บันเทิง

Dr. Jekyll & Ms. Hydeหนังคลาสสิกใน Broadway Week

Dr. Jekyll & Ms. Hydeหนังคลาสสิกใน Broadway Week

15 มิ.ย. 2555

Dr. Jekyll & Ms. Hydeหนังคลาสสิกใน Broadway Week : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

          ท่ามกลางสายลมที่พัดรุนแรงเกี่ยวกับธุรกิจหนังในแบบรีเมกและรีบูทนั้น แม้จะไม่ใช่งานที่แมสมาก แต่ Dr. Jekyll & Ms. Hyde ก็มีความชอบธรรมพอที่จะวางตัวเองเป็นภาพยนตร์และละครเวทีในและ “รีบูท” และ “รึเมก”

          เนื่องเพราะทั้งคลาสสิกและห่างไกลจากความจำของคนดู

          จะว่าไป การเดินทางยาวนานของเรื่องนี้ ก็คล้ายๆ เจมส์ บอดน์ 007 ที่ผ่านมาบวกลบครึ่งศตวรรษ และสามารถจะเป็นหนังทำแบบรีเมกและรีบูทได้ทั้งสิ้น มิหนำซ้ำ ทั้งสองเรื่องนี้มีการนำเอามาตีความใหม่ ไปตามมุมมองของผู้กำกับแต่ละคน ซึ่งมีทั้ง Dr. Jekyll & Ms. Hyde ที่สยองขวัญ(thriller) และตลกขบขัน(comedy) เหมือนกับที่เจมส์บอนด์ มีทั้งภาคที่เป็นฮีโร่กับคนธรรมดา ทั้งเกินมนุษย์และเป็นแค่มนุษย์

          ผมลองยอ้นกลับไปเอา Dr. Jekyll & Ms. Hyde มาดูอีกทีเป็นหนังเก่าเมื่อ 70 ปีที่แล้ว เพราะสุดสัปดาห์นี้ไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน ทางเมเจอร์ พารากอนเขาจะมีการเอาละครเวทีมาฉายขึ้นจอ และเซ็ทรูปแบบของการดูละครคือ มีเครื่องดื่มกันแบบที่คนไปดูเมืองนอกเขาดูกัน

          เพียงแต่ครั้งนี้ เป็นการเอาบันทึกละครเวทีที่น่าสนใจมาอยู่บนจอ เหมือนที่เคยกับ the phantom of the opera ไม่นานมานี้

          โดยเนื้อหาหลักของการนำไปทำเป็นหลายภาคหลายตอนหลายเวอร์ชั่นนั้น Dr. Jekyll & Ms. Hyde นิยายคลาสสิกของ โรเบิร์ต หลุยส์ สตีเวนสัน เล่าเรื่องของ นายแพทย์คนหนึ่งผู้ที่ทำการทดลองอันตราย เมื่อน้ำยาที่เขาคิดค้น เปลี่ยนบุคลิกและจิตใจจากผู้ที่แสนสุภาพ กลายเป็นมนุษย์วิปริตตัวแทนแห่งด้านมืดของมนุษย์

          ดร.ริชาร์ด แจ็ค (ทิม เดลี) นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องได้ค้นพบสูตรยาวิเศษที่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตเขาจากชายผู้เพียบพร้อมเป็นหญิงวายร้าย เฮเลน ไฮด์ (ฌอน ยัง) เขาต้องเปลี่ยนร่างไปมาระหว่างชายหญิง ต่อมาไฮด์วางแผนจะยึดร่างของเขาไว้ทั้งหมดเขาจะต้องหาทางกลับสู่ร่างอันปกติให้ได้ แล้วเรื่องวุ่นๆ ขำๆ
ฮาๆ จึงเกิดขึ้น

          เรื่องนี้จะเป็น 1 ใน 5 ที่ถูกนำมาขึ้นจอจากละครเวที ในงาน “Broadway Weeks” ซึ่งเป็นครั้งแรกกับการนำเอาละครบรอดเวย์ระดับโลกจากอเมริกา 4 เรื่อง 4 รส ได้แก่ Memphis, Jekyll & Hyde : The Musical, Smokey Joe’s Cafe และ Putting It Together เข้ามาฉายให้ได้ชมกันในโรงภาพยนตร์โนเกีย อัลตร้า สกรีน (ฉาย14-27 มิ.ย.นี้เท่านั้น ทุกวัน วันละ 1 รอบ ในเวลา 20.00 น. เฉพาะที่โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ )

          บัตรราคาที่นั่งละ 1,000 บาท พิเศษ...สมาชิกบัตร M Generation ราคา 700 บาท ส่วน M Generation Student เพียง 400 บาท) เรื่องอื่นๆ และเนื้อเรื่องย่อก็มี

          Memphis (ความยาว 2.25 ช.ม.)
          เรื่องราวเกี่ยวกับการปฏิวัติวัฒนธรรมที่ปะทุขึ้นโดยวิสัยทัศน์ของดีเจหนุ่มผิวขาวที่ได้พบกับนักร้องผิวสีและทำให้วงการเพลงได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล เป็นยุคเปลี่ยนถ่ายของดนตรียุคบลูส์ R&B และ คอนเทม ที่ประสานกันอย่างลงตัว ใครที่เป็นแฟนละครเวทีแนวชิคาโก ที่ทั้งร้อง เต้น ประสานเสียง ไม่ควรพลาดชม ผลงานเยี่ยมเรื่องนี้ชนะรางวัลโทนี่อวอร์ด โดยเดวิด ไบรอัน และยังคว้ารางวัลแกรมมี่ อวอร์ด โดยนักคีย์บอร์ดและสมาชิกผู้ก่อตั้งวง Bon Jovi

          Smokey Joe’s Caf? (ความยาว 1.42 ช.ม.)
40 เพลงของ Jerry Leiber และ Mike Stoller ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล โทนี่ อวอร์ด ซึ่งเป็น ซาวนด์แทรคชั้นนำที่ติดหูชาวอเมริกัน ได้ถูกร้อยเรียงมาขับร้องแบบ Non Stop ไปกับการแสดง ที่จะทำให้คุณได้เพลิดเพลินตลอดเวลาที่ได้ชม

          Dr.Jekyll & Ms.Hyde : THE MUSICAL (ความยาว 2.13 ช.ม.)
นำเรื่องราวคลาสสิกมาตีความใหม่เรื่องมหากาพย์การต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่ว รังสรรค์เพลงโดยนักแต่งเพลงสะเทือนใจ Frank Wildhorn และนักเขียน / นักแต่งเพลง Leslie Bricusse คู่กับ David Hasselhoff (เจ้าของผลงาน Knight Rider, Baywatch) ทำให้ละครของเขาเปิดตัวในบทคู่

          ซึ่งผลิตโดย Cameron Mackintosh นักสร้างละครเวทีชื่อก้องโลก เดวิด ฮัสเซลฮอฟ เป็นที่ทุกคนๆ รู้จัก จาก ผลงาน Baywatch กับเป็นพิธีกร America Got Talent ที่ฉายใน True Visions และเพลงติดหูอย่าง This is the moment

          Putting It Together (ความยาว 1.36 ช.ม.)
          ได้รับรางวัลนักแต่งเพลงยอดเยี่ยม โดย Stephen Sondheim ซึ่งเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน ฉุนเฉียวและซับซ้อน Putting it Together เป็นละครเพลงที่แสดงบนบรอดเวย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์

          ใครสนใจ ก็เดินไปที่เมเจอร์ พารากอน เพราะเขาจะมีแค่รอบเดียวคือ 20.00 น. ทานข้าวไปก็ดีนะครับ เพราะคนไม่ทานไวน์ ไม่กินอะไรไป อาจจะง่วงหลับเพราะไวน์ แต่สำหรับเซียนไวน์ เขามีภูมิคุ้มกันอยู่แล้วจากความเคยชิน ไวน์เป็นแก้วๆ ไม่น่ากลัว กินแล้วไม่ติด

          ไวน์ที่ติดและเลิกยาก มีอยู่สองแก้ว
.......................................
(หมายเหตุ Dr. Jekyll & Ms. Hydeหนังคลาสสิกใน Broadway Week : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)