
หอฮ่อ (V)
หอฮ่อ (V) : คอลัมน์เล่นหูเล่นตา : โดย...เจนนิเฟอร์ คิ้ม
ข้ามน้ำข้ามทะเลจากเมืองไทยมาถึงเกาะมาเก๊าเพื่อมาทำงานแค่ครึ่งชั่วโมงให้ลูกค้าวีไอพีของบ่อนคาสิโนแห่งหนึ่งชม เวลาที่เหลือมากมาย 3 วัน 2 คืน จึงหมดไปกับการกินและช้อปปิ้ง ตลอดจนเที่ยวดูสถานที่ต่างๆ แต่ก็ยังไม่ทั่ว… วันสุดท้ายแล้วมีเวลาถึงแค่ 1 ทุ่ม ต้องไปสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพฯ … ความสุขช่างสั้นนัก แล้วความทุกข์ก็ตามมาติดๆ ล่ะ!
"สุขก็เตรียมไว้ว่าความทุกข์คงตามมาอีกไม่ไกล จะได้รับความจริงเมื่อต้องเจ็บปวดไหว …"
(Live and Learn : บอย โกสิยพงษ์)
ฉันถามคนที่คอยดูแลรับรองพวกเราว่าถ้าจะซื้อห่านกลับบ้านร้านไหนอร่อย คำตอบก็คือ "ร้านฉ่านก็องเก๋ย" เป็นร้านดังในย่านเซนาโด้สแควร์ซึ่งพวกเราก็เดินช้อปปิ้งผ่านไปมา 2 วัน ในย่านนั้นแต่เดินไปไม่ถึง วันนี้วันสุดท้ายแล้วอย่างไรก็ต้องถึง เป็นร้านตึกแถวเล็กๆ ที่มีลูกค้าเต็มร้าน ขายเป็ด ห่าน หมูกรอบ หมูแดงทั่วไป (อีกแล้ว!) พวกเรานั่งประจำเก้าอี้แล้วก็เริ่มชี้เหมือนเดิม ชี้โต๊ะข้างๆ ด้วย สั่งมาครบทั้งเป็ด ห่าน หมูแดง หมูกรอบ ผัดผัก บะหมี่เกี๊ยวน้ำ น้ำแกงเลือดหมูล้วนๆ ที่นี่ก็เช่นกันไม่มีน้ำแข็งขายมีแต่ชาจีนร้อน พนักงานผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันสั่งอาหาร เธอเป็นผู้หญิงจีนตัวเล็กๆ คาดว่าน่าจะมาจากแผ่นดินใหญ่ (คนใช้แรงงานที่นี่ส่วนใหญ่มาจากแผ่นดินใหญ่) คนมาเก๊าส่วนใหญ่ไปทำงานในคาสิโนกันหมด เพราะอาชีพดีลเลอร์ (Dealer) หรือแจกไพ่ตามบ่อนนั้นเป็นอาชีพที่สงวนไว้เฉพาะคนมาเก๊าเท่านั้น อือ … เหมือนอาชีพแต่งหน้า ทำผม และ นางโชว์ ที่มีไว้เฉพาะสาวประเภทสองในบ้านเรานั่นแหละ … นางขยันทำงานและยิ้มแย้มอยู่ตลอด เดี๋ยวรับออเดอร์ เดี๋ยวเสิร์ฟ เดี๋ยวยกหม้อข้าว น้ำแกง มาเติมหน้าร้าน เดี๋ยวถูพื้น ไม่มีหยุด จะสั่งอะไรแม้ฉันจะพูดไม่รู้เรื่องนางก็พยายามฟัง ฉันจึงได้ห่านมา 2 ตัว ตามต้องการ ก่อนกลับฉันทิปไป 50 ม็อพ (200 บาท) นางดีใจมากมาย แต่ฉันดีใจกว่าที่ได้เจอคนขยัน ถ้าอยู่เมืองไทยจะเอากลับบ้านไปทำงานบ้าน แต่เกรงว่าจะไม่เข้าใจภาษา จะว่าไปแล้วห่านและอาหารร้านนี้ไม่ค่อยถูกปากสักเท่าไหร่ แต่คนที่นี่คงชอบแบบนี้ หมูแดงก็ออกจะจืดๆ หมูกรอบก็มันเยอะ ห่านและเป็ดก็เปียกๆ สีเกดชอบร้านนี้นางว่ามันหอมเข้าเนื้อกว่า .. ลางเนื้อชอบลางยา! แต่จงอย่าเชื่อที่ฉันว่าจนกว่าจะได้ชิมด้วยตัวเอง
ตอนช่วงเช้าฝนตกหนัก (ตกทั้งวัน) นี่มันหน้าฝนๆ ก็ต้องตกเป็นธรรมดา ที่มาเก๊าฝนตกตลอดปี ขึ้นอยู่กับตกหนักตกน้อย วันดีคืนดีมรสุมก็เข้า ใครที่จะมาคงต้องเผื่อใจไว้ด้วยว่าขากลับอาจจะต้องเลื่อนไปอีก 1 วัน หากต้องเจอกับพายุที่ทำให้สายการบินต้องหยุดบินกระทันหัน ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาของที่นี่อีกนั่นแหละ หากมองข้ามฟ้าฝนไป อาหารการกินที่นี่ก็หาง่ายไม่แพงนัก ข้าวหมูแดงจานละ 30 ม็อพ (120 บาท) ชามใหญ่จนต้องกิน 2 คน ถึงจะหมด ไปไหนมาไหนก็ง่ายด้วยรถเมล์แม้จะขับแบบเตี้ยๆ ก็ตาม เดี๋ยวก็จะชินไปเอง ตึกรามบ้านช่องนั้นน่าหลงใหลเป็นที่สุด เพราะที่นี่เขาอนุรักษ์ตึกเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีสที่เคยเป็นเมืองขึ้นของโปรตุเกส 2 วัฒนธรรม จีนและโปรตุเกสจึงไหลมารวมกันอย่างงดงามและลงตัว (ที่ภูเก็ตตรง ถ.ดีบุกก็มีตึกแบบนี้อยู่มากมาย) ฉันรักสถาปัตยกรรมแนวนี้เห็นแล้วเหมือนถูกดูดเข้าไปในอดีตจนไม่อยากกลับออกมา แต่หน้าไม่เหมือนแม่มณีในทวิภพเลยไม่เคยถูกกระจกดูดเข้าไป นอกจากสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีสแล้ว ขนมที่ได้รับอิทธิพลจากโปรตุเกสและขึ้นชื่อสุดๆ ของที่นี่คือ ทาร์ตไข่หน้าไหม้ (Portuguese Egg Tart) ที่เขาเล่ากันว่าแม่ชีเป็นคนคิดค้นสูตรขึ้นมา ร้านดังที่สุดของมาเก๊าคือ ลอร์ดสโตว์ (Lord Stows) มีอยู่ 5 สาขา ในมาเก๊า สาขาที่หาซื้อได้ง่ายนั้นอยู่ในเวเนเชี่ยน (Venetian) ชิ้นละ 32 บาท ถ้าซื้อเป็นกล่อง 6 ชิ้น จะเหลือชิ้นละ 30 บาท ฉันขนมา 6 กล่อง … เบาๆ ว่ากันว่าเดิมทีร้านนี้มีผัวเมียช่วยกันทำพอเลิกกันก็แยกร้านกัน ฝ่ายผัวใช้ชื่อ Lord Stows ส่วนเมียใช้ชื่อ Margarets Caf้ enata … คนส่วนใหญ่มักเอาสถานที่เป็นที่ตั้งในการท่องเที่ยว ส่วนฉันเอาของกินเป็นที่ตั้ง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมฉันจึงต้องมาเดินชมเวเนเชี่ยน แต่เวเนเชี่ยนก็สวยสมคำร่ำลือจริงๆ พอมีกรุ๊ปทัวร์ (โดยเฉพาะจีน) ในช่วงเสาร์-อาทิตย์ เวเนเชี่ยนจะดูเเหมือนตลาดสดที่สุด หัวหน้าทัวร์เดินถือธงอากงอาม่าแก่ๆ เดินกะย่องกะแย่งตาม ทั้งขบวนสิริรวม 1 หมื่นปี เห็นแบบนี้แล้วรีบเที่ยวตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่าต้องรอจนเข่าสึกแล้วมาเดินคงทรมานน่าดู สถาปัตยกรรมแบบอิตาลีสวยงามเกินกว่าจะบรรยายต้องมาเห็นด้วยตา จะได้รู้ว่า … เงินบันดาลได้ทุกสิ่ง! มีร้านมากมายให้ช้อปปิ้ง รองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้า รังนก ฯลฯ อยากได้อะไรให้เอาตังค์ไปซื้อ เดินหลงหลุดเข้าไปในส่วนคาสิโนควันโขมงจนแสบตา นักเสี่ยงโชคช่างฝันจากทั่วทุกที่ในเอเชียยืนเล่นเกมวัดดวงกันอยู่อย่างไม่ลืมหูลืมตา รวยและจนในพริบตาแค่กล้าเสี่ยง! น่าแปลกที่ไปไหนมาไหนก็จะมีแต่ป้ายห้ามสูบบุหรี่ปรับ 600 ม็อพ แต่ … ที่ไหนมีป้าย ที่นั่นมีคนสูบ! เวเนเชี่ยนช่างกว้างใหญ่และวกวนราวกับเขาวงกต หลงวนไปวนมาตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าจะหาทางออกเจอ เคยได้ยินซินแสชื่อดังบอกว่าฮวงจุ้ยค้าขายดีนั้นภายในต้องวกไปวนมาให้คนเดินแล้วหาทางออกไม่เจอ เงินทองก็จะกักเก็บในนั้น พลังต่างๆ ก็จะหมุนวนอยู่ในนั้น เห็นจะจริงเพราะไอ้ที่เดินหลงๆ นี่แหละทำให้เจอโน่นเจอนี่โดยบังเอิญ แล้วก็ต้องเสียเงินซื้ออีก
ก่อนถึงเวลาไปสนามบิน ฉันกับนุชนาฎจับรถแท็กซี่แวะไปซื้อข้าวกล่องหมูแดงเอาไว้กินบนเครื่องเวลาหิว ตอนเรียกแท็กซี่กลับถึงหน้าโรงแรมก็ส่งเงินเป็นแบงค์กับเหรียญที่มีเลข 10 ให้อาเฮียโชเฟอร์ แล้วพวกเราก็แท้งค์กิ้วก่อนลง ยังไม่ทันลงอีเฮียโชเฟอร์ก็ตะโกนยังกับมีระเบิดอยู่ในรถ พวกเรางงเพราะฟังไม่ออก เอาล่ะวะกูขอลงจากรถก่อนล่ะ! อีเฮียนี่ก็ลงจากรถเหมือนกันแล้วมาชี้หน้าด่าพวกเราเหมือนกับพวกเราไปยืนพิงตู้กับข้าวบ้านแม่มัน จนกระทั่งมันยื่นเหรียญคืนนุชนั่นแหละถึงรู้ว่าหยิบเหรียญให้ผิด! มอง 10 เซนต์ เป็น 10 ม็อพ … แล้วกูจะไปรู้เหรอ? พูดดีๆ ก็ได้ด่ากูยังกับกูโกงชาติบ้านเมือง ด่าเก่งขนาดนั้นจะเชิญไปด่าแข่งกับคนในสภาที่เมืองไทยจะได้รู้ว่าไผเป็นไผ มาถึงล็อบบี้โรงแรม สีเกดนั่งรออยู่กับข้าวตูนี่ก็โดนเหมือนกัน! … ข้าวตูเล่าว่าสีเกดนางนั่งหลับ (ตามปกติ) พนักงานโรงแรมเดินวนไปวนมา ข้าวตูรู้สึกว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติ ด้วยว่าภาษาอังกฤษของข้าวตูช่างอ่อนแอก็พยายามสะกิดสีเกดแต่นางก็มิได้นำพา … ไม่ทันแล้ว! พนักงานคนนั้นเดินมาถึงตัวเสียก่อน
" คุณครับ … คุณครับ … ห้ามหลับที่ล็อบบี้ครับ " เขาพูดภาษาอังกฤษแปลได้ความหมายนี้
ข้าวตูบอกว่าถ้าพูดเป็นจะพูดว่า "โอ้ว! … แอ๊บโซลู้ตลี่ … เด็ด" (นางตายไปแล้วค่ะ) สีเกดโกรธพนักงานที่มาขัดขวางการนอนของนางจนหน้าหงิก จะโทษพนักงานก็ไม่ถูกนัก ถ้าแค่งีบๆ คงจะไม่ต้องเดินมาเตือน แต่สีเกดนางหลับแบบเอาเป็นเอาตายทุกครั้ง … ทุกที่ หลับเป็นอาชีพ ซึ่งท่าหลับของนางอาจส่งผลกระทบต่อภาพพจน์ของโรงแรมเป็นได้ แขกที่เดินผ่านไปมาอาจคิดว่ามีคนตายอยู่ที่ล็อบบี้!
เมื่อความสุขจบไป ความทุกข์ที่ตามมาติดๆ นั้นไม่จบและไม่หยุดลงง่ายๆ พวกเราขึ้นไปกองกันอยู่บนเครื่อง รัดเข็มขัดเตรียมพร้อมให้เครื่องบินขึ้น เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง … "ทำไมมันจอดนิ่งๆ วะ? " ผู้โดยสารทุกคนคงคิดเหมือนกัน เสียงสัญญาณเรียกพนักงานที่ผู้โดยสารกดดังเป็นสิบๆ หน แอร์จะต้องเดินไปตามที่นั่งเพื่อทำความเข้าใจกับผู้โดยสาร ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมงรวมเป็น 1 ชั่วโมง กัปตันเพิ่งจะประกาศว่าหอบังคับการจราจรทางอากาศของฮ่องกงแจ้งว่า ยังบินขึ้นไม่ได้เพราะมีฟ้าผ่าและฝนตกหนักไม่บอกเสียแต่ทีแรก! รอนานตั้งแต่ที่สนามบินพวกเราก็เริ่มหิว แต่สัญญาณรัดเข็มขัดยังขึ้นอยู่ทุกคนจึงต้องอยู่กับที่ห้ามลุกไปไหน แต่ฉันบังคับให้นังนุชลุกขึ้นไปหยิบข้าวกล่องบนช่องเก็บของลงมา นังนุชลังเลเก้กังอยู่นานกว่าจะทำตามที่บอก เพราะกลัวแอร์จะเดินมาว่า ในที่สุดก็ลุกขึ้นหยิบแล้วนั่งลงอย่างเร็ว นุชรีบปิดไฟ ฉันแกะกล่องออกหยิบน้ำหมูแดงใสๆ ที่เขาใส่ถุงอบผูกเก็บไว้ออกมาแล้วเทน้ำราด ปรากฎว่ากระฉอกหกเลอะมือและกางเกงนังนุช ช่างเถอะ! ฉันจะกินแล้วล่ะว่าแล้วก็หยิบช้อนคนละคัน ก่อนกินนังนุชหันไปบอกสีเกดว่า "ดูต้นทางให้ด้วยนะ ถ้าแอร์มาให้บอกด้วย" ยังกับเด็กนักเรียนแอบกินขนมในห้องเรียน หมู 3 ตัว จกข้าวกล่องเดียวกันใส่ปากหงุบหงับ ขณะที่ฉันกำลังตักเข้าปาก "งั่บ" แอร์ก็เดินมาตรงหน้าไม่ทันรู้ตัว ฉันรีบหุบปากกลั้นใจแล้วหลับตา เอาผ้าคลุมไหล่คลุมกล่องข้าวไว้ แต่มือยังถือตะเกียบคาอยู่! แอร์เดินผ่านไป พวกเราหัวเราะคิกคักจนตัวงอได้อารมณ์นักเรียนกับครูสุดๆ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะต้องกลัวแอร์ไปทำไม? แอร์นะไม่ใช่แม่!
ในที่สุดเครื่องก็ร่อนลงจอดที่สุวรรณภูมิ … การเดินทางของทัวร์หอฮ่อของพวกเราก็สิ้นสุดลงพร้อมกับความสุข เหลือเพียงความทรงจำกับทาร์ตไข่และห่านอีก 2 ตัว เอาไว้ดูต่างหน้ามาเก๊า … ลาก่อนเมืองแห่งความฝันและการเสี่ยงโชค แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดของโลก ชีวิตมนุษย์นั้นเต็มไปด้วยความฝันและการผกผันของโชคชะตาตั้งแต่เกิดจนตาย …
..................................
(หอฮ่อ (V) : คอลัมน์เล่นหูเล่นตา : โดย...เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



