
เรื่องราวใหม่ๆ ของไมเคิล แจ็กสัน
เรื่องราวใหม่ๆ ของไมเคิล แจ็กสัน : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์
ค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมาเป็นคืนที่ผมมีความสุขมากปนเปไปกับความเสียดายมากครั้งหนึ่ง เมื่อรายการ "แฟนพันธุ์แท้ 2012" ได้นำศิลปินในดวงใจตลอดกาลของผมและแฟนเพลงทั่วโลกอย่าง "ไมเคิล แจ็กสัน" มาเป็นโจทย์ในการตอบคำถามเพื่อเสาะหาสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ไมเคิล แจ็กสัน
ส่วนตัวผมแล้วนั้น รู้สึกเสียดายอยู่พอควร ที่ไม่ได้ไปร่วมการแข่งขันครั้งนี้ ทั้งๆ ในอดีต (ราว 7 ปีก่อน) ผมเฝ้ารอที่จะให้รายการจัดหัวข้อนี้อย่างใจจดจ่อ จนแล้วจนรอด..รายการเลิกราจอไปก็ยังแห้ว พอมาถึงปีนี้ที่เวิร์คพอยท์นำรายการแฟนพันธุ์แท้มาปัดฝุ่นใหม่ ในเวอร์ชั่นตี๋ กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ผมได้รับการสนับสนุนจากคนในเครือข่ายสังคมมากมาย พร้อมทั้งได้รับการติดต่อเรียกตัวแล้วให้เข้าแข่งขัน แต่ด้วยภาระงานอันหนักอึ้งในช่วงนี้ที่กำลังคลอดลูกเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ถึง 3 ตัวพร้อมๆ กันคือ UniTV, เกมชนด้วง และโฉมใหม่แบไต๋ไฮเทค ทำให้ผมไม่สามารถปลีกตัวไปแข่งขันได้เลย (และอีกเหตุผลที่คุณผู้อ่านห้ามท้วงติงไปยังภรรยาผมก็คือ "เธอห้าม" เธอไม่อยากให้ผมหมกมุ่นกับเรื่องไมเคิล แจ็กสันอีก)
ภรรยาผมไม่ได้รังเกียจไมเคิล แจ็กสัน หรือไม่ได้แขวะการชอบไมเคิล แจ็กสันในระดับ Big Fan ของผม เธอเองก็ชอบ (จากการที่ผมเปิดกรอกหูเธอตลอด 13 ปีที่คบกันมา) เพียงแต่ว่า ในรอบ 3 ปีมานี้หลังจากไมเคิล แจ็กสันเสียชีวิต เธอไม่คาดคิดว่ามันจะมี "เรื่องต่อเนื่อง" ที่ออกมาจากศิลปินผู้ยิ่งใหญ่นี้อีกมากมายขนาดนี้ ครั้งหนึ่งเธอหลุดปากกับผมว่า "ฉันคิดว่าไมเคิล ตายแล้วก็คงจบ! แต่นี่ไม่จบ และดูเหมือนจะไม่จบง่ายๆ"
กล่าวคือ "ผลงานใหม่ๆ ของไมเคิล แจ็กสัน" ยังคงออกมาอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้สำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด คงจะแปลกใจว่าเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อเขาตายไปแล้ว
อย่างที่เรารู้ๆ กัน ไมเคิล แจ็กสัน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2009 ก่อนที่เขาจะเดินทางไปลอนดอนเพื่อเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ถึง 50 รอบ ที่เรียกได้ว่าเป็น "The Final Curtain Call" หรือการแสดงปิดฉากครั้งสุดท้าย ที่ถูกจองมากที่สุดในประวัติศาสตร์ (ทั้งจำนวนรอบและเวลาเปิดขายจนถึง Sold Out)
การซ้อมคิวการแสดงทั้งหมดเกิดขึ้นในลอสแองเจลิส ใน Staples Center ถูกบันทึกไว้อย่างหยาบๆ (หยาบๆ ในสไตล์ไมเคิล คือ Digital Full HD) ซึ่งหมายจะบันทึกไว้เพื่อศึกษาความบกพร่องจากการซ้อมการแสดงเท่านั้น ถึงแม้ทีมงานจะเตรียมการกันไว้สมบูรณ์แบบขนาดไหน แต่พอ "พระเอกตาย" คอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์นี้ก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ และกลับกลายเป็นว่า กล้องวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์ไว้นี้กลับกลายเป็นทองคำขึ้นมา เมื่อ Sony Pictures ตัดสินใจนำมันออกสู่สายตาชาวโลกในรูปแบบภาพยนตร์เพื่อทำให้เราได้ซึมซับความเป็นไมเคิล แจ็กสัน ไว้เป็นครั้งสุดท้าย (?) ณ จุดนี้ ก่อนที่จะเล่าเรื่องต่อๆ ไป ผมขอเชิญคุณๆ ไปหา DVD หรือ Blu-ray "This Is It" มาดูนะครับ ไม่ว่าคุณจะชอบไมเคิล แจ็กสันหรือไม่ก็ตาม เขาฝาก Message หลายอย่างไว้ให้พวกเราในหนังเรื่องนี้ครับ
ผมเองได้มีโอกาสจัดงาน This Is It : This Is Thai Tribute เพื่อเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องนี้ในวันที่ 27 ตุลาคมปี 2009 หน้าลานพาร์คพารากอน และนับเป็น "หนึ่งในวันที่น่าจดจำไว้ตลอดชีวิต" ทีเดียว
แต่หลังจากวันนั้น ผลิตภัณฑ์ไมเคิล แจ็กสัน ก็ยังทยอยออกมาอีกเรื่อยๆ Sony Music ประกาศบรรลุข้อตกลงกับ Michael Jackson's Estate (กองมรดกแจ็กสัน) ในการรื้อเพลงเหลือๆ ทั้งหลาย ทั้งส่วนเกินจากอัลบั้มต่างๆ (MJ ไม่ชอบ จึงตัดออก) และเพลงที่ยังทำดนตรีไม่เสร็จ (ร้องไกด์ไว้ใน Demo) มาทำดนตรีใหม่หมดด้วย "คนดนตรีที่ไมเคิล แจ็กสัน เคยร่วมงานด้วย" ..ผลงานออกมาในอัลบั้มชื่อเรียบง่าย "Michael" เมื่อปี 2010 สิริรวม 10 เพลง แต่จำนวนเพลงดิบๆ ที่ Sony ไปขุดคุ้ยเจอมาได้มีกว่า 100 เพลง โดย Sony ประกาศไว้ก่อนการโดนต่อต้านจากบรรดาแฟนเพลงและศิลปินเพลงว่าจะออกอัลบั้มใหม่ให้ไมเคิลอีก 10 อัลบั้ม ตลอดระยะเวลา 10 ปีต่อจากนี้ แต่งานนี้คนเบื้องหลังที่ได้รับมอบหมายมาให้ผลิตชิ้นงานทำไปน้ำตาไหลไป แต่ก็มีคนจำนวนมากที่ไปประท้วงหน้าตึก Sony Music อเมริกาว่า มันเป็นการขุดกระดูกไมเคิลออกมาหากิน Will.I.Am ศิลปินที่เคยร่วมงานกับไมเคิลใน Thirller25 ถึงกับออกมาประณามว่า มันเป็นการ Release เพลงที่ศิลปินไม่ได้มีส่วนร่วมในการฟังชิ้นงานสมบูรณ์มาลงตลาด ซึ่งผิดจรรยาบรรณ
ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ Sony พักรบไว้เพียงปีกว่าๆ มาปีนี้ Sony เตรียมออกอัลบั้ม Bad25 อัลบั้มฉลอง 25 ปีให้ผลงานชุด Bad ที่มีเพลงดังๆ มากมาย อย่าง Smooth Criminal (ไมเคิลเอนตัวต้านแรงโน้มถ่วง) หรือ Man In The Mirror เพลงช้าของ MJ ที่เป็นเพลงโปรดของใครๆ หลายคน กำหนดการออกคือ 18 กันยายนนี้ โดยจะมาพร้อม BigSet ใหญ่ๆ ที่บรรจุภาพที่ระลึกและ DVD บันทึกการแสดงสด BAD Tour ณ สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอนเมื่อ 16 กรกฎาคม 1988 ซึ่งไม่เคยถูก Release อย่างเป็นทางการมาก่อน (ที่คุณๆ เคยดูกันตอนเด็กๆ คือวิดีโอแอบอัดที่ฝรั่งเรียก Bootleg)
ฝรั่งนั้นเก่งการตลาด ณ เวลานี้เขาออก Single เพลง I Just Can't Stop Loving You เป็น CD และแผ่นเสียงอีกรอบ โดยมิวาย "ขุดกระดูกไมเคิล" กลับมาขาย นั่นคือการเพิ่มเพลงใหม่ "Don't Be Messin' Round" ลงไปด้วย!..(เดิมคือเพลงคัดออกจากอัลบั้ม Bad นี้) ผลคือ I Just Can't Stop Loving You กลับขึ้นสู่อันดับ 1 Billboard Hot Single Sale (นับเฉพาะแผ่นซีดีที่ขายได้มากที่สุด) ขายได้ 5,000 แผ่นในสัปดาห์แรก เนื่องจากแผ่นนี้มีวางขายใน Wallmart ทั่วอเมริกา (ยุคนี้ยุคตกต่ำของ CD จริงๆ ครับ เพียง 5,000 แผ่นก็ขึ้นอันดับ 1 ได้แล้ว..ฮา)
และถึงแม้คอนเสิร์ต This Is It จะไม่ได้แสดงจริงที่ลอนดอน แต่ทีมงานทั้งหมด นำโดย Travis Payne ผู้ช่วยออกแบบท่าเต้นของไมเคิล (ที่เขายอมรับว่าเขาเป็นคนแค่ช่วยนำท่าที่ไมเคิลคิดไปซ้อมให้ Dancer เท่านั้น), ทีมเสื้อผ้า และทีม Dancer เก่าๆ ของไมเคิล ได้ไปร่วมกับคณะละคร Cirque Du Soleil ทำโชว์ Michael Jackson The Immortal World Tour เปิดการแสดงเร่ไปทั่วสหรัฐ ณ เวลานี้เป็นระยะเวลาการแสดง 2 ปีหลังจากนั้นจะเป็นโชว์ถาวรที่ลาสเวกัส ผมตั้งใจจะไปดูโชว์นี้แน่นอนครับ ไว้ไปเมื่อไหร่จะกลับมาเล่าแน่นอน (ขณะนี้มีอัลบั้มชื่อเดียวกันนี้วางแผงอยู่นะครับ นำบทเพลงกว่า 20 เพลงมา ReImagination หรือสร้างจินตนาการใหม่ให้ผู้ฟัง พูดตามตรงคือ ทำออกมาได้เยี่ยมยอดจริงๆ ครับ เพราะมันทำโดยคนใกล้ชิดที่รักไมเคิลและเข้าใจในไมเคิลจริงๆ)
พี่น้อง Jackson 5 ของไมเคิลยอมได้ที่ไหนล่ะ! ในเมื่อใครๆ ก็หยิบไมเคิลออกไปสร้างโชว์ใหม่-อัลบั้มใหม่ได้ ขณะนี้ Jermaine, Jackie, Marlon, Tito Jackson ก็กำลังเตรียมทำทัวร์คอนเสิร์ตครั้งใหม่ โดยใช้เทคโนโลยี "โฮโลแกรม" สร้างไมเคิล แจ็กสัน ให้กลับมาร้องเพลงกับพวกเขาอีก..
คนเดียวในโลกแล้วล่ะครับ! ที่มีมูลค่าหลังความตายได้มากขนาดนี้ ชีวิตไมเคิลตอนมีชีวิตอยู่ สร้างความสุขให้ผู้คนไว้นับล้าน แต่ตัวเองมีชีวิตที่เรียกได้ว่า "น่าเศร้าที่สุด" คนหนึ่งของโลก จากภาระงานมากมายที่ผมทำอยู่อย่างล้นมือตอนนี้ ผมเริ่มรู้สึกคล้ายๆ ไมเคิล แจ็กสันแล้วล่ะ...
.......................................
(หมายเหตุ เรื่องราวใหม่ๆ ของไมเคิล แจ็กสัน : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์)



