บันเทิง

โลกเปลี่ยนไปดนตรีไทยก็เปลี่ยนแปลง5

โลกเปลี่ยนไปดนตรีไทยก็เปลี่ยนแปลง5

28 มิ.ย. 2555

โลกเปลี่ยนไปดนตรีไทยก็เปลี่ยนแปลง5 : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน

อันดนตรีมีคุณทุกสิ่งไป  ย่อมใช้ได้ดังจินดาค่าบุรินทร์
ถึงมนุษย์ครุฑทาเทวราช  จตุบาทกลางป่าพณาสิณฑ์
แม้นปี่เราเป่าไปให้ได้ยิน   ก็สุดสิ้นโทโสที่โกรธา

          สำหรับฉบับนี้เพิ่งจะผ่านพ้นวันสุนทรภู่ไปไม่กี่วันผมก็เลยขอยืมบทกลอนเรื่อง พระอภัยมณี มาจั่วหัวคอลัมน์เพื่อให้ผู้อ่านได้ระลึกถึง บรมครูกวีที่เก่งกาจในเรื่องกาพย์กลอน ของเมืองไทยมากที่สุดและถือว่าท่านนั้นเป็นกวีไทยระดับโลกเพราะองค์การยูเนสโกได้ยกย่องให้ท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลก ถึงแม้ว่าจะเป็นการให้ย้อนหลังจากที่ท่านได้เสียชีวิตไปกว่า 130 ปีแล้วก็ตามและก็ต้องถือว่าเป็นเกียรติยศสูงสุดของผู้ที่เป็นกวีของเมืองไทยและคงจะเป็นเรื่องยากสำหรับคนไทยในยุคปัจจุบันที่จะได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกจากองค์การที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก

          ถ้าเราจะสังเกตกลอนของท่านสุนทรภู่ที่ผมได้เขียนเอาไว้ด้านบนนั้น จะเห็นได้ว่าท่านสุนทรภู่นั้นให้ความสำคัญกับเครื่องดนตรีไทยในการแต่งบทกลอน เรื่องพระอภัย เป็นอย่างมากถึงขนาดหยิบปี่ในเอาไปให้พระเอกของเรื่องก็คือพระอภัยมณีมาใช้เป็นอาวุธประจำตัวและถ้าในตอนแรกถ้าท่านสุนทรภู่เกิดคิดให้พระอภัยมณีเป่าแซกโซโฟนแทนปี่ในป่านนี้พวกเราก็ต้องคิดว่าพระอภัยมณีเป่าแซกโซโฟนเก่งมากสามารถเป่าแล้วทำให้ผู้คนที่ได้ยินจะต้องหลับใหลหรือฟังแล้วต้องดิ้นกระแด่วๆ ตายอย่างนางผีเสื้อสมุทร และเมื่อถึงวันสุนทรภู่โรงเรียนส่วนใหญ่จะจัดการแสดงละครเรื่องพระอภัยมณี เพื่อรำลึกถึงท่าน บรรดาหนูๆ นักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ก็คงจะไม่มีใครนึกถึงปี่ในไปโดยปริยายและในวันที่ 26 มิถุนายนของทุกๆ ปีนั้นพี่โก้ มิสเตอร์แซกแมนกับลูกศิษย์ก็คงต้องแยกย้ายออกเดินสายเป่าแซกตามโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศกันแบบไม่หวาดไหวและเผลอๆ เคนนี จี อาจจะเดินทางมาแจมตามสถาบันการศึกษาใหญ่ๆ สักครั้งก็เป็นไปได้นะครับ

          แต่ความเป็นจริงมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ผมเขียน ท่านสุนทรภู่นั้น ให้พระอภัยมณีเป่าปี่ใน เนื่องจากตัวท่านคงเห็นความสำคัญหรือว่ามีความรักและ นิยมชมชอบเครื่องดนตรีไทยมากกว่าดนตรีสากล ดังนั้นเราจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพระอภัยมณีนั้นเป่าปี่เก่งได้นั้นก็เป็นเพราะ จินตนาการของสุนทรภู่ นี่แหละทั้งๆ ที่พระอภัยมณีนั้นไม่ได้มีตัวตนจริงแต่อย่างใดและก็คงไม่สามารถจะมีอะไรมาเปลี่ยนแปลงความคิดให้พวกเราชาวไทยนั้นคิดว่าพระอภัยมณีเป่าปี่ไม่ได้เรื่องหรือเป่าปี่ได้ห่วยแตกมาก ทั้งหมดนี้ก็คงเป็นเรื่องของความรู้สึกนึกคิดที่อยู่ในใจพวกเรามาช้านานหากมีใครสักคนบอกกับเราว่าพระอภัยเป่าแซกเก่งมากมันก็คงทำให้เราเสียความรู้สึกเป็นอย่างยิ่ง

          ปัจจุบันถึงแม้ว่าโลกเราจะเปลี่ยนไปแต่ก็มิอาจทำให้พระอภัยมณีเลิกเป่าปี่ได้ แต่ตรงกันข้ามกับหลายสิ่งหลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเพณีบางอย่างนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าใจหายและก็ไม่ใช่เกิดจากโลกที่เปลี่ยนไปแต่มันเป็นมนุษย์เรานี่แหละที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงกันไปเอง

          โดยเฉพาะผู้ทรงศีลหรือพระภิกษุสงฆ์นี่แหละ ในความเข้าใจส่วนตัวของผมที่เป็นพุทธศาสนิกชนผู้หนึ่งและชีวิตผมก็เคยห่มผ้าจีวรอยู่ในใต้ล่มกาสาวพัสตร์มาแล้วครั้งหนึ่งและเข้าใจว่าผู้เป็นพระภิกษุสงฆ์นั้น จะต้องอยู่ในโลกของธรรม ต้องตัดขาดกับกิจของทางโลกและมิควรไปยุ่งเกี่ยวใดๆ ในเรื่องของมนุษย์ปุถุชนเอา แค่คุยโทรศัพท์มือถือก็ต้องถือว่าผิดในพระธรรมวินัยแล้ว พระภิกษุมิควรไปเกี่ยวข้องกับการสื่อสารของโลกมนุษย์ แต่ปัจจุบันก็มีคนบอกว่า โลกมันเปลี่ยนไปเยอะอะไรๆ ก็ต้องผ่อนผันกันไปบ้างเรื่องนิดหน่อยอย่าไปซีเรียส แต่โดยความจริงแล้ววินัยของพระสงฆ์มันไม่สามารถมีอะไรมาเปลี่ยนแปลงได้ศีลหรือข้อห้าม 227 ข้อก็ต้องปฏิบัติกันไปแบบเคร่งครัด ซึ่งมันจะต่างกับคำว่า ซีเรียส และในปัจจุบันมันก็มีอะไรหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นกับพระสงฆ์องคเจ้าในบ้านเราที่เป็นข่าวคราวให้เราได้เห็นกันหรือที่ไม่ได้เป็นข่าวอะไรแต่ก็ทำให้เราได้เห็นกันบ่อยๆ ในรายการทีวี บางครั้งก็ดูดีแต่พอดูไปดูมาแล้วนึกถึงคำว่าสำรวมมันก็เลยขัดต่อความรู้สึกของผมแต่ถ้าถามว่ามันมีประโยชน์หรือเปล่าที่จะต้องให้พระสงฆ์มาออกรายการทีวีแล้วพูดอะไรออกแนวเฮฮาไม่สำรวมก็ต้องบอกว่า มันมีประโยชน์สิครับอย่างน้อยก็ทำให้ธรรมะนั้นเข้าถึงจิตใจคนได้ง่ายแบบทั่วถึงและไม่น่าเบื่อด้วยการใช้สื่อโทรทัศน์และก็คงจะดีกว่าให้พระสงฆ์นั้นมานั่งแสดงพระธรรมเทศนาบนธรรมาสน์ในห้องส่งทีวีและก็เอากล้องทีวีมาถ่ายแพร่ภาพ เหมือนกับสมัยก่อนเสร็จแล้วก็ไม่ค่อยมีคนดู ก็จะบอกง่ายๆ ว่า โลกเปลี่ยนแปลงการแสดงธรรมก็เปลี่ยนไป

          สรุปแว่! เอ้ยสรุปว่า ถึงจะดูไม่สำรวมแต่ก็ไม่ร้ายแรงเท่าไหร่พอรับได้และเมื่อบวกลบกันแล้วที่ทำให้คนรุ่นใหม่ได้ซึมซับกับธรรมะไปได้บ้างก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่ผมจะเขียนต่อไปก็คือการแสดงธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปแบบไม่น่าเชื่อแถมยังโยงใยไปเกี่ยวข้องกับวงปี่พาทย์ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงที่ผิดๆ และอีกไม่นานเรื่องผิดๆ มันก็จะกลายเป็นเรื่องถูกของนักดนตรีปี่พาทย์ในยุคนี้ พบกันใหม่ฉบับหน้า 12 กรกฎาคมนะครับ
.......................................
(หมายเหตุ โลกเปลี่ยนไปดนตรีไทยก็เปลี่ยนแปลง5 : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน)