
'สยามซินโฟนิเอตต้า'ผงาดระดับโลก
ชนะเพราะความสามัคคี 'สยามซินโฟนิเอตต้า' ผงาดระดับโลก
กลับจากการแข่งขันในเทศกาล "Summa Cum Laude International youth music Festival Vienna" ที่โกลเดนท์ ฮอลล์ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยวง "สยาม ซินโฟนิเอตต้า" สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศแซงหน้าวงต่าวชาติมากมาย ทั้งที่เพิ่งไปแข่งขันเป็นครั้งแรก โดยมีวาทยกรชื่อดังอย่าง อ.สมเถา สุจริตกุล และ อ.ทฤษฎี ณ พัทลุง เป็นผู้ควบคุมวงไป โดย อ.สมเถา ให้สัมภาษณ์ "คม ชัด ลึก" หลังจากคว้ารางวัลและกลับถึงเมืองไทยว่า
"วงดนตรีของเรามีมาแค่ 2 ปี แต่สามารถที่จะชนะวงดนตรีต่างชาติได้ เราเป็นกลุ่มเด็กไทยกลุ่มแรกที่ทำได้ ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่เราแข่งในประเทศ แต่อันนี้เป็นการแข่งในระดับโลก วงที่สองที่สามที่สี่เป็นต่างชาติหมด เราเป็นคนไทยที่ชนะในระดับสากล และเป็นครั้งแรกของวงซิมโฟนีออเคสตราเยาวชนไทยที่ได้ไปแข่งในต่างชาติ แล้วได้รางวัลชนะเลิศ เรียกว่าเป็นชาติในเอเชียที่ทำให้คนต่างชาติได้เห็นความสามารถของเรา ต้องขอบคุณสปอนเซอร์และเด็กๆ ทุกคน รวมถึงคุณทฤษฎี ณ พัทลุง เพราะเขาถือว่าเป็นคอนดักเตอร์ระดับโลกได้เลย เขาเก่งมากๆ" อ.สมเถา บอก ก่อนจะเสริมให้ฟังอีกว่า
"เพราะว่าเราเล่นได้เหนือกว่าวงอื่นๆ และมีความเป็นหนึ่งเดียว (ในการเอาดนตรีไทยวงปี่ชวาเข้าไปผสมด้วย) เราไม่ได้เจาะจงที่จะเอาดนตรีไทยเข้าไปใช้ แต่เรียกว่าต้องดูตามสถานการณ์ของแต่ละเพลงไป ในการไปครั้งนี้ของพวกเราทำให้ชาวต่างชาติได้เห็นแผนที่ของประเทศไทยได้อย่างชัดเจน กรรมการที่ตัดสินทุกคนเป็นคนยุโรป เราแสดงดนตรีของคนยุโรป และไปเล่นให้คนยุโรปฟัง
ในส่วนของการเตรียมตัว เราฝึกเป็นประจำตลอดระยะเวลา 2 ปี ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งวง เรามีการฝึกซ้อมอยู่โดยตลอด เรามีเทคนิคหนึ่ง ที่เราอาจจะใช้ไม่เหมือนคนอื่น คือ เรามีการใช้วิปัสสนาทำสมาธิ เพื่อให้รู้สึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งมันอาจจะเป็นหลักปรัชญาทางศาสนาแบบไทย ที่เราสามารถเอามาปรับใช้ได้ ในแง่ของการพัฒนาวงต่อจากนี้ หลังจากเราชนะได้ที่หนึ่งอย่างชัดเจน มีหลายประเทศที่ติดต่อให้เราไปแสดงในยุโรป คิดว่าน่าจะมีการทัวร์อีกหลายประเทศ เสน่ห์ของดนตรีคลาสสิก ผมคิดว่าดนตรีคลาสสิกเป็นมรดกร่วม เราได้พิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่า มันเป็นมรดกของเรา เพราะเรามีมุมมองในแบบที่ฝรั่งไม่เคยเห็น" อ.สมเถา กล่าว
ด้าน อ.ทฤษฎี ได้แจงถึงเรื่องการนำวงปี่ชวามาใช้รวมกับวงออเคสตราว่า เหตุผลเป็นเพราะเลือกเพลง "นิรันดร์" ซึ่งเป็นเพลงที่เขาแต่งไว้เมื่อ 4 ปีก่อน เพื่อถวายแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในวันที่พระองค์สิ้นพระชนม์
"ในเรื่องของการนำดนตรีไทยอย่างปี่ชวาเข้าไปผสม ตรงนี้ผมอยากจะชี้แจงว่า ในการแข่งขันครั้งนี้ ผมไปในฐานะของวาทยกรคู่กับ อ.สมเถา แบ่งกันควบคุมวงคนละครึ่งหนึ่ง ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ทราบว่าผมไปในฐานะของวาทยกรกับคอนดักเตอร์ แบ่งกันควบคุมคนละสองเพลง ในการแข่งขันครั้งนี้เขาให้เราเลือกสามเพลง และมีเพลงบังคับหนึ่งเพลง รวมเป็นสี่เพลง ในส่วนของเพลงทั้งสามเพลงที่เราต้องเลือกเอง เรามีหลักในการคัดเลือกคือ ข้อหนึ่งต้องน่าสนใจและแสดงศักยภาพของเราได้ดีที่สุด ข้อสองมีความน่าสนใจในสายตาของชาวต่างชาติ และหนึ่งในเพลงที่อาจารย์สมเถาเลือกใช้คือ เพลงนิรันดร์ของผม ซึ่งมีการเอาปี่ชวาไปรวมกับวงออเคสตราด้วย ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงที่ผมแต่งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ถวายสมเด็จพระพี่นางฯ ตอนท่านสิ้นพระชนม์ โดยมีการนำปี่ชวาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในเพลงอยู่แล้ว เราแค่เลือกเพลงนี้เข้าไปแข่งขันไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย" อ.ทฤษฎี เผย
อ.ทฤษฎี กล่าวต่ออีกว่า ในแง่ที่ว่าคนไทยได้ไปแข่งเป็นครั้งแรกต้องบอกว่า วงของชาวต่างชาติหลายๆ วงมีเทคนิคการเล่นบางอย่างที่วงของเขาอาจจะสู้วงต่างชาติไม่ได้ แต่สาเหตุที่ชนะ เพราะวงของเขาเล่นดนตรีอย่างเข้าใจ ซึ่งวงของชาวต่างชาติอาจจะเล่นแล้วฟังสบายๆ ไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้เอาความหมายของดนตรีออกมา
"ในส่วนนี้ ผมและอ.สมเถาจะฝึกน้องๆ ให้เข้าใจในดนตรี ในเรื่องของความหมายและอารมณ์เพลง ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะกรรมการเห็นได้อย่างชัดเจน และเราทำได้ดีมากจริงๆ ทั้งที่การเดินทางไปแข่งขันครั้งนี้ เรามีปัญหาหลายๆ อย่าง ทั้งในส่วนของการขนเครื่องดนตรีที่ใหญ่มาก และเราไม่สามารถนำขึ้นเครื่องไปได้ เพราะจะเสียค่าใช้จ่ายเยอะ เราแก้ปัญหาโดยการไปเช่าเครื่องดนตรีคุณภาพต่ำจากที่นั่น
ดังนั้นถึงเราจะมีเครื่องดนตรีคุณภาพต่ำ แต่เราก็สามารถที่จะเอาชนะเขาได้ การแข่งขันครั้งนี้วงเรามีทั้งหมด 50 คน แต่ในขนาดที่อเมริกาที่ได้ที่สอง เขามั่นใจมากและขนคนมาร้อยกว่าคน มีการพูดข่มเราอย่างขำๆ เอาไว้ว่า "จงกลัวเอาไว้" หลังจากการแข่งจริงๆ เราสามารถชนะเขาได้ ก็รู้สึกดีใจมาก และเราไม่ได้ชนะเพราะเอาดนตรีไทยไปผสมกับสากล แต่เราชนะเพราะเล่นดนตรีสากลได้ดีกว่าเขา ผมไม่เคยชอบวิธีที่บอกว่าคนไทยไม่เคยแพ้ชาติใดในโลก เพราะฟังเหมือนให้กำลังใจตัวเอง ทั้งที่จริงๆ แล้ว เราไม่เคยแพ้เขาอยู่แล้ว" อ.ทฤษฎี กล่าวปิดท้าย



