
รักพี่ต้องหนีพ่อ
รักพี่ต้องหนีพ่อ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิทยา ทองอยู่ยง
เคยมั้ยครับ ที่เวลาดูหนังบางเรื่องแล้วเรารู้สึกว่ามันช่างเหมือนกับชีวิตวัยเด็กเราเหลือเกิน ทั้งที่สถานที่ในหนังมันก็อยู่ห่างไกลจากบ้านเกิดเราเป็นพันๆ กิโล หน้าตาผู้คน ข้าวของ หรือเรื่องราวก็ไม่ใกล้เคียงกับเราเลย
แต่แปลกที่เวลาตัวละครในหนังเจอสถานการณ์บางอย่าง เรากลับจี๊ด และแอบรำพึงเบาๆ ว่า ‘เหมือนกูเลย’
ตอนแก๊งเด็กๆ ขี่จักรยานพามนุษย์ต่างดาวหนีการตามล่าของเจ้าหน้าที่รัฐ ในหนังเรื่อง E.T. ผมก็พบว่ามันช่างเหมือนแก๊งจักรยานของผมเลย แถมตอนจักรยานค่อยๆ ลอยขึ้นฟ้านี่แก๊งผมก็เคยทำมาแล้วด้วย เพียงแต่ของพวกผมมันลอยได้ไม่สูงและไม่นานเท่าของในหนัง และเขาไม่มีแผลตามมาเหมือนของผม
เข้าใจความรู้สึกแบบตัวเอกใน cinema paradiso เวลาได้ดูหนังบนห้องฉายผ่านช่องเล็กๆ ได้ ทั้งที่โรงหนังแถวบ้านผมเป็นวิกสังกะสี
แฟนฉัน นี่โคตรเหมือนชีวิตจริง อย่างกะคนทำแอบไปเอาเรื่องราวชีวิตผมมาทำ ยังไงยังงั้นแหละ !!
มีหนังชื่อ Moonrise Kingdom ของผู้กำกับ Wes Anderson กำลังเข้าโรงอยู่ตอนนี้
ขณะนั่งดูผมก็เกิดความรู้สึกเดิมๆ ขึ้นมาอีกครั้ง...
หนังเป็นเรื่องของเด็ก 2 คน ตัดสินใจหนีตามกันไปใช้ชีวิตลำพังในป่า ตามประสาคนรักกัน ทั้งที่มันอายุแค่ 10 ขวบนิดๆ
เด็กชายท่าทางเนิร์ดๆ ผู้ไม่เป็นที่ต้องการของครอบครัวบุญธรรม เพิ่งร่ำเรียนหลักสูตรลูกเสือสามัญมา และยังร้อนวิชามาก ทั้งวิชาผูกเงื่อน วิชาคหกรรม วิชาล่าสัตว์ เพื่อการเอาตัวรอดในป่าใหญ่
เด็กหญิงโลกส่วนตัวสูง ผู้เข้ากับใครไม่ค่อยได้ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน เพื่อนคนเดียวที่มีก็เป็นเพื่อนทางจดหมาย ซึ่งก็คือ ลูกเสือเนิร์ดคนนี้
ทั้งคู่เขียนจดหมายนัดแนะกันหนีออกไปสู่โลกกว้าง และลองใช้ชีวิตร่วมกัน ท่ามกลางการตามหาของผู้หลักผู้ใหญ่ ทั้งของฝ่ายหญิงคือครอบครัวมึนๆ ของเธอ และนายหมู่ลูกเสือ ผู้บังคับบัญชาของฝ่ายชาย
หนังทั้งเพี้ยน มึนๆ ซึ้งๆ โรแมนติก กวนๆ เสียดสีสถาบันครอบครัว แก่แดด อาร์ตจัดๆ ซึ่ง adjective เหล่านี้ไม่น่ามารวมกันอยู่ในหนังเรื่องเดียวกันได้ แต่ Moonrise Kingdom มีหมด
ขณะนั่งดู ตอนลูกเสือหนุ่ม โชว์ความสามารถเป็นที่พึ่งพาได้ให้สาวเจ้าเห็น ทั้งที่เอาเข้าจริงแล้วไม่ไหว...อันนี้เราก็เคยเป็น
ตอนสาวโลกส่วนตัวสูง เล่าว่าอยู่บ้านมักทะเลาะกับน้องชายทั้งหลายของเธอ และเข้ากับพวกน้องๆ ไม่ได้ ...อันนี้ผมยิ่งโดน ทั้งที่ผมเป็นพี่ชายคนโตของบ้านไม่ใช่พี่สาว !
อาการของลูกที่รู้สึกว่า แม่ไม่เข้าใจเรา อันนี้น่าจะโดนกันได้เพียบ
ท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุค ประมาณแถวๆ ปี 50-60 ในอเมริกา ลักษณะบ้านเรือน ไม่มีอะไรเหมือนกับชุมชนสมัยวัยเด็กของผมเลย แต่เรากลับรู้สึกร่วมไปกับตัวละครพวกนี้ได้
จะมีก็เพียงเรื่องรักกันหนา พากันหนี ของสองตัวเอกในเรื่องเท่านั้นแหละ ที่ผมไม่มีประสบการณ์ร่วมหรือรู้สึกร่วมกับมันเลย ...เอ๊ะ แต่จะว่าไป แม่ผม (ที่เคยเล่าให้ฟังว่า ตอนที่ตกลงใจจะมาอยู่กินกับพ่อผมเนี่ย พ่อผมเหมารถไปรับ และขนกระเป๋าย้ายจากบ้านตามาอยู่บ้านหลังที่ผมเกิด) อาจจะโดนมากกว่านะ
พอ Moonrise Kingdom จบ ผมออกมาจากโรงหนังด้วยความสุข เจอบรรดาคนที่ดูรอบเดียวกันก็ยิ้มให้กันแล้วคุยถึงหนังที่เพิ่งดูออกมาอย่างยิ้มแย้ม ทั้งที่ไม่รู้จักกัน และมองผู้คนที่รอดูรอบต่อจากผม ยิ้มพลางนึกในใจว่า ‘เดี๋ยวมึงก็จะชอบมันเหมือนกู’
ไม่มีอะไรมากครับ แค่อยากเชิญชวนไปดูหนังน่ารักๆ เรื่องนี้กันก่อนที่มันจะออกจากโรงไปอย่างน่าเสียดาย
ผมเอง ไม่ต้องบอกว่าชอบแค่ไหน เพราะหลังจากนั้น อีกสองวัน ผมก็ไปซ้ำมาอีกรอบเรียบร้อย
สวัสดีครับ
.......................................
(หมายเหตุ รักพี่ต้องหนีพ่อ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิทยา ทองอยู่ยง)



