
มองโลกแบบวิกรม : 'จีน'(ต่อ)
'จีน'(ต่อ) : คอลัมน์ มองโลกแบบวิกรม โดย... วิกรม กรมดิษฐ์
ผมเดินทางมาถึงเมืองหนานหนิง (Nann?ng) เมืองหลวงของมณฑลกวางสี (Guangxi)ที่ติดกับเวียดนาม สิ่งหนึ่งที่ผมได้หลังจากเดินทางมาคือเรื่องของผังเมือง เมืองจีนนั้นเป็นเมืองเก่าเมืองโบราณ มีสิ่งก่อสร้างที่สร้างมาตั้งแต่ครั้งโบราณ หากว่ารัฐบาลไม่มีการสร้างผังเมืองใหม่ รถจะติดอย่างกรุงเทพฯ เพราะกรุงเทพฯ ไม่มีการสร้างผังเมืองใหม่
หรืออย่างที่เห็นได้ที่เมืองซัวเถา (Shantou) ซึ่งมีการจัดผังเมืองโซนหนึ่งเป็นเมืองโบราณที่ยังคงรักษาความดั้งเดิมเอาไว้ ปล่อยให้ซัวเถาเป็นเมืองเก่า และตรงข้ามกับด้านเมืองใหม่
แต่สำหรับหนานหนิงนั้น เนื่องจากหนานหนิงมีพื้นที่กว้าง เขาจึงใช้พื้นที่หนานหนิงมาจัดเป็นผังเมืองใหม่ ทุกตารางเมตรของริมถนนตั้งแต่ที่ผมขับรถเข้ามาในเมืองจีน จะมีพื้นที่ว่างเปล่า ปลูกเป็นต้นไม้ในลักษณะของพื้นที่สีเขียวทั้งหมด อากาศที่นี่ในเดือนเมษายนประมาณ 20 องศาเซลเซียส อากาศเย็นสบายโดยไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ
ต่อจากมณฑลกวางสี ผมไปต่อที่มณฑลกวางตุ้ง (Guangdong) กวางตุ้งเป็นมณฑลที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของประเทศจีน มีการเติบโตทางเศรษฐกิจรวดเร็ว สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะกวางตุ้งเป็นมณฑลที่ติดกับทะเล ในอดีตหลายร้อยปีมาแล้ว คนกวางตุ้งได้เดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในอเมริกา ยุโรป หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นในประเทศไทย เมื่อสมัยสุโขทัย คนจีนที่มาทำเหล็ก มาปั้นเซรามิก หรือเครื่องสังคโลกของเราล้วนเป็นคนจีนที่มาจากกวางตุ้ง
ในกวางตุ้งมีชาวแต้จิ๋ว ชาวแคะ และชาวกวางตุ้ง ชาวแต้จิ๋วนั้นเก่งมากในเรื่องของเซรามิก ฉะนั้น กวางตุ้งจึงเป็นมณฑลที่ออกทะเลไปยังต่างประเทศ การที่มีพื้นที่ติดทะเล ทำให้เขาสามารถขยายธุรกิจและกิจการได้มากที่สุดในประเทศจีน
ฉะนั้น กวางตุ้งถือเป็นมณฑลที่วันนี้ สินค้าไทยถ้าจะเข้าสู่ประเทศจีนนั้นต้องมาลงที่กวางตุ้งก่อนที่จะกระจายไปยังเมืองต่างๆ
.......................................
(หมายเหตุ 'จีน'(ต่อ) : คอลัมน์ มองโลกแบบวิกรม โดย... วิกรม กรมดิษฐ์ <http://www.facebook.com/VikromKromadit>



