
เลียบค่าย : คมพิทักษ์ราษฎร์ 210109
19 ม.ค. 2552
เลียบค่าย : คมพิทักษ์ราษฎร์ 210109
อย่าเดิมพันด้วยสถาบัน
การออกข่าวของผู้บังคับบัญชากองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ในทำนองที่ว่าจะล่ารายชื่อตำรวจเพื่อถอดถอนกรรมการ ป.ป.ช.ออกจากตำแหน่งต่อวุฒิสภา
โดยอ้างว่ากรรมการ ป.ป.ช.กระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 164 ที่บัญญัติให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคนมีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภา เพื่อให้วุฒิสภามีมติให้ถอดถอนกรรมการ ป.ป.ช.ออกจากตำแหน่งได้ หากกระทำผิดตามมาตรา 270
นี่เป็นการนำพาสถาบันตำรวจเข้าต่อกรกับองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหน้าที่หลักอันสำคัญคือ ไต่สวนและวินิจฉัยเจ้าหน้าที่ของรัฐกรณีกระทำผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยข้าราชการตำรวจส่วนใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
ความบกพร่อง ผิดพลาด ในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมของกลุ่มประชาชนและการเปิดทางให้สมาชิกรัฐสภาได้รับฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 จนมีคนบาดเจ็บล้มตายเกือบ 500 คน อาจด้วยสาเหตุขาดความรู้หรือขาดประสบการณ์ หรืออาจมีเหตุผลพิเศษที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ทางการเมือง เพื่อให้เหตุการณ์เช่นที่กล่าวข้างต้นเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม
ผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบเป็นการเฉพาะตัว
อย่าเอาสถาบันตำรวจส่วนรวมไปเกี่ยวข้อง ดังเช่นที่กระพือข่าวอยู่ในขณะนี้ ขวัญและกำลังใจของตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ความเป็นธรรมในการโยกย้ายแต่งตั้ง และการให้บำเหน็จความดีความชอบแก่ตำรวจที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความตั้งใจทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนส่วนรวม
การแสดงออกของกลุ่มตำรวจระดับสูง ที่มีต่อองค์กรของรัฐที่มีหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติราชการของเจ้าหน้าที่รัฐทุกคน เท่ากับเป็นการนำเอาสถาบันตำรวจไปสู่ภาวะอันตรายอันอาจทำลายขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจทุกนายได้ เนื่องจากเป็นการเดิมพันสถาบันด้วยประเด็นความชอบด้วยกฎหมายนั่นเอง !



