
โลกเปลี่ยนไป ดนตรีไทยก็เปลี่ยนแปลง 6
โลกเปลี่ยนไป ดนตรีไทยก็เปลี่ยนแปลง 6 : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน
ย้อนไปเมื่อประมาณ 40 ปี ที่ผ่านมา ผมกำลังอยู่ในวัยเด็กพอที่จะเริ่มตาสีตาสาในเรื่องของดนตรีไทยแล้ว ก็คือเริ่มที่จะบรรเลงระนาดเอกตามงานวัดกับเขาได้แล้ว ผมตีปี่พาทย์อยู่ที่วัดทองนพคุณย่านคลองสานอยู่บ่อยๆ เนื่องจากเป็นวัดที่รับงานปี่พาทย์กันเป็นประจำมานานมาก ตั้งแต่ในยุคสมัยคุณปู่ของผม สืบเนื่องมาจนถึงถึงปีพ.ศ. 2522ก็โดนวงอื่นๆ แย่งตัดราคารับไปทำและก็ต้องเลิกทำไปโดยปริยาย แต่ก็ยังโชคดีที่มีวัดประจำอีกวัดหนึ่งก็คือวัดราษฎร์บำรุงย่านหนองแขม ซึ่งก็เริ่มทำประจำอยู่ที่วัดนี้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2515 และคุณพ่อผมได้ตั้งรกรากอยู่ใกล้กับวัดราษฎร์บำรุงแห่งนี้จนถึงในปัจจุบัน ซึ่งก็ยังรับงานปี่พาทย์กันอยู่หมือนเดิม
ปี่พาทย์ประจำวัดที่ทำให้ผมได้รับประสบการณ์อย่างโชกโชนนั้นก็มีกฎข้อปฏิบัติอยู่บ้างก็คือ 1 รับราคาที่ถูกกว่าปี่พาทย์ขาจรทั่วไปและจะเอาเครื่องปี่พาทย์เก็บไว้ที่วัดโดยไม่ต้องขนเครื่องปี่พาทย์กลับไปบ้านให้เสียค่าพาหนะเดินทาง ส่วนข้อที่ 2 ก็คือต้องมาช่วยงานยามเมื่อวัดมีงานบุญต่างๆ ที่จัดขึ้น อย่างเช่น งานเทศมหาชาติ หรือ วันสงกรานต์ อะไรแบบนี้วงที่ประจำอยู่วัดนั้นๆ ก็ต้องมาช่วยบรรเลงประกอบงานหรือประกอบพิธีแบบฟรีๆ ไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งก็ช่วยทำให้ตัวผมได้รับประสบการณ์ที่ดีล้ำค่าจนถึงทุกวันนี้ เช่นการ เทศน์มหาชาติที่วัดทองนพคุณ ซึ่งทางวัดจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและจะต้องจัดในวันที่คาบเกี่ยวกับวันออกพรรษา เพื่อที่จะได้มีการตักบาตรเทโวในวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเทศน์มหาชาติ และวงปี่พาทย์ที่บ้านคุณพ่อผมจะไปทำเป็นประจำในทุกๆ ปีอยู่แล้วตัวผมเองจึงได้รู้ได้เห็นอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับการเทศน์มหาชาติมามากมาย ระยะหลังรู้แม้กระทั่งพระที่มาขึ้นเทศน์บางรูปพอขึ้นมานั่งบนธรรมาสน์แล้วจะต้องขึ้นต้นด้วยทำนองเทศน์อะไร บางรูปก็จะเทศน์แบบธรรมดาใช้คำบาลีสลับคำไทยแต่บางรูปท่านก็จะใช้ทำนองแหล่ ซึ่งฟังแล้วก็จะสนุกสนานด้วยทำนองต่างๆ คล้ายกับว่าท่านกำลังร้องเพลงแหล่ให้เราฟังผสมผสานกับคำพูดที่หยอกล้อในเชิงสั่งสอนให้ญาติโยมได้ฟังกันแบบมีรสชาติและชวนฟัง และพระนักเทศน์ที่เดินทางมาจากวัดอื่นนั้นเราจะทราบกันดีว่าในระหว่างที่ท่านกำลังเทศน์ด้วยทำนองอะไรก็แล้วแต่จะสนุกหรือไม่สนุกพวกเราชาวคณะปี่พาทย์ก็ต้องนั่งฟังอยู่ในวงด้วยความสงบห้ามตีห้ามเล่นเครื่องดนตรีทุกชนิดโดยเด็ดขาดรอคอยให้ท่านเทศน์จบลงมาจากธรรมาสน์แล้วพวกเราก็จะ บรรเลงเพลงประจำกัณฑ์ต่างๆ หรือก่อนที่พระท่านจะขึ้นเทศน์พวกเราคณะปี่พาทย์ก็จะบรรเลงเพลงสาธุการเท่านั้น
มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในการเทศน์มหาชาติที่วัดทองนพคุณในปีพ.ศ.2517 ซึ่งผมจำได้อย่างแม่นยำว่า ตอนนั้นผมกำลังเรียนอยู่ในชั้นประถมปีที่ 6 มีเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับผมเดินทางมาจากสุพรรณบุรี มาหัดตีปี่พาทย์อยู่ที่บ้านแบบใหม่ๆ สดๆ เพิ่งมาได้ไม่กี่วันและเขาก็มานั่งตีฉิ่งตีฉาบตามสไตล์ของเด็กมาใหม่ที่ต้องเริ่มจากการตีจังหวะในวงปี่พาทย์สลับกับการถูกใช้ให้เดินซื้อขนมซื้อบุหรี่ของรุ่นพี่ๆ หรือผู้ใหญ่ในวง และในระหว่างที่พระสงฆ์รูปหนึ่งซึ่งผมไม่แน่ใจว่าท่านมาจากวัดประยุรวงศาวาสหรือวัดอนงคาราม ซึ่งท่านกำลังเทศน์ด้วยทำนองแหล่ที่ค่อนข้างฟังสนุกและน้ำเสียงที่ไพเราะจับใจญาติโยมชวนฟังเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งพวกผมก็นั่งฟังกันอย่างสงบและก็มีเพื่อนรุ่นพี่ในวงคนหนึ่งซึ่งเขาเป็นคนที่ขี้เล่นชอบกระเซ้าเย้าแหย่คนในวงด้วยกันและเขาก็มองหน้าเจ้าเด็กที่มาใหม่ซึ่งไม่เคยมางานเทศน์มหาชาติมาก่อนแล้วเขาก็มองมาตรงฉิ่งแล้วก็บุ้ยใบ้พยักหน้าให้ตีฉิ่ง เจ้าเด็กที่มาใหม่ก็ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็เลยรีบหยิบฉิ่งขึ้นมาตีราวกับว่าจะกลัวใครจะมาแย่งตี แต่พอตีฉิ่งฉับไปได้ไม่ถึง 5 ครั้งหลวงพ่อที่ท่านกำลังเทศน์อยู่นั้นก็หยุดเทศน์ทันทีทันใดแล้วก็พูดออกไมโครโฟนลงมาในน้ำเสียงที่ไพเราะเหมือนเดิมว่า
"โยมในวงปี่พาทย์ อาตมามาเทศน์นะ ไม่ได้มาร้องเพลงให้ญาติโยมเขาฟังกัน" เท่านั้นแหละเจ้าเด็กมาใหม่นั่งก้มหน้าใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายส่วนเจ้ารุ่นพี่จอมทะโมนก็หัวเราะคิกคักเบาๆ ชอบใจเหลือเกินที่หลอกรุ่นน้องได้ แต่อะไรก็แล้วแต่เหตุการณ์ครั้งนี้สอนให้ผมได้รู้ว่าเวลาที่พระเทศน์นั้นจะทำนองอะไรสนุกหรือดุดันไพเราะจับใจก็คือพระเทศน์แต่ถ้าเราตีฉิ่งฉาบกรับโหม่งในตอนที่ท่านกำลังเทศน์ไม่ว่าจะทำนองอะไรนั้นก็จะถือว่าพระท่านกำลังร้องเพลงไม่ได้เป็นการเทศน์แต่อย่างใดซึ่งเท่ากับว่าพระท่านต้องอาบัติ
มาถึงยุคปัจจุบันนี้ซึ่งเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาในรายการข่าวของคุณสรยุทธได้นำพระที่กำลังเทศน์เป็นทำนองที่ดุดันแล้วก็มาวิจารณ์กันว่าเป็นเรื่องที่สมควรกันหรือไม่แต่ถ้าท่านผู้อ่านใช้วิจารณญาณจากที่ผมเขียนไปด้านบนนี้ก็จะรู้ทันทีเลยว่ามันไม่ได้มีอะไรเสียหายพระท่านก็ไม่ได้ผิดวินัยและต้องอาบัติซึ่งก็ไม่เห็นจะต้องมานำเสนอข่าวแต่อย่างใดเลยนี่ครับแต่ถ้าท่านผู้อ่านลองเข้าไปใน ยูทูบ แล้วพิมพ์ว่า เทศน์มหาชาติ คลิกเข้าไปดูเรื่อยๆ ก็จะเห็นการเทศน์มหาชาติรูปแบบใหม่ที่ดูแล้วลีลาของพระท่านสนุกมากแถมมีปี่พาทย์มอญมาช่วยกันตีประกอบระหว่างเทศน์อย่างเมามันฟังแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับลิเกเลยครับเพราะมีทำนองออกแขกแล้วก็มีคำร้องที่ว่า เฮ้ฮัดช่า อยู่ด้วย
ความจริงแล้วใน ยูทูบ ที่ผมได้เข้าไปดูเทศน์มหาชาติที่มันมีอยู่มากมายนั้นผมก็ไม่ได้อยากที่จะให้คุณสรยุทธได้ชมแล้วเอาไปทำข่าวหรอกครับ แต่ผมอยากให้คุณบอย ถกลเกียรติ ไดัดูมากกว่าเพราะในบางคลิปที่มีคำว่า "ทรงเครื่อง" พอดูแล้วก็ทำให้คิดขึ้นมาได้ทันทีเลยว่า เฮ้ย! นี่มัน "เวสสันดร เดอะ มิวสิคัล" นี่หว่า ไหนๆ โลกก็เปลี่ยนไปแล้วอีกนิดเดียวก็เอาให้มันสุดๆ ไปเลย พอถึงวันนั้นแล้ว "รัชดาลัยเธียเตอร์" คงแน่นขนัดไปด้วยญาติโยมทั้งหลาย แต่เจ้าหน้าที่ของกรมศาสนาก็คงจะไม่มีใครได้ไปดู เพราะว่าตกข่าวเนื่องจากไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาเลยในโลกของอินเทอร์เน็ต นั่นเองแหละครับ ไปล่ะ สวัสดีครับญาติโยม
.......................................
(หมายเหตุ โลกเปลี่ยนไป ดนตรีไทยก็เปลี่ยนแปลง 6 : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน)



