
ชิงร้อย ชิงล้าน - แอทเทน - คนอวดผี กับปัญหาวัยรุ่น
ชิงร้อย ชิงล้าน - แอทเทน - คนอวดผี กับปัญหาวัยรุ่น : เกรียนติดจอ โดย... โศภิณ เงินสวัสดิ์
วันก่อนมีโอกาสเข้าร่วมโฟกัสกรุ๊ปของ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อหาแนวทางพัฒนาสื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของกลุ่มวัยรุ่น สิ่งที่น่าสนใจจากเนื้อหาวิจัย ก็มีหลายประเด็นเหมือนเปิดโลกทัศน์ผู้ใหญ่ทั้งหลายที่มักวิเคราะห์ปัญหาวัยรุ่น จากสภาพที่เห็นในกรุงเทพฯ ให้สบายใจขึ้นได้ระะดับหนึ่ง
หากหัวข้อที่อยากแชร์ในวันนี้คือ “ชิงร้อย ชิงล้าน, แอทเทน และคนอวดผี” สามอันดับแรกของรายการโทรทัศน์ที่วัยรุ่นทั่วไทยชื่นชอบ แบบเรียงตามลำดับ ซึ่งถ้าดูจากเรตติ้งที่ แพน เดมิค มีเดียเอเยนซี่ที่ชำนาญในเรื่องวางกลยุทธ์สื่อให้มาพบว่า เรตติ้งการชมโทรทัศน์ ของทั้ง 3 รายการ ระหว่างกลุ่มผู้ใหญ่และวัยรุ่นแทบจะใกล้เคียงกัน โดย รายการชิงร้อย ชิงล้าน เรตติ้งกลุ่มวัยรุ่น อยู่ที่ 3-4 กลุ่มผู้ใหญ่ 3.5-4.5 รายการแอทเทน เรตติ้งกลุ่มวัยรุ่นอยู่ที่ 3 ผู้ใหญ่อยู่ที่ 3.5 ส่วนรายการคนอวดผี เรตติ้งกลุ่มวัยรุ่นอยู่ที่ 2.5 ผู้ใหญ่อยู่ที่ระดับ 2 - 3
นั่นหมายความว่า ความจริงวันนี้ วัยรุ่นกับวัยผู้ใหญ่ มีความสนใจ และดูรายการโทรทัศน์ที่ไม่ต่างกันมากนัก ทีนี้ลองวิเคราะห์ดูเนื้อหาสาระ ว่าจุดเด่นของ 3 รายการในความรู้สึกของวัยรุ่น เป็นอย่างไร ก็พบว่า ชิงร้อย ชิงล้าน เด่นที่แก๊ง 3 ช่า ดูแล้วได้มุกฮาๆ ขำๆ ไว้อำเพื่อน ส่วนแอทเทน ไฮไลท์กลับไม่ใช่ช่วงดันดารา แต่กลายเป็นทอล์กของวีที ที่ใช้จุดขาย “เรื่องจริง ที่คุณอาจไม่เคยรู้” ในหลากมิติ ตั้งแต่ชีวิตจริง ชีวิตเหมือนฝัน ชีวิตเหนือโลก ชีวิตพิศวง
ซึ่งนั่นหมายถึงเช้าวันพุธ ทุกคนจะมีข้อมูลมาถกและ แสดงความคิดเห็นเพราะสิ่งที่สำคัญของเด็กวัยรุ่นคือ “ได้แลกเปลี่ยน และคุยกับเพื่อน” (เฉพาะเรื่องที่ ตัวเองอยากคุย และสนใจ) ส่วน “คนอวดผี” รายการที่ใช้เวลาไม่ถึง 2 ปีในการไต่อันดับขึ้นมา ด้วยจุดเด่น “เรื่องผี ผี” ที่เด็กสาวชอบและอยากรู้ อยากเห็น ส่วนวัยรุ่นชาย ก็เห็นจะเป็น “ชุดของดารา” ผู้ร่วมรายการที่จัดเต็ม ทั้งขาสั้นและสายเดี่ยว และจับผิดรายการ
ส่วนประเภทรายการเพลง รายการประกวดทั้งหลายนั้นไม่ได้ติดโผ หรืออยู่ในหัวข้อ ทั้งนี้ก็อาจเป็นได้ว่า จำกัดความสนใจเฉพาะกลุ่ม หรือไม่ เด็กก็เหนื่อยและล้ากับรายการแนวประกวดที่ถูกจัดเต็มในโรงเรียนตลอดปี
ที่ไล่เรียงมาทั้งหมดตั้งแต่ อันดับรายการยอดนิยม อันดับเรตติ้ง จนถึงสาเหตุ จะเห็นได้ว่า วัยรุ่นไทยในวันนี้ ไม่ได้ต่างจากวัยรุ่นไทยในยุคก่อน เพราะรูปแบบของความคิดก็ยังเหมือนเดิม สนใจอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องมีสาระมาก อยากเป็นผู้นำ ต้องการตามทัน ไม่อยาก out หากแต่จะ “แรง” และ “เร็ว” กว่าเดิม ซึ่งส่วนหนึ่งก็เพราะเทคโนโลยีของโลกการสื่อสาร ที่วันนี้ไม่มีขอบเขตของเวลา และ เพศวัย
และถ้าเอาทฤษฎีมาเปรียบ ก็คงต้องยกของ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ นักวางยุทธศาสตร์ ที่เป็นศิษย์เอก ฟิลิป คอตเลอร์ ปรมาจารย์โลกด้านการตลาด ที่เคยกล่าวว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคของ Liquid Phase เพราะการเชื่อมต่อถึงกันทั่วโลกแบบไม่มีช่องว่าง ไม่มีขอบเขต ทำให้ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน มากขึ้น มีแตกตัว รวมตัว แสดงปฏิกิริยาย้อนกลับ และกระแส (ฮิต) ต่างๆ จะมีรูปแบบไปไหว มาไหว แต่ไม่ยั่งยืน
ทั้งหมดนี้น่าจะบอกได้ถึงพฤติกรรมของวัยรุ่นไทยในปัจจุบัน ว่ายังคงมี รากฐานความคิดแบบเดิม ชอบแบบเดิม แบบไทย ไทย คิดแบบคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่ นี่แหละ แต่ด้วยยุคสมัย (ตามทฤษฎีของ ดร.สุวิทย์) และเทคโนโลยี ความ “เร็วและแรง” จึงพุ่งขึ้น ผู้ใหญ่ในวันนี้ จึงอย่าเพิ่งตระหนก หากต้องเข้าใจและปรับตัวให้ทัน ส่วนการที่จะคิดสร้างหรือทำรายการมีสาระ หรือนั่งกล่าวโทษกันว่า ความผิดของใครนั้น คงต้องมาใจเย็นดูกันใหม่ว่าสิ่งที่มีอยู่จะสอดแทรกอะไรได้ไหม หรือที่มีดีอยู่แล้วทำอย่างไรให้เข้ากับกระแส
ว่าแล้ว ก็เลยเถิดไปถึง เรื่อง “บ่วง” ที่ ผีอีแพง ทำเรตติ้งพุ่งนั้น เนื้อหาสาระในบางส่วนก็เข้าขั้นดี สอนเรื่องเวรกรรม และที่โดดเด่นคือ ความรักของสองแม่ทั้งแพง และคุณชื่นกลิ่น
ทางออกของผู้ใหญ่ในวันนี้ ถ้าจะให้ดี คือ ตะล่อม กล่อมเกลาให้เข้ารูปเข้ารอย แต่ไม่จำเป็นต้องไปคิดประดิษฐ์อะไรให้มาก เสียเวลาเปล่า เพราะยุคนี้ไปเร็ว มาเร็ว แค่คิด ไม่ทันทำ กระแสก็เปลี่ยนแล้ว !!
.......................................
(หมายเหตุ ชิงร้อย ชิงล้าน - แอทเทน - คนอวดผี กับปัญหาวัยรุ่น : เกรียนติดจอ โดย... โศภิณ เงินสวัสดิ์)



