บันเทิง

 หอฮ่อ (III)

หอฮ่อ (III)

18 มิ.ย. 2555

หอฮ่อ (III) : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

             นักร้องรับจ้างอย่างฉันไม่เคยเลือกงานหรือสถานที่ได้สักที มีคนจ้างก็ออกไปรับจ้าง ตั้งแต่ซ่องยันบ่อน (อาบอบนวดถึงกาสิโน) … ถ้าความรื่นรมย์เป็นส่วนหนึ่งของอบายมุข ความสุขยังเป็นส่วนหนึ่งของกรรม (การกระทำ) บางทีฉันก็ยังสับสนอยู่ว่าความสุขที่ผู้คนใฝ่หานั้นมันคือ บุญหรือบาปกันแน่?
 
          การมาเยือนมาเก๊าครั้งแรกในชีวิตนักร้องของฉัน มันก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นไปกว่าทุกครั้งที่ต้องมาทำงานต่างถิ่น ได้อาศัยช่วงว่างเที่ยวไปกินไป แต่อะไรก็ไม่น่าสนใจเท่ากับผู้คนที่อยู่ปะปนในที่นั้นๆ นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันตามหา …   สีเกด นุชนาฎ ข้าวตู และฉันมาเที่ยวบินเดียวกัน ส่วนโก้ มิสเตอร์แซกแมน กับ พี่โรจน์ ผู้คุมเสียงตามมารอบดึกแถวๆ 3-4 ทุ่มนั่นแหละ พวกเรามาถึงบ่าย 3 ของเวลาที่มาเก๊า ซึ่งเร็วกว่าเมืองไทยอยู่ 1 ชั่วโมง ระหว่างนั้นพวกเราจึงมีเวลานั่งรถข้ามฝั่งจากย่านกาสิโนที่เราพักอยู่ไปปยังฝั่ง “มาเก๊า” ที่มีทั้งของกิน ของใช้ เสื้อผ้าและของฝากมากมายในย่าน “เซนาโด้สแควร์” (Senado Square) หอบของฝากกลับมาฝั่งโรงแรมฮาร์ดร็อค (Hard Rock Hotel) เอนหลังดูทีวีรอโก้ ซึ่งกว่าจะมาก็ 4 - 5 ทุ่มเข้าไปแล้ว (เครื่องมันดีเลย์) ประจวบกับพวกเราที่เริ่มหิว (อีกแล้ว) จึงเรียกแท็กซี่ไปที่ย่าน “หว่าฟ่ง” จะมีร้านขายหมูแดงเป็ดย่างและตามสั่งรวมทั้งติ่มซำรอบดึกเปิด 24 ชั่วโมง

          พวกเราเดินสำรวจแนวร้านอาหารทั้ง 2 ฝั่งถนนแล้วก็กลับมาที่จุดเดิมร้านใหญ่ที่มีลูกค้าเข้าออกคึกคักกว่าร้านอื่น พอนั่งลงปุ๊ปแผ่นเมนูที่เสียบอยู่ก็เป็นภาษาจีนล้วน ตามกำแพงมีรายการอาหารแปะอยู่พร้อมราคาเต็มไปหมด ก็ภาษาจีนอีกนั่นแหละ ฉันก็เลยต้องเดินไปที่หน้าร้านชี้ หมูแดง หมูกรอบ เป็ดย่าง ที่เขาแขวนไว้ เอาข้าวก็ชี้ข้าว เห็นติ่มซำเป็นเข่งๆ วางอยู่ก็ชี้เอา หันไปเห็นโต๊ะข้างๆ เขากินอะไรก็ชี้ไปแบบนั้น เดี๋ยวก็ได้กินเองนั่นแหละ พอถามหาน้ำแข็งในภาษาจีนกวางตุ้งเรียกว่า “ เป็ง ” พนักงานส่ายหน้าแล้วยกชาจีนร้อนมาให้หนึ่งกาพร้อมถ้วยชาเป็นจอกๆ กับกะละมังพลาสติกสีแดงอีก 1 ใบ ใส่น้ำร้อนมาให้ เห็นโต๊ะอื่นเอาถ้วยชาลงไปลวกๆ กลั้วๆ แล้วใช้ที่คีบน้ำแข็งหนีบขึ้นมาก็เลยทำอย่างเขาบ้าง “อือ … ทำไมมันไม่ลวกมาให้ก่อนฟะ?” คนที่นี่เขาไม่นิยมบริโภคน้ำแข็งกัน ดังนั้นตามร้านอาหารทั่วไปจึงหายาก ขนาดน้ำอัดลมกระป๋องยังไม่ซ่าไม่เย็นอย่างบ้านเราเลย

          อาหารลงบนโต๊ะเร็วมาก เริ่มจากของกินเล่น … หมูสับยัดไส้พริกหยวก … ปอเปี๊ยะไส้เผือกทอด … ขนมหัวผักกาดทอด … เป็ดย่างหนังกรอบสีสวยเหมือนลูกพุทราจีน … หมูแดงติดมันหั่นชิ้นเต็มปากเต็มคำมีน้ำราดหวานๆ เค็มๆ หน้าตาดีมาก … ผักกวางตุ้งจีนจานโตสีเขียวสุดผัดกับน้ำมันและซีอิ๊ว (คนละแบบกับบ้านเราที่จะผัดอะไรก็ต้องใส่น้ำมันหอยจนไม่รู้รสที่แท้จริงของผัก) … โจ๊กปู อาหารแนะนำที่ใครมาก็ต้องสั่งกิน เขาเรียกว่า “โสยห่ายจ๊ก”  ชามใหญ่ยังกับอ่างล้างหน้า บรอกโคลีผัดเนื้อปลาสีขาวรสชาติเหมือนเนื้อปูใส่เห็ดฟางอันนี้ก็เริ่ด เห็นโต๊ะข้างๆ เขากินก็เลยสั่งมั่ง หมูกรอบที่นี่เค็มๆ หนังบางๆ อร่อยเหมือนที่เคยกินในตลาดเยาวราชสมัยเด็กๆ …

          ข้าวผัดปลาเค็ม คนที่นี่เขาชอบกินปลาเค็ม ตอนไปเดินย่านช็อปปิ้งของกิน เขาห่อปลาเค็มทั้งตัวด้วยถุงพลาสติกแล้วผูกหางมันห้อยหัวลงมีขายทุกร้านแสดงว่าของขึ้นชื่อ มาแล้วต้องซื้อ … ปลาหมึกคั่วพริกเกลือ (อันนี้ไม่ค่อย) สั่งกินกันยังกับมื้อสุดท้าย       แต่ถึงอย่างไรพอโก้กับพี่โรจน์ตามมาสมทบของทุกอย่างก็หมดเกลี้ยงไม่ทิ้งให้เสียของ
 
          “พี่ๆ ดูพนักงานเขานิน (ทา) เราสิ คงคิดว่า อีพวกนี้ทำสล็อตแตกแล้วมาฉลองกินยังกับตายอดตายอยาก ” นุชมันว่า … เช็กบิลออกมาราคาประมาณ 2,200 บาท … คุ้มมากทุกอย่างจานโตๆ กินเสร็จฉันบอกให้ทุกคนยืนหน้าร้านถ่ายรูปเป็นที่ระทึกไม่ใช่ระลึก ขนาดยืนซ้อนไหล่กันยังบังหน้าร้านเสียมิด แก๊งนี้เขาหอฮ่อจริงๆ! เพื่อเป็นการย่อยพวกเราเลยเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตตึกแถวใกล้ๆ เดินมาทั้งวันฉันยังไม่เห็นขอทานหรือหมาจรจัดตามท้องถนน บ้านเมืองเขาสะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยต้นไม้ ไม่มีแผงลอยตามฟุตบาท ถ้าจะขายก็มีเป็นร้านในซอกในซอยก็ว่ากันไป

          รายได้ส่วนใหญ่ของมาเก๊ามาจากการท่องเที่ยวและบ่อนกาสิโน ประชาชนทุกคนเสียภาษีเท่ากัน (แต่ไม่มากเท่าประเทศไทย) เกาะเล็กๆ นี้จึงอู้ฟู่และเป็นระเบียบเรียบร้อย เงินเหลือรัฐบาลก็จ่ายคืนให้กับประชาชนคิดเป็นเงินไทยคนละ 7,000 ต่อปี (ไม่ได้ไปกู้ยืมมาจ่ายให้คนละ 2,000 บาทอย่างบางประเทศเขาทำกัน) อือ … ชัดเจนดี ไหนๆ จะเอาดีทางนี้ก็แฟร์ๆ กันไป ได้กันทุกฝ่าย ไม่ใช่แบ่งกันเฉพาะฝ่ายบริหาร … ประชาชนจนแต่นักการเมืองรวย … อุ๊ย! … ร้านขายของชำเล็กๆ มีตั้งแต่ขนมขบเคี้ยว เครื่องปรุง บะหมี่สำเร็จรูป (บะหมี่เกาหลีห่อละ 20 บาท ซื้อที่เมืองไทยห่อละ 40 บาท) เอฟรี่ติงทุกๆ สิ่งมาสะดุดสายตาฉันตรงที่คนที่นี่เขาคงชอบกินตีนไก่มาก ขนาดมีเป็นแพ็กสำเร็จรูปขายเป็นคู่ให้ฉีกซองแล้วแทะได้ทันที! แอลกฮอล์ก็ขายตลอดตามเวลาที่ร้านเปิด ราคาถูกกว่าบ้านเรามาก ไวน์แดงบางยี่ห้อซื้อในห้างที่บ้านเราเกือบ    1,500    แต่ที่นี่ขวดละ 535 บาท (สำหรับร้านที่จัดโปรโมชั่น) ร้านเล็กๆ ขนาดเท่ากับตึกแถวห้องเดียว มีบรั่นดีขวดละแสนบาทขายในตู้กระจกข้างๆ ที่จ่ายเงิน โอ้แม่เจ้า!

          นอกจากเป็นเมืองแห่งการเสี่ยงโชคแล้ว ยังเป็นเมืองแห่งการบริโภคด้วย ดังนั้นขอเตือนผู้ที่อยู่ในศีล 5 ว่าพึงระวัง! มันล่อตาล่อใจไปเสียทุกอย่าง อะไรที่เรียกว่าอบายมุขที่นี่เขามี ขอแค่ … เงินน่ะมีมั้ย? ทุกๆ สิ่งในโลกย่อมมี 2 ด้านเสมอ ในความสุขก็มีทั้งบุญและบาป หาความสุขกับอบายมุขก็ยังมีที่ดีๆ ให้เที่ยวไปไหว้พระไหว้เจ้าหาความสุขกับการทำบุญ

          คนที่นี่เล่าว่า ลูกค้หลักกลับไม่ใช่คนพื้นที่ (คนมาเก๊า) ลูกค้ารายใหญ่ที่เอาเงินมาเล่นเสียเป็นหลักร้อยล้านน่ะ คนไทยเราติดโผ ลูกค้าวีไอพีกิตติมศักดิ์ นี่ถ้าเขามีการมอบเหรียญให้คนไทยคงได้กลับมาเยอะ ได้แต่เหรียญนะ เพราะตังค์น่ะเล่นหมดแล้ว! … มีลูกค้าอาวุโสชาวไทยอายุ 70 กว่าคนหนึ่ง แกมานั่งเล่นที่คาสิโนในคืนเดียวแกเล่นได้ 51 ล้านม็อบ (204 ล้านบาทไทย) แกทิปพนักงานแถวๆ นั้นไป 1 ล้านบาทไทย เก๋มั้ยล่ะ! ทุกวันนี้ก็หมดแล้ว คืนให้กลับบ่อนหมด (เหมือนที่เตี่ยฉันสอนว่า การพนันไม่เคยทำให้ใครรวย) แต่แกก็ยังคงมาเล่นอยู่แต่มือไม่เติบเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แกว่ารอให้ขายที่ให้ได้ก่อนแกจะกลับมายิ่งใหญ่อีก ก็ต้องลุ้นกันว่าระยะเวลาระหว่างขายที่กับอายุที่เหลืออะไรจะยาวนานกว่ากัน   แต่เท่าที่ฉันเดินผ่านบางคนแก่หง่อมต้องนั่งรถเข็นมาเล่น อียังเอาอ่ะ! เออ … ดี! เดี๋ยวจะเข็นเตี่ยมาเล่นที่นี่บ้างจะได้รื้อฟื้นความหลังถือเป็นการคืนสู่เหย้าในรอบ 50 ปีของเตี่ยฉัน อย่าเพิ่งยี้ก็ตระกูลฉันมันเจ้าของบ่อนที่ตรอกสลักหิน เรื่องแบบนี้จึงเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนบ้านฉัน …
 โปรดติดตามตอนต่อไป
.......................................
(หมายเหตุ  หอฮ่อ (III) : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)