
เครือข่ายคนกินข้าวเกื้อกูลชาวนา
เครือข่ายคนกินข้าวเกื้อกูลชาวนา : คอลัมน์ โลกที่ไม่ควรหลงลืมใคร โดย... สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ
“ชื่อของเครือข่ายคนกินข้าวเกื้อกูลชาวนา” อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่สำหรับคนคอเดียวกันของบริษัททีวีบูรพา ส่วนใหญ่ผมเชื่อว่ารู้จักและเข้าใจดีว่า “เครือข่ายคนกินข้าวเกื้อกูลชาวนา” คืออะไรและมีความเป็นมาอย่างไร
“เครือข่ายคนกินข้าวเกื้อกูลชาวนา” คือคนที่กินข้าวเป็นอาหารหลักกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่สำนึกในบุญคุณชาวนา แค่การท่องจำและสงสารเห็นใจชาวนาแค่ในความรู้สึก พวกเขาส่วนใหญ่เป็นคนเมืองที่หน้าที่การงานและภาระในชีวิตประจำวันรัดตัว ชั่วนาตาปีแทบไม่เคยได้รู้จักพบปะและสนทนากับชาวนาที่ปลูกข้าวให้เขากินเลย ไม่ต้องพูดถึงที่มาของข้าวที่พวกเขากินเป็นอาหารว่ามาจากไหน ผลิตอย่างไร ย่ำยีโลกและผู้คนรึไม่ ปลอดภัยรึเปล่า รวมทั้งปัญหาสารพัดที่รุมรัดชาวนาอยู่รอบด้านว่าจะรู้จริงมากน้อยแค่ไหน แต่พวกเขาเป็นคนที่มีจิตใจที่ดี สงสารเห็นใจชาวนา ทว่าไม่รู้ว่าจะหาโอกาสช่วยเหลืออะไร ตรงไหน ได้อย่างไร และถ้ามีเงื่อนไขที่เป็นจริงก็ไม่ปฏิเสธที่จะทำตามสำนึกในส่วนลึกของหัวใจ
ผมสร้างกระบวนการ รวบรวมและจัดตั้งคนหัวใจเดียวกันกลุ่มนี้ขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน โดยผมก็เป็นหนึ่งในนั้น พวกเราเรียกตัวเองว่า “เกลอเมือง” แล้วคบหาเป็นกัลยาณมิตรกับชาวนากลุ่มหนึ่ง ซึ่งพวกเราเรียกเขาว่า “เกลอทุ่ง”
“เกลอทุ่ง” ของพวกเรามีไม่มาก แค่ร้อยกว่าครอบครัว กระจัดกระจายใน 4 จังหวัดทางภาคอีสานคือ ยโสธร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และมุกดาหาร พวกเขารวมตัวกันมานานพอสมควรในนาม “กลุ่มชาวนาคุณธรรม” ที่ชื่อกลุ่มชาวนาคุณธรรม ก็เพราะว่าพวกเขามีคุณธรรม ถือเคร่งศีลห้า งดเว้น เหล้า ยา บุหรี่และอบายมุขทุกชนิด มากกว่านั้นหลายคนงดเว้นการกินเนื้อสัตว์เพราะไม่ต้องการเบียดเบียนชีวิตเพื่อนร่วมโลก ทั้งวิถีชีวิตและวิถีการผลิตของพวกเขาเป็นวิถีอินทรีย์ ปลอดเคมีทั้งข้าว ปลา อาหารและจิตวิญญาณ
ผมกินข้าวมาหลายยี่ห้อ หลายสายพันธุ์ ผมยังไม่เคยเห็นข้าวของใครหอมอร่อยกว่าของชาวนากลุ่มนี้ (ที่อร่อยเท่านั้นมี) แต่ที่แน่ๆ ก็คือไม่เคยกินข้าวของใครแล้วสบายใจเหมือนกับกินข้าวของเพื่อนเกลอชาวนา ของเรากลุ่มนี้ ความรู้สึกนี้เป็นความรู้สึกของสมาชิกเครือข่ายคนกินข้าวเกื้อกูลชาวนาและคนที่กินข้าวคุณธรรม ของชาวนาคุณธรรมทุกคน นั่นก็เพราะว่าทุกคนที่กินข้าวคุณธรรม กินข้าวอย่างรู้แจ้ง กินข้าวอย่างรู้ที่มา
การกินข้าวอย่างรู้แจ้งและกินข้าวอย่างรู้ที่มา เกิดขึ้นได้ก็เพราะพวกเรารวมตัวชาวเกลอเมืองกันไปกิน ไปนอน ไปอยู่ ไปรู้ ไปเห็น ไปเป็นลูกเป็นหลาน เป็นพี่เป็นน้องของเพื่อนพ้อง “เกลอทุ่ง” ไปช่วยลงเรี่ยว ลงแรง ช่วยหว่าน ช่วยดำ ช่วยเกี่ยว กันทุกปี ซึ่งไม่เพียงทำให้เรารู้ที่มาของข้าวที่พวกเรากินกันว่าใครปลูก ใครทำ ด้วยกรรมวิธีแบบไหน เท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเราได้รู้ชีวิต รู้ปัญหา รู้ความจริงที่เกี่ยวกับชาวนา รู้ปัญหาของระบบการผลิต รู้เช่นเห็นชาติ ระบบการเอารัดเอาเปรียบของการค้าการตลาดและกลไกที่เชื่อมโยงกันกดขี่ขูดรีดประโยชน์จากชาวนา และมากกว่านั้นมันทำให้พวกเราได้เห็นคุณค่าของความพยายามอันดีงามของพวกเรา และทางกลุ่มชาวนาก็รู้ว่าเขาปลูกข้าวให้ใครกิน ปลูกให้ลูก ให้หลาน ให้พี่น้อง ย่อมไม่ใส่ยาพิษให้ผู้เป็นที่รักกิน
สามปีที่ผ่านมานี้นับครั้งที่เกลอเมืองไปหาเกลอทุ่ง เกลอทุ่งมาหาเกลอเมือง ไม่หวาดไม่ไหวจนเรากลายเป็นครอบครัวใหญ่เดียวกัน เขามีไวน์เทสติ้งกัน ทุกปีที่ทีวีบูรพาพวกเราก็มีงานข้าวเทสติ้ง ชิมข้าวหลากหลายสายพันธุ์ (ตอนนี้มีร่วมๆ 200 สายพันธุ์แล้วที่พวกเราได้หุงกินกัน) ผู้คนมากันครึกครื้น น่าชื่นใจ
การเกิดขึ้นของเครือข่ายคนกินข้าวเกื้อกูลชาวนา นอกจากทำให้ชาวนาได้อุ่นใจว่าพวกเขาไม่โดดเดี่ยวแล้ว ที่สำคัญยังทำให้ชาวนาสามารถขายข้าวได้โดยไม่ต้องผ่านโรงสี หรือพ่อค้าคนกลาง ในกระบวนการที่ถูกออกแบบมาเพื่อเอาเปรียบ ทำให้ชาวนากลุ่มนี้มีผลิตภัณฑ์ยี่ห้อของตัวเอง กำหนดราคาได้เอง มีแกลบ มีรำ มีวัตถุดิบเหลือจากการผลิตไปทำปุ๋ย ทำอาหารสัตว์ใช้เอง พึ่งตัวเองได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน
มากกว่านั้นทั้งหมดนี้เป็นวิถีแห่งการเกื้อกูล แบ่งปันเป็นขบวนบุญ ที่มีทั้งประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข และเคารพในเกียรติและศักดิ์ศรีของเพื่อนมนุษย์ ซึ่งนับวันจะหาได้ยากยิ่งขึ้นทุกทีในโลกที่จ้องแต่จะเอาประโยชน์จากกัน
ใครกินข้าวของชาวนาที่ไหน ถ้าช่วยทำกันแบบนี้ก็น่าจะดีกับชาวนาที่นั่น
.......................................
(หมายเหตุ เครือข่ายคนกินข้าวเกื้อกูลชาวนา : คอลัมน์ โลกที่ไม่ควรหลงลืมใคร โดย... สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ)



