห้องไอซียู แม่ท็อปนอนนิ่งอยู่บนเตียง มีเครื่องช่วยหายใจติดอยู่ แก้มแม่เป็นสีชมพูดูเปล่งปลั่งสมกับที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากลูกๆ และคนดูแลที่ท็อปจัดสรรมาให้ โดยปกตินอกจากจะอยู่ในความดูแลของหมอสมัยใหม่แล้ว หมอจีนแผนโบราณก็เข้ามาร่วมรักษาด้วย ท็อปเคยเล่าว่าแม่กินยาจีนเดือนละ 3-4 หมื่นทุกๆ เดือน พี่สาวของท็อปไปสรรมาให้เพื่อบำรุงระบบภายใน คำว่า “ดีที่สุด” คือมาตรฐานเดียวที่ท็อปให้กับแม่ ในเวลานี้แม่จึงดูเหมือนคนปกติที่ไม่ได้มีโรคประจำตัวใดๆ แม่กำลังหลับ… หลับฝันดี ท็อปไม่อยากจะปลุกให้แม่ตื่นจากฝัน มันจะเป็นการหลับที่ยาวนานที่สุดของแม่… หลับไปตลอดกาล
ท็อปเตรียมรูปวางหน้าศพไว้เรียบร้อยแล้ว ชุดสีสวยของแม่วางพับอยู่ปลายเตียง พวกเราร่วมกันสวดมนต์ให้แม่ หวังว่าเสียงของพวกเราคงจะไม่รบกวนความฝันของแม่ ฉันเพิ่งรู้ว่าตัวเองสวดมนต์ได้เลวที่สุดในกลุ่ม งึมงำถั่วงาเหมือนนักร้องที่ลืมเนื้อ จำได้แต่ทำนอง เอาเถอะ! เอาเจตนาดีเข้าว่า ในที่สุดฉันก็ทนตัวเองไม่ไหว ออกจากห้องไปแล้วปล่อยให้ที่เหลือสวดต่อ เกรงว่าการสวดมนต์แบบดำน้ำของฉันจะทำให้แม่สวนทางกับสวรรค์! นางพยาบาลเข้ามากดปรับเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ฉันมองดูตัวเลขสูงถึง 140 กว่าๆ แล้วก็ลดต่ำลงมาสลับไปมาเช่นนี้ เพิ่งรู้ว่าคนที่กำลังจะไปหัวใจจะเต้นเร็วกว่าคนปกติมากนัก ตอนนี้ตรวจจับความดันไม่ได้แล้ว นุชบอกว่า…
“ตอนที่พ่อหนูจะเสียก็เป็นแบบนี้แหละพี่ ชีพจรขึ้นๆ ลงๆ ถ้ายุติการรักษาไม่ให้ยากระตุ้นหัวใจอะไรแล้ว มีแค่เครื่องช่วยหายใจที่ต่อเข้าปาก เขาก็จะอยู่ได้อีก 2-3 ชั่วโมง บางคนก็อยู่ได้อีก 1 วัน แต่ถ้าจะไปจริงๆ ตัวเขาจะร้อนจี๋เลยนะพี่ เหงื่อออกตามคอ ตามมือ… แม่พี่ท็อปยังไม่ไปตอนนี้หรอก แถวๆ ตอนเช้าๆ โน่นแหละ บอกพี่ท็อปไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะยุ่งวุ่นวายไม่ได้นอนจะแย่เอา…”
นังนุชผ่านประสบการณ์การสูญเสียพ่อไปไม่ถึงเดือน มันจึงเป็นผู้รู้อยู่คนเดียวทุกๆ เรื่องในสิ่งที่ท็อปจะต้องทำต่อไป ฉันสงสัยอะไรระหว่างนั้นก็จะหันไปถามมัน… เหมือนจะเข้าฉากซาบซึ้งและสูญเสีย แต่ที่สุดก็กลับมาเหมือนเดิมจนได้… เพื่อนๆ รวมทั้งท็อป ออกจากห้องไอซียูมากองรวมกันเหมือนเงาะเน่า แล้วพวกมันก็เริ่มคุยกันสัพเพเหระ สักพักก็หิว นุชนาฎและสีเกดเลยออกไปซื้อของกินที่เซเว่นกลับมาให้ คราวนี้พอมีแรงขึ้นเสียงก็ดังขึ้นตาม เสียงหัวเราะในเรื่องบ้าๆ บอๆ ที่ผลัดกันคุยผลัดกันเล่าดังเจี๊ยวจ๊าวจนจำแทบไม่ได้ว่า ที่ที่พวกเราสุมหัวกันอยู่คือที่ไหน ไม่น่าใช่โรงพยาบาล บรรยากาศเป็นไปได้แค่ 3 สถานที่ อันได้แก่ ตลาดสด บ่อน และซ่อง ดูเป็นที่อโคจรมากเพราะสมาชิกนั้นประกอบด้วยผู้คนหลากหลายเพศพันธุ์ ทั้งชายจริง หญิงแท้ ทอม และตุ๊ด ยิ่งมีเพื่อนพี่ก้องที่เป็นตุ๊ดรุ่นพี่เดินโขยกเขยกตามมาสมทบด้วยแล้ว บาร์เกย์ชัดๆ พี่ก้องชวนท็อปออกกำลังกายด้วยการยกแข้งยกขาท่าแปลกๆ เพื่อเผาผลาญสิ่งที่ใส่เข้าปากไปเมื่อตะกี้
เที่ยงคืนแล้ว ได้เวลาที่ท็อปจะต้องพักผ่อนเอาแรงเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ในวันพรุ่งนี้ พวกเราจึงต้องแยกย้ายทิ้งท็อปไว้ตรงนั้นกับครอบครัว แต่กว่าจะส่งกันเสร็จก็เข้าอีหรอบเดิม เดินลงมาส่งกัน แวะคุยกันตั้งแต่ในลิฟต์ หน้าลิฟต์ หน้าประตูทางออก กว่าจะกอดลากันโน่นอีกครึ่งชั่วโมง ช่างเล้าหลือกันจริงๆ !
แม่ท็อปสิ้นลมไปในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น (12 ก.ค.) แม่จากไปอย่างสงบและงดงามในวัย 84 ปี ทิ้งพ่อไว้ให้อยู่คนเดียว… คน 2 คน เริ่มต้นชีวิตคู่พร้อมๆ กัน แต่กลับจากโลกนี้ไปคนละเวลา ไม่มีใครสามารถเริ่มต้นและจบลงพร้อมๆ กันได้ เพราะเราต่าง “มี” และ “มา” จากกรรมที่ต่างกัน ทำให้แต่ละชีวิตบนโลกนี้มีช่วง “เวลาที่ต่างกัน” ตั้งแต่เกิดจนตาย…
.......................................
(หมายเหตุ เวลาที่ต่างกัน : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



