บันเทิง

'ตุ๊ก'ไม่เชื่อ'บ๊วย'รักลูกไม่เท่ากัน

'ตุ๊ก'ไม่เชื่อ'บ๊วย'รักลูกไม่เท่ากัน

13 ก.ค. 2555

'ตุ๊ก-ชนกวนันท์' น้ำตาคลอเปิดใจหลังหย่า 'บ๊วย-เชษฐวุฒิ' ส่อขายบ้านแบ่งสินสมรส ย้ำมีชีวิตอยู่เพื่อลูก เปรยเห็นใจอดีตสามีเจอกระแสสังคมวิจารณ์หนักรักลูกไม่เท่ากัน ปัดพูดถึงมือที่สาม

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 ก.ค. 55  หลังจากนายเชษฐวุฒิ วัชรคุณ หรือ บ๊วย ดาราและพิธีกรชื่อดัง แถลงเปิดใจหย่าร้างกับนางชนกวนันท์ รักชีพ หรือ ตุ๊ก นางแบบชื่อดัง ล่าสุดนางชนกวนันท์ ออกมาเปิดใจครั้งแรกหลังจากจดทะเบียนหย่ากับอดีตสามี ในงาน “หนึ่งผนังรวมพลังรักษ์สะอาดกับสีเบเยอร์ชิลด์” ที่ร้านอาหารเมธาวาลัย (ศรแดง) กรุงเทพฯ โดยนางแบบดังมีสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือตลอดเวลาที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

          นางชนกวนันท์กล่าวว่า หลังจากเคลียร์ทุกอย่างแล้ว ตอนนี้สภาพจิตใจเป็นปกติแล้ว แต่โดยรวมต้องยอมรับว่า ก่อนหน้านี้มีช่วงที่อ่อนแอบ้าง ที่ผ่านมาพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อไม่เป็นไปอย่างที่ปรารถนาและทุกอย่างได้จบลง ความอ่อนแอที่เคยมีก็เริ่มหายไป

          ส่วนสาเหตุการหย่าร้างนั้น นางแบบดังเปิดเผยว่า ไม่มีสาเหตุใดๆ แต่ก่อนหน้าไม่ได้มีความต้องการให้เรื่องจบแบบนี้ แต่เมื่อชีวิตคู่ถูกเห็นชอบด้วยทั้งสองคน หรือถ้าแม้เพียงใครคนใดคนหนึ่งคิดว่าจะยกเลิก อีกคนหนึ่งคงไม่สามารถดำเนินต่อไปได้

          นางชนกวนันท์ กล่าวอีกว่า เรื่องการแบ่งสินสมรสนั้น ทรัพย์สินต่างๆ ได้ปฏิบัติตามที่ตกลงกันไว้ ส่วนที่มีข่าวว่าจะขายบ้าน คิดว่าอาจจะต้องใช้วิธีนั้น ซึ่งหากขายไปคงต้องย้ายออกไปอยู่บ้านหลังใหม่กับลูก ตอนนี้อาจจะยังไม่ได้ชัดเจนอะไร ส่วนเรื่องการดูแลลูกทั้ง 2 คน ตนมีหน้าที่ดูแลลูกป็นหลัก

          ผู้สื่อข่าวถามว่า จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้ "บ๊วย" โดนโจมตีค่อนข้างมาก รู้สึกอย่างไรบ้าง นางชนกวนันท์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้อดีตสามีเป็นคนที่สนิทที่สุด และผูกพันที่สุด ฉะนั้นไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรที่ฝ่ายชายไม่สบายใจก็รู้สึกไม่สบายใจไปด้วย

          "รู้สึกเห็นใจเขา เมื่อเห็นเขาไม่มีความสุข เราก็รู้สึกไม่สบายใจ อยากเห็นเขามีความสุข ไม่ได้อยากให้โดนโจมตี โดนว่าและต้องมารู้สึกไม่ดีอะไร ตุ๊กคิดว่าทุกชีวิตต้องมีเรื่องราว อาจจะเป็นช่วงบางช่วงที่มันต้องเกิดขึ้น ส่วนที่พี่บ๊วยออกมาพูดเหมือนว่ารักลูกไม่เท่ากันนั้น ตุ๊กไม่เชื่อว่าพ่อแม่จะรักลูกไม่เท่ากัน และเชื่อว่าลูกทั้งสองซึมซับความรักจากพี่บ๊วยได้ แต่บางครั้งการสัมภาษณ์บางทีคนที่ถูกสัมภาษณ์ก็จะกังวลหลายอย่าง ทุกอย่างมันเร็ว มีความเครียดและกดดัน คิดว่าน่าจะเป็นการพูดแบบเร็วมากกว่า เหมือนอย่างที่เขาบอกว่า รักคนละแบบ เท่าที่ตุ๊กได้ฟังแล้วจึงเข้าใจว่าเขาหมายความว่ายังไง อาจเป็นการเรียงประโยคที่ผิดไป แค่นั้นเอง ไม่ได้หมายความว่ารักไม่เท่ากัน"