บันเทิง

หนังชีวิต'ไทยทิมส์-เชลติค'ควรสร้างเป็นภาพยนตร์ !

หนังชีวิต'ไทยทิมส์-เชลติค'ควรสร้างเป็นภาพยนตร์ !

13 ก.ค. 2555

หนังชีวิต'ไทยทิมส์-เชลติค'ควรสร้างเป็นภาพยนตร์ ! : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร [email protected]

            กาเบรียล การ์เซีย มาร์เควซ นั่งเขียนวรรณกรรมคลาสสิก “100 ปีแห่งความโดดเดี่ยว” ในเวลาไม่นานได้ นับว่ามหัศจรรย์แล้ว สตีฟ จ๊อบส์ ปลูก apple มาได้หลายไร่ขนาดนี้ ยังถือว่าน่าทึ่งกว่า
 
          แต่อาการที่ว่า ไม่น่าซาบซึ้งเท่ากับเรื่องของ ”ไทยทิมส์-เชลติค” ที่ได้ร่วมกันสร้างปรากฏการณ์ทาง youtube และสังคมของ social media จนโด่งดังมาทั่วไป

          ผมนั่งดูข่าวทีวีที่ทาง “สิงห์ คอร์เปอเรชั่น” เดินทางไป จ.จันทบุรีแล้วก็พยายามคิดว่า ในโลกของการดูบอลบ้าบอลมา 33 ปีนั้น มันมีเรื่องทำนองนี้ เกิดขึ้นบ้างไหม มันคงมีอยู่บ้าง แต่เคสที่ว่านี้ถือว่ารุนแรงมากครั้งหนึ่งตั้งแต่มีมา
 
          ขอเล่าคร่าวๆ “พอลกับรุ่งทิวา” ฝรั่งวิศวกรอนาคตไกลพบรักกับครูสาวที่จันทบุรีเมื่อหลายปีก่อน หลังจากแต่งงานไปทำร้านอาหารที่อังกฤษ และย้ายกลับมาทั้งคู่ตัดสินใจมีลูก มีฝันและหวังทุกอย่างที่คนเป็นแม่และพ่ออยากจะมี แต่แล้วก็ช็อก ! เพราะเขาและเธอได้ลูกชายซึ่งเป็นดาวน์ซินโดรมส์

          หลายวันผ่านพ้น พอทำใจได้ก็เลี้ยงดูอย่างดี แต่เมื่อจะเข้าโรงเรียนก็ถูกปฏิเสธหลายแห่ง สุดท้ายก็เข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมศึกษานายายอาม โดยคุณพ่อขอแลกด้วยการสอนภาษาอังกฤษให้แก่เด็กๆ เป็นการตอบแทน ลูกชายคนนี้ชื่อ “เบอร์นี่” แต่พ่อและแม่เป็นแฟนทีมเซลติค แชมป์ของสกอตแลนด์
  
          วันหนึ่งระหว่างสอนเด็กๆ ร้องเพลง Over and Over ซึ่งเกี่ยวพันกับการเชียร์ทีมนี้ คุณพ่อคือพูล อัดเอาการร้องของเด็กๆ ไปลง youtube ผลก็คือมีคนทั่วโลกเข้ามากด like เป็นแสนคน ! (ในเวลาต่อมามีการร้องเพิ่มอีกเพลงคือ "I just can't get enough")
ฝรั่งต่างชาติและแฟนบอลทึ่งและซาบซึ้งในสิ่งที่เด็กไทยทำ แม้จะเป็นดาวน์ซินโดรมส์ แม้จะยากจน ก็ยังร้องเพลงไปให้กำลังใจนักบอลที่กำลังพบอุปสรรคในการแข่งขัน คลิปอันนี้ดังมาก และมันดังเข้าไปในการรับรู้ของสโมสรเซลติค จนเกิดการติดต่อขอเอาเด็กไทย 42 คนไปร้องเพลงเชียร์ในสนามให้นักบอลและชาวต่างชาติเห็น
  
          สิ่งที่พิเศษก็คือ เซลติคประทับใจมากถึงขนาดประกาศให้นักบอลตัวเอง ใส่เสื้อที่มีชื่อเป็น “ภาษาไทย” ลงแข่ง และเกิดไอเดียที่ดีคือจะเอาเสื้อทั้งหมดทุกตัว (18 ตัว) เสนอประมูลเพื่อเอารายได้ทั้งหมดไปช่วยโรงเรียนที่จันทบุรี และช่วยเหลือเด็กดาวน์ซินโดรมส์
 
          การประมูลมีคนสนใจทั้วโลก และผู้ชนะก็คือทางค่ายสิงห์ฯ ของบ้านเราที่ประมูลได้หมด 7 ตัว ในราคาสามแสนกว่า ทางสิงห์ฯ มองเห็นคุณประโยชน์นี้ จึงตัดสินใจมอบเสื้อทั้งหมดให้แก่โรงเรียนที่จันทบุรี เป็นการส่งมอบเสื้อประวัติศาสตร์ของ"เซลติค" ให้แก่น้องๆ กลุ่มนี้ ที่ภายหลังมีชื่อว่า "ไทยทิมส์" พร้อมกับบริจาคเงินช่วยการศึกษาเด็กดาวน์ซินโดรมไทย

          เสื้อ 7 ตัวที่สิ่งห์ฯ ประมูลมาได้นั้น เป็นของ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ผู้รักษาประตูชาวอังกฤษ, เอมิลิโอ อิซากิเร่ แบ๊คเนื้อหอมชาวฮอนดูรัส, แอนโธนี่ย์ สโต๊คส์ หัวหอกชาวไอร์แลนด์, คริส คอมมอนส์ มิดฟิลด์เชิงสูงทีมชาติสกอตแลนด์, มิคาเอล ลุสติก ปราการหลังทีมชาติสวีเดน, วิคเตอร์ วานยาม่า ห้องเครื่องทีมชาติเคนย่าและโทนี่ วัตต์ หัวหอกดาวรุ่งวัย 18
ปีชาวสกอตแลนด์ ที่ทำผลงานยอดเยี่ยม เป็นผู้ทำถึง 2 ประตูในนัดที่เซลติคใส่เสื้อชื่อไทยลงแข่ง
  
          รวินทร์ ชมพูนุชธานินทร์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สิงห์ คอร์ฯ บอกว่า
 
          "นี่คงเป็นเสื้อประวัติศาสตร์ของสโมสรฟุตบอลกลาสโกว์ เซลติกที่พิมพ์ชื่อผู้เล่นเป็นอักษรไทย ที่แฟนๆ กลาสโกว์ทั่วโลกเข้าร่วมประมูลเพื่อนำเงินรายได้มาช่วยพัฒนาการศึกษาให้แก่เด็กๆ ดาวน์ซินโดรมในประเทศไทย และเป็นที่น่ายินดีว่าเราสามารถประมูลเสื้อชุดนี้กลับมาบ้านเราได้มากถึง 7 ตัว และสิงห์ คอร์เปอเรชั่น

          มีความต้องการที่จะนำเสื้อทั้งหมดนี้มอบเป็นของขวัญให้แก่เด็กๆ ที่โรงเรียนเตรียมศึกษานายายอาม จังหวัดจันทบุรี ทีที่เป็นจุเริ่มต้นของเรื่องราวที่น่าประทับใจนี้"
  
          ส่วน พอล เลนน่อน พ่อของลูกชายที่เป็นดาวน์ซินโดรม และเป็นครูอาสาสมัครของโรงเรียนเตรียมศึกษานายายอามและในฐานะตัวแทนกองเชียร์ทีมเซลติกในประเทศไทย เล่าว่า "สโมสรฟุตบอลเซลติก และแฟนๆ เซลติกทั่วโลกต่างประทับใจในความน่ารักของเด็กๆ เป็นอย่างมาก ซึ่งจากนี้ไปคงมีกิจกรรมอีกมากมายจากแฟนๆ เซลติคทั่วโลกเพื่อร่วมกันสานต่อมิตรภาพอันดีที่เกิดขึ้นและเพื่อส่งกำลังใจให้แฟนๆ ตัวน้อยของเราที่นี่
  
          ตอนนี้เรื่องไทยทิมส์กับเซลติคกำลังดังไปเรื่อยๆ มีข่าวว่าค่ายหนังที่อังกฤษอาจจะสร้างเป็น “หนังสารคดี” หรือทำเป็น semi-doc คือกึ่งสารคดีผมยกโหวตว่า น่าจะมีการทำหนังแบบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการวิจารณ์หนังมา 18 ปี ผมพบว่าหนังที่เกี่ยวกับฟุตบอล มีดีๆ น้อยมาก (เพราะโดยมากเล่นแต่ underdog ตามขนบของฮอลลีวู้ด)
 
          ถ้าเวลาผ่านไปแล้วยังมีใครเสนอตัว ผมว่าสิงห์ฯ น่าจะสร้างเองเสียเลย เพราะสารคดีใช้เงินไม่มากหากเขียนบทดีๆ และดึงเอาแง่มุมของฟุตบอลกับ hope และ passion มาเจอกันในหนัง (ใช้ culture ฟุตบอลเพื่อ educate สังคมและคนดู)
  
          แต่ไม่ว่าอย่างไร ขอแสดงความนับถือไปยังคุณพอล+รุ่งทิวา คู่ชีวิตที่ฟันฝ่า และเลือกที่จะเก็บเด็กไว้ ไม่เชื่อหมอที่แนะให้ทิ้งตั้งแต่ในครรภ์

          ถ้าพระเจ้าสร้างโลกจริง “พอลกับรุ่งทิวา” ก็สร้างสังคม และถ้าเซลติคเป็นแชมป์ลูกหนัง
 
          เด็กๆ “ไทยทิมส์” ก็คือ “แชมป์ชีวิต”
.......................................
(หมายเหตุ หนังชีวิต'ไทยทิมส์-เชลติค'ควรสร้างเป็นภาพยนตร์ ! : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก  โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
[email protected])