
'ว่าน-เอก'พาสนุกสุดขั้วที่'ปราก-บูดาเปสต์'
พักยก : 'ว่าน-เอก' พาทัวร์ สนุกสุดขั้วที่ 'ปราก-บูดาเปสต์' : เรื่อง/ภาพ เสาวลักษณ์ ปึงทมวัฒนากูล
ผ่านพ้นกันไปแล้วกับทริป "ชิล เดอะ เวิลด์ นัมเบอร์ 5 ปราก-บูดาเปสต์ เดอะ เฮฟเว่น ออน เอิร์ธ" (Chill The World No.5 Prague-Budapest The Heaven on Earth) ของคลื่น ชิลเอฟเอ็ม 89 ในเครือบริษัท เอ-ไทม์ มีเดีย จำกัด ที่ตลอดเส้นทางมี ดีเจเอก กฤษณาวารินทร์ "ดีเจว่าน" ธนกฤต พานิชวิทย์ พร้อมไกด์เพชรและไกด์ปอนด์ของ เอ-ไทม์ ทราเวิลเลอร์ ที่ร่วมพาเหล่าผู้โชคดี 4 คน ร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์ ณ กรุงปราก แห่งสาธารณรัฐเช็ก และกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปตะวันออก พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศแสนโรแมนติกตลอดเส้นทาง
คณะของเราเริ่มเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อไป เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี ก่อนจะเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางที่ กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี (เวลาช้ากว่าเมืองไทย 6 ชั่วโมง) แม้ว่าจะใช้เวลาในการเดินทางที่ยาวนาน จนทำให้บางคนเกิดอาการอ่อนล้า แต่เมื่อถึงสถานที่เป้าหมาย ทุกคนต่างร้อง ว้าว...ว เพราะได้เห็นบรรยากาศอันสวยงามของเมือง เรียกว่าอากาศยามสายที่กรุงบูดาเปสต์แม้จะร้อนพอๆ กับเมืองไทย แต่ทุกคนก็ไม่หวั่นจ้า...เมื่อรถบัสคันใหญ่มารับทุกคนที่สนามบิน ทั้งดีเจเอกและดีเจว่านต่างเชิญชวนให้ผู้ร่วมทริปแนะนำตัวเอง ก่อนจะมอบหน้าที่ให้ไกด์เพชรและไกด์ปอนด์ ไกด์ประจำทริปเป็นผู้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวตลอดทริปการเดินทาง
"เรากำลังเดินทางเข้าสู่กรุงบูดาเปสต์ เมืองหลวงของประเทศฮังการี ที่นี่เป็นประเทศแรกในยุโรปที่แยกออกมาจากรัสเซีย และเป็นประเทศที่มีรถไฟใต้ดิน และรถราง ประเทศนี้แบ่งออกเป็นสองส่วนโดยส่วนที่อยู่บนเนินเขาเรียกว่า "บูดา" เป็นย่านเมืองเก่าเป็นที่ตั้งของป้อมปราการ โบสถ์แมทเธียส อีกส่วนเป็นที่ราบเรียกว่า "เปสต์" บริเวณนี้จะเป็นศูนย์ธุรกิจและสถานที่ราชการ โดยทั้งสองเขตจะมีแม่น้ำดานูบเป็นเส้นแบ่งเขต" ไกด์เพชรกล่าวถึงเมืองหลวงแห่งนี้คร่าวๆ ก่อนที่รถบัสจะจอดแวะที่จัตุรัสวีรชนให้พวกเราเก็บภาพเป็นที่ระลึก
วันแรกกับการเดินทางที่ยุโรปดูท่าจะสดใส ดีเจเอกถือกล้องคู่ใจมาแชะภาพบริเวณจตุรัสอย่างเมามัน ในขณะที่ดีเจว่านก็ขอขนาบข้างผลัดกันเก็บภาพเป็นที่ระลึก "เราเริ่มต้นจุดหมายการเดินทางกันที่นี่ เป็นจัตุรัสฮีโร่สแควร์ ด้านหลังเป็นอนุสาวรีย์ของผู้นำเผ่าทั้ง 7 ที่มารวมตัวกัน ถ้ามาบูดาเปสต์ เราต้องแวะมาถ่ายภาพที่นี่" ดีเจเอกเล่าอย่างอารมณ์ดี ในวันนี้นอกจากเที่ยวชมจัตุรัสแล้ว ทุกคนยังได้เที่ยวชม อาคารรัฐสภา สถานีรถไฟ รวมถึงย่านการค้าในเมืองแห่งนี้
วันรุ่งขึ้น ทั้งเอกและว่านได้ชมป้อมปราการชาวประมง "ฟิชเชอร์แมน บาสเตียน" ก่อนจะแวะชมโบสถ์แมทเธียสที่อยู่ในป้อม "ป้อมปราการแห่งนี้อยู่ฝั่งบูดา มีหน้าที่คอยปกป้องโบสถ์แมทเธียส ซึ่งเป็นโบสถ์ที่สำคัญมาก เพราะเป็นโบสถ์ที่จัดพิธีฉลองของเหล่ากษัตริย์" หนุ่มว่านกล่าวด้วยน้ำเสียงชิลๆ ขณะที่บริเวณด้านหลังของโบสถ์มีร้านค้าที่ขายชุดพื้นเมือง และเครื่องกระเบื้องเคลือบที่สวยงาม
ยังไม่หมดเพียงแค่นี้จ้า...เพราะหนุ่มว่านกับหนุ่มเอก ยังได้ไปล่องเรือ ชมวิวสองฝั่งแม่น้ำดานูบ ทันทีที่ดีเจเอกเห็นบรรยากาศถึงกับออกปากว่า "นอกจากเราจะได้เห็นวิวที่สวยงามแล้ว เราจะได้เห็นอาคารรัฐสภาและสะพานเชนบริดจ์อีกด้วย" ดีเจเอกกล่าวสั้นๆ พลางชี้ชวนดูบรรยากาศรอบๆ
วันถัดมา คณะลูกทัวร์ทั้งว่านและเอกขึ้นรถบัสตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อเดินทางไป บราติสลาวา เมืองหลวงของสโลวาเกีย พร้อมกับแวะช็อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีที่เอาท์เลต (Parndorf Designer Outlet) ก่อนจะเดินทางต่อสู่เมืองบรือโน ในสาธารณรัฐเช็กในเย็นวันนั้น เรียกว่าเป็นวันที่ทุกคนน่าจะแฮปปี้ เพราะแต่ละคนได้ช็อปกันแบบหนำใจเลยทีเดียว
เช้าวันต่อมา เราเดินทางจากเช็กไปเมือง ครุมลอฟ "ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ อยู่ระหว่างทางที่เราจะมุ่งหน้าไปปราก เป็นเมืองที่ถูกขนานนามว่า ไข่มุกแห่งโบฮีเมียนและเป็นมรดกโลกในปี 1992" ดีเจเอกเล่าให้ฟัง ก่อนจะเสริมว่า แม้ตัวตึกจะถูกปรับแต่งเป็นร้านค้าตลอดเส้นทาง แต่ความสวยงามทางวัฒนธรรมก็ไม่ได้จางหายไปพร้อมๆ กับเทคโนโลยีที่ก้าวเข้ามา
ในอีกวันหนึ่งทุกคนมุ่งหน้าเดินไปยัง เมืองคาร์โลวี วารี สถานที่พักตากอากาศของราชนิกูลในราชวงศ์ต่างๆ ของยุโรปท่ามกลางสายฝน "เมืองนี้ได้ชื่อว่ามีอากาศที่บริสุทธิ์และยังเป็นเมืองน้ำแร่และสปาที่ใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเช็ก ตามตำนานบอกว่าพระเจ้าชาร์ลสที่ 4 ทรงพบแหล่งน้ำแร่ที่เมืองนี้ในปี ค.ศ.1358 เมื่อครั้งที่เสด็จฯ ออกล่าสัตว์" ว่านเล่าประวัติคร่าวๆ ให้ฟัง ก่อนจะขอตัวไปช็อปต่อ
จากนั้นทั้งกรุ๊ปก็เดินทางเข้าสู่กรุงปราก ซึ่งมีแม่น้ำวัลตาวาไหลผ่าน เรียกว่าทุกคนได้เข้าชมปราสาทกรุงปราก และจัตุรัสเมืองเก่าที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป ท่ามกลางสายฝนอันโปรยปราย แต่ 2 ดีเจหนุ่มก็บ่ยั่น ไปเดินชิลๆ ที่บริเวณ สะพานชาร์ลส สะพานเก่าแก่คู่เมืองที่เชื่อมโยงสองฝั่งของแม่น้ำวัลตาวา ตลอดเส้นทางมีร้านอาหาร ร้านค้านานาชนิด มีเหล่านักดนตรีที่คอยบรรเลงเพลงให้ฟังกันสดๆ วันนี้คือคืนสุดท้ายที่เราจะได้พักที่นี่ ท่ามกลางแสงตะวันที่ค่อยๆ ลับขอบฟ้า
การท่องเที่ยวที่กรุงปราก เมืองแห่งฝันของนักเดินทางหลายๆ คน กำลังสิ้นสุดพร้อมๆ กับเม็ดเงินที่ลอยออกจากกระเป๋า ทุกคนเดินทางสู่กรุงอิสตันบูลอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เพื่อกลับสู่บ้านเกิด กลับสู่อ้อมกอดของเมืองไทยที่เราแสนคิดถึง พร้อมกับรอยยิ้มเมื่อสิ้นสุดการเดินทาง
--------------------------------
(พักยก : 'ว่าน-เอก' พาทัวร์ สนุกสุดขั้วที่ 'ปราก-บูดาเปสต์' : เรื่อง/ภาพ เสาวลักษณ์ ปึงทมวัฒนากูล)



