บันเทิง

ดิ เอ็มไพร์ สไตร์ค แบ็ค!!เมื่อยักษ์หลับเริ่มตอบโต้คืน

ดิ เอ็มไพร์ สไตร์ค แบ็ค!!เมื่อยักษ์หลับเริ่มตอบโต้คืน

26 มิ.ย. 2555

ดิ เอ็มไพร์ สไตร์ค แบ็ค!!เมื่อยักษ์หลับเริ่มตอบโต้คืน (ส่วนจะตื่นหรือไม่? นั่นอีกเรื่อง!) : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย. พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์

          ไมโครซอฟท์ทนไม่ไหวแล้ว!!
เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นพอสมควรเมื่อยักษ์ใหญ่วงการซอฟต์แวร์ประกาศทำ "ฮาร์ดแวร์" เองเป็นครั้งแรกในวงการคอมพิวเตอร์ (แต่เป็นครั้งที่ 3 ของบริษัทเขาเองหลังจากสร้าง Xbox(เกม) และ Zune(เพลง) ที่ล่วงลับดับไปแบบ Gone too soon)

          ไมโครซอฟท์เชิญนักข่าวและแขกเรื่อมาชมการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เผยก่อนให้รู้ว่าจะดูอะไร (Secret Marketing แบบเดียวกับ Apple) ในมหานครแอลเอ การเปิดตัวครั้งนี้ไมโครซอฟท์ได้เก็บความลับไว้ได้อย่างแนบเนียน และสร้างความฮือฮาในระดับ "Wow Moment" ได้ดีมากทีเดียวเชียวครับ

          ถึงแม้มันจะเป็น "Tablet" ที่เราเคยเห็นกันมาก่อนหน้า* แต่ไมโครซอฟท์ก็ทำให้โลกไอทีเต้นผางรับการมาถึงของ Windows8 อย่างใจจดใจจ่อแล้วล่ะ

          (*อย่าคิดว่า iPad เป็นเจ้าแรกของ Tablet นะครับ แท้จริงแล้ว Microsoft เคยทำ Tablet ออกมาก่อนในยุค Windows XP แต่เจ๊งไม่เป็นท่าเนื่องด้วยแนวคิดบิดจอโน้ตบุ๊กมาพับซะหนาแล้วใช้ปากกาขีดเขียน ซึ่งยุคนั้นเทคโนโลยีจอยังไม่ละเอียดเหมือนเช่นวันนี้)

          กลับมาครั้งนี้ Microsoft ทำการบ้านมาดีมาก กล่าวคือเขารู้จริงว่าคนใช้ iPad รำคาญอะไรบ้าง, คนใช้ Android Tablet รู้สึกหงุดหงิดใจกับแท่น Keyboard Docking ขนาดไหน? ไมโครซอฟท์จึงเลือกเสริมสิ่งใหม่ที่เป็นนวัตกรรมลงไป นั่นคือ "Cover Touch" แป้นพิมพ์แบบเหนียวนุ่มที่เกี่ยวรั้งจอ Tablet ได้ด้วย "แม่เหล็ก" ให้ความรู้สึกบางเบาราวกับโมเดส เอ๊ย~! ราวกับปก Cover ครอบหน้าจอ iPad นั่นแหละครับแต่ใช้พิมพ์ได้ แถมมีสีสันให้เลือกมากหลากสีด้วยนะเอ้อ!

          ไมโครซอฟท์ตั้งชื่อให้สิ่งประดิษฐ์ใหม่นี้ว่า "Surface" แปลว่าพื้นผิว ซึ่งจริงๆ แล้วในอดีตไมโครซอฟท์เองเคยออกผลิตภัณฑ์โต๊ะดิจิตอลในชื่อเดียวกันนี้มาแล้ว แต่เจ้าโต๊ะนั่นมันไม่ค่อยประสบความสำเร็จในตลาดโลกเท่าไหร่ (ทั้งๆ ที่มันล้ำมากเลยนะ) จึงเปลี่ยนชื่อใหม่ให้เจ้าโต๊ะนี่เป็น "Pixel Sense" และขอยืมชื่อ Surface นี้มาใช้ในการสู้ศึก Tablet ในสมรภูมิไอทีอันเดือดระอุในยุค Post PC หรือยุคหลังเปลี่ยนผ่านไปสู่อุปกรณ์ตัวอื่นๆ

          ไมโครซอฟท์เลือกทำ Surface ให้ออกมา 2 รุ่นเพื่อสู้ศึก 2 ด้านที่กำลังกวาดล้อมวงการพีซีไว้ นั่นก็คือ Tablet และ Ultrabook

          รุ่นเล็กคือ Surface for Windows RT โดยจะใช้ซีพียู ARM (หน่วยประมวลผลที่นิยมใช้ใน Smart Phone และ Tablet) เพื่อทำให้เครื่องบางและแข่งขันด้านราคากับ iPad-Android Tablet อื่นๆ ได้.. (ไมโครซอฟท์ยังไม่ประกาศราคาแต่ใช้คำว่า "ราคาพอๆ กัน")

          ส่วนอีกรุ่นซึ่งเป็นรุ่นใหญ่เรียก Surface for Windows 8 Pro ไมโครซอฟท์ยังคงต้องเหนียวแน่นกับ Intel ตามสไตล์คู่หู WinTel คือใช้ซีพียู "IvyBridge" Intel Core i รุ่น3 ซึ่งหวังเทียบเคียงสเปก Ultrabook อื่นๆ ที่จะออกสู่ตลาดภายใต้แบรนด์ดังๆ ของของโลก รุ่นนี้ตัวหนากว่าหน่อยและคีย์บอร์ดไม่นุ่มนิ่ม แต่จะทำออกมาใช้เชิงจริงจังเพื่อใช้งานในองค์กร ฐานลูกค้าหลักของไมโครซอฟท์ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ Windows ของเขามาอย่างยาวนานและมีฐานผู้ใช้กว่าครึ่งค่อนโลก

          ทำไมไมโคร "ซอฟท์" ถึงหาญจะเป็นไมโคร "ฮาร์ด" ??? ต้องวิเคราะห์อย่างนี้ครับ เหตุที่ไมโครซอฟท์ต้องทำ "ฮาร์ดแวร์" เอง สำหรับการสู้ศึก Tablet ครั้งนี้ 1.ก็เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากทุกคนว่า Windows 8 ระบบปฏิบัติการณ์ใหม่ที่ท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที่นี้จะออกมาดีแน่นอน ขนาดเจ้าของซอฟต์แวร์ยังต้องออกมาเคลื่อนไหวในการสร้างอุปกรณ์ลงสู่ตลาดเอง  และ 2. การสร้างอุปกรณ์เองครั้งนี้เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์แบรนด์ดัง รับเอา "ต้นแบบ" เครื่องนี้ไป ไปประดิษฐ์คิดต่อในดีไซน์และลูกเล่นของตัวเอง  ไมโครซอฟท์เสียรังวัดไปมากสำหรับตลาด Mobile หากไม่ทำต้นแบบของตัวเองออกมาก่อน แบรนด์คอมพิวเตอร์ไหนจะหาญกล้าลงทุน (กระเป๋าฉีกกันมานักต่อนักแล้วสำหรับการทำ Device นำร่องให้ไมโครซอฟท์ไปก่อน)  ครั้งนี้ MS นำร่องเอง ก็ถือว่าได้เอาฤกษ์เอาชัยให้บริษัท และก็คล้ายกับการดำเนินนโยบายของ Google กับการทำ Android Phone กล่าวคือขึ้น OS รุ่นใหม่ครั้งใด Google ก็ทำ Nexus Phone ออกมาให้ดูก่อนเป็นแบบอย่างทุกครั้ง (และก็ประสบความแปกทุกครั้งไป)

          ส่วนที่ไมโครซอฟท์กล้าแหกกฎคู่หู WinTel ที่มีสัมพันธภาพที่แนบแน่นกับ Intel มาโดยตลอด แต่งานนี้เล่นออกรุ่นเล็กที่แปรพักตร์ไปจับซีพียู ARM มาเขย่าตลาดด้วย (ซึ่งส่วนตัวผมเชื่อเหลือเกินว่ามันจะขายดีกว่ารุ่นใหญ่มากๆ ด้วย) ก็เพราะศึก Tablet แข่งกันที่ความบางและราคา ถ้าไม่เข้าเมืองตาหลิ่ว หลิ่วตาตามบ้าง การเกาะใบบุญอินเทลไปตลอดอาจหมายถึงหายนะที่ไมโครซอฟท์กลัวที่จะเกิดกับตัวเองในอนาคต
.......................................
(หมายเหตุ ดิ เอ็มไพร์ สไตร์ค แบ็ค!!เมื่อยักษ์หลับเริ่มตอบโต้คืน (ส่วนจะตื่นหรือไม่? นั่นอีกเรื่อง!) : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย. พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์)