บันเทิง

ทึนทึก4ตอน'กลัวน้ำ(รู้สึกไปเอง)'

ทึนทึก4ตอน'กลัวน้ำ(รู้สึกไปเอง)'

20 มิ.ย. 2555

ทึนทึก ๔ ตอน ”กลัวน้ำ(รู้สึกไปเอง)”...ใครไม่อยากตกกระแส ห้ามพลาด!!! : คอลัมน์ เปิดม่านมายา โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์

          หากคุณเริ่มหลงใหลในศาสตร์ของละครเวที ครั้งหนึ่งในชีวิตคุณต้องมาดู “ทึนทึก” ...
 
          และถ้าคุณไม่อยากตกกระแสยิ่งต้องไม่พลาด ”ทึนทึก”
 
          เพราะนี่คือละครตลกสถานการณ์ร่วมสมัยที่เป็นมากกว่าละครตลกเรื่องหนึ่ง แต่เป็นเสมือนบันทึกเรื่องราวกระแสข่าวทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์ของช่วงเวลาขณะนั้น ที่นำมาร้อยเรียงสร้างสรรค์ให้กลายเป็นโครงเรื่องตลกยั่วคิดชวนขันที่แนบเนียนแหลมคมจบสมบูรณ์ลงตัวในแต่ละตอน
 
          “ทึนทึก” เป็นปรากฏการณ์ละครตลกซิทคอมเรื่องแรกและเรื่องเดียวตลอด ๒๐ ปีที่ยังกลับมาสร้างความสนุกสนานครื้นเครงแสบสันทันสมัยได้ด้วยตัวละครชุดเดิมที่ล้วนเป็นนักแสดงละครเวทีระดับเทพล้วนๆ ได้แก่ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ ธิติมา สังขพิทักษ์ พล ตัณฑะเสถียร วสันต์ อุตตมะโยธิน ผอูน จันทรศิริ วราพรรณ หงุ่ยตระกูล ศิรินุช เพ็ชรอุไร กนกวรรณ บุรานนท์ ซึ่งคราวนี้นอกจาก เมทนี บุรณศิริ ที่เคยร่วมบทบาทในภาคต่อที่ผ่านมา ยังได้ ปวันรัตน์ นาคสุริยะ และปิยะ เศวตพิกุล มาเป็นนักแสดงรับเชิญ สำหรับ ทึนทึก ๔ ตอน ”กลัวน้ำ (รู้สึกไปเอง)”
 
          เรื่องราวครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อ อารีจิต (วราพรรณ ) ตกอยู่ในภาวะฝันร้ายต่อเนื่องยาวนานแม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ภายใต้จิตใต้สำนึกของเธอยังวนเวียนอยู่แต่ความหวาดผวาสั่นคลอนกับเหตุการณ์ครั้งนั้น เพื่อนๆ ทั้งกลุ่มจึงต้องช่วยเหลือบำบัดอาการปริวิตก”กลัวน้ำ” ชนิดฝังใจ พวกเธอจะผ่านพ้นวิกฤติสุขภาพจิตคนเมืองแบบนี้ไปได้อย่างไร 
 
          ละครเวทีซิทคอมเรื่องนี้ดำเนินเหตุการณ์มาถึงตอน ๔ ด้วยเรื่องราวของสถานการณ์ต่างๆ สะท้อนปฏิกิริยาของชนชั้นกลางที่มีต่อกระแสข่าวเหล่านั้นด้วยความตลกขบขันเหน็บแนมแสบคันจากชั้นเชิงของบทสนทนาที่คมคาย รวมถึงการสร้างสรรค์บุคลิกนิสัยตัวละครหลายสาขาอาชีพที่มีสีสันโดดเด่นชัดเจน การผสมผสานจนเป็นหนึ่งเดียวกันของตัวละครและนักแสดงทำให้กลุ่มตัวละครเรื่องนี้ดูใกล้ตัวสังคมคนชั้นกลางในเมืองอย่างยิ่ง
 
          ที่พิเศษอย่างมากคือ นักแสดงยอดฝีมือเหล่านี้ถือว่าทึนทึก เป็นโอกาสพิเศษเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถกลับมารวมตัวพร้อมหน้ากันทั้งหมดบนเวทีแห่งนี้ "แหม่ม" ธิติมา ผู้จัดละครโทรทัศน์คนเก่งถึงขั้นประกาศไว้ว่า “ละครเวทีเนี่ยมันเหนื่อยมากนะ แก่ตัวขึ้นทุกวัน สังขารเริ่มฟ้อง ถ้าไม่ใช่ทึนทึกก็จะไม่เล่นแล้วค่ะ แต่เรื่องนี้มันเป็นความผูกพันจริงๆ” 
 
          ส่วน "ปู" กนกวรรณ ก็ออกตัวว่า “ตอนนี้ชีวิตลงตัวดีค่ะ งานทีวีมีผู้จัดติดต่อมา ก็ต้องขอบคุณที่ยังคิดถึง แต่ไม่สะดวกจริงๆ ค่ะ สำหรับแฟนละครถ้ายังอยากดูปูแสดง ตอนนี้ขอเล่นแค่ละครเวทีเท่านั้นค่ะ!!”
 
          "โหน่ง" วสันต์ อุตตมะโยธิน ตอบรับด้วยความกระตือรือร้นทุกครั้ง “ยินดีมากครับ อยากเจอกับเพื่อนๆ ทุกคน มีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำงานด้วยกันในละครเวทีเรื่องนี้ครับ”
 
          ยังมีเสียงของ "ปุ๊ย" ผอูน ผู้กำกับการแสดงมือรางวัล หญิงเก่งสาวแกร่งโสดสนิทที่งานรัดตัวอยู่เสมอ แต่พยายามจัดสรรเวลามาจนได้ หนึ่งในทึนทึกขนานแท้เปรยให้ฟังว่า “ปุ๊ยชอบเวลาที่มาพบปะสังสรรค์กันทั้งทีมแบบนี้ค่ะ สำหรับปุ๊ยมันได้ผ่อนคลายความเครียดไปในตัว ได้พักจากงานกำกับ เจอเพื่อนร่วมงานที่สนิทรู้ใจผูกพันรักใคร่กันมานาน สนุกมากค่ะ”
 
          รวมทั้ง "จิ๊" อัจฉราพรรณ ทึนทึกตัวแม่ของเรื่อง ออกปากเลยว่า “ชอบซ้อมละคร เป็นคนมีวินัยตรงต่อเวลา รักอาชีพนักแสดง ที่เราเป็นตัวเป็นตนขึ้นมาทุกวันนี้เพราะวิชาชีพนี้ โดยเฉพาะงานละครเวที มีโอกาสต้องทำ ยิ่งเรื่องนี้คนเขียนบทคงเครียด เลยชอบให้นักแสดงกลายเป็นคนบ้า (หัวเราะชอบใจ) ไม่ดูไม่ได้เลยนะ เดี๋ยวจะพูดกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง”
 
          หลายคนอาจตั้งข้อสงสัยว่า แล้วทำไมต้องเป็นเรื่องทึนทึก จะเล่าเรื่องอย่างไรให้สนุกทุกครั้งแล้วผู้ชมที่ไม่เคยชมเรื่องนี้ในภาคเดิมจะดูรู้เรื่องมั้ย? "ลิง" สุวรรณดี จักราวรวุธ ผู้กำกับการแสดงของดรีมบอกซ์ ซึ่งกำกับละครเรื่องนี้ ให้คำตอบว่า “คนดูไม่จำเป็นต้องเคยดูภาคก่อนหน้านี้มาก็ได้ค่ะ มันไม่ได้ต่อเนื่องกัน แต่ละภาคมีโครงเรื่องที่เป็นเอกเทศสมบูรณ์ในตอนอยู่แล้ว ทึนทึกเป็นละครที่โดดเด่นด้วยเสน่ห์ของบทละครและนักแสดงอย่างแท้จริง เรื่องราวแต่ละตอนที่สนุกตลกขบขันก็เพราะประสบการณ์ร่วมของผู้ชมและตัวละครล้วนมาจากเหตุการณ์จริงที่เราเคยพบ เคยเห็น หรือเป็นเสียเอง หลายเรื่องที่เคยเป็นเหตุการณ์วิกฤติเคร่งเครียด เมื่อผ่านสภาวะอารมณ์ของตัวเองช่วงนั้นไป และถอยห่างออกมา เรากลับหัวเราะขบขันไปพร้อมกับความคิดที่ตกตะกอนนอนก้นจากการใช้สติปัญญามากขึ้น”
 
          "โจ้" ดารกา วงศ์ศิริ นักเขียนบทละครเวทีมือหนึ่งในวงการ ได้สร้างสรรค์ละครเรื่องนี้ขึ้นมาครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๕ โดยไม่คิดว่าทึนทึกจะกลายเป็นละครชุดบนเวทีที่มีเรื่องราวให้ติดตามในภาคต่อๆ มา แต่โครงเรื่องและจุดคลี่คลายที่ลงตัวของละครเรื่องนี้ในทุกภาคถือเป็นแบบอย่างของละครตลกชั้นดีที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ทั้งที่ละครตลกนั้นเป็นที่รู้กันดีว่าแสดงยากที่สุด แต่มักได้รับการประเมินว่าด้อยคุณค่ากว่าแนวทางอื่นๆ อาจเพราะอารมณ์ขันเป็นเรื่องของรสนิยมที่มีหลากหลายระดับ แต่เชื่อกันว่า ละครตลกชั้นดีนั้นเรียกเสียงหัวเราะเพื่อปลุกและกระตุ้นให้ผู้ชมใช้สติปัญญามากกว่าแค่สนองความบันเทิงเพียงอย่างเดียว เฉกเช่นคำพูดที่ว่า “ละครตลกปลุกให้คิด ละครชีวิตสร้างให้รู้สึก” ครั้งนี้ดรีมบอกซ์จึงได้จัดพิมพ์บทละครทึนทึกทั้ง ๔ ตอนสำหรับผู้สนใจศึกษาบทละครเอาไว้ด้วย และไม่ว่าคุณจะเป็นคอละครเวทีขนานแท้ดั้งเดิมหรือมือใหม่หัดดู ละครเวทีเรื่องนี้ควรเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตของคุณ!!!
 
          ทึนทึก ๔ ตอน ”กลัวน้ำ(รู้สึกไปเอง)” กำหนดแสดงในวันที่ ๒๒-๒๔, ๒๙-๓๐มิถุนายน และ ๑ กรกฎาคมนี้ ณ เอ็มเธียเตอร์ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ สอบถามได้ที่ดรีมบอกซ์ ๐-๒๗๑๕-๓๕๔๗ หรือสำรองที่นั่งระบุรอบการแสดง ที่บานาน่า ฮอตไลน์ ๐๘-๐๒๖๐-๐๗๗๑-๖ หรือ www.bananabooking.com
.......................................
(หมายเหตุ ทึนทึก ๔ ตอน ”กลัวน้ำ(รู้สึกไปเอง)”...ใครไม่อยากตกกระแส ห้ามพลาด!!! : คอลัมน์ เปิดม่านมายา โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์)