บันเทิง

โลกเปลี่ยนไปดนตรีไทยก็เปลี่ยนแปลง4

โลกเปลี่ยนไปดนตรีไทยก็เปลี่ยนแปลง4

14 มิ.ย. 2555

โลกเปลี่ยนไป ดนตรีไทยก็เปลี่ยนแปลง 4 : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน

          ในน้ำมีปลาในนามีข้าว แผ่นดินของเราอุดมสมบูรณ์ฯ นี่คือเนื้อร้องเพลงของ หลวงวิจิตรวาทการ ซึ่งท่านได้แต่งเอาไว้และในภายหลังก็กลายเป็นสำนวนไทยยุคหนึ่งในอดีตของบ้านเราที่เปรียบเทียบว่าบ้านเมืองเรามีความอุดมสมบูรณ์ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริงและในสมัยที่ผมยังเป็นเด็กนั้น ติดตามคุณพ่อผมไปงานปี่พาทย์ตามชานเมืองกรุง และต่างจังหวัด ผมได้เห็นชีวิตของชาวบ้านนั้นมีการดำรงชีวิตกันอย่างเรียบง่ายสุขสบายไม่วุ่นวาย ตามลำคลองต่างๆ จะมีชาวบ้านหาปลาไปทำอาหารเหวี่ยงแหไปโครมเดียวก็จะได้ปลาแทบจะกลับบ้านได้ทันที แถมผักบุ้งผักกระเฉดที่ลอยอยู่ข้างฝั่งก็สามารถเด็ดขึ้นมาล้างกินได้ทันที ส่วนพริกขี้หนู โหระพา ตะไคร้ ใบมะกูด ก็ปลูกอยู่ข้างๆ บ้านแทบไม่ต้องซื้อหาอะไร นอกจากพวกข้าวสาร น้ำมันหมู หรือ เนื้อสัตว์อื่น ตามแต่ต้องการจะบริโภค ปีพ.ศ.2524 สำนักปี่พาทย์ของคุณพ่อผมย้ายไปอยู่ในสวนจำปาย่านหนองแขม มีการดำรงชีวิตที่คล้ายกันแบบนี้

          ในยุคปัจจุบันนี้โลกเปลี่ยนไป น้ำในคลองย่านชานเมืองแทบจะหาไม่ได้ว่าตรงไหนมันไม่เน่าไม่ดำ ซึ่งก็ไม่ต้องอะไรมากมายเอาแค่คลองหน้าบ้านผมตอนนี้มีปลาค่อนข้างชุกชุมก็เนื่องจากผมจะให้ลูกศิษย์นำเศษอาหารไปทิ้งเพื่อให้ปลามากินเหล่าบรรดาฝูงปลาก็เลยชอบมาแหวกว่ายอยู่ตรงหน้าบ้าน ซึ่งมองดูเผินๆ ก็คล้ายเขตอภัยทานเหมือนกันนะ แต่อย่างไรก็ตามฝูงปลาที่แหวกว่ายอยู่ในคลองหน้าบ้านของผมนั้นจะดูยังไงแล้วมันก็ไม่น่าจะเอามาบริโภคเพราะน้ำในคลองหน้าบ้านของผมมันก็จะมีสีคล้ำๆ สลับดำปิ๊ดปี๋ในบางวันมันก็เลยทำให้ผมมักจะนึกถึงเพลงของหลวงวิจิตรฯ อยู่บ่อยๆ ยามเมื่อเห็นฝูงปลาแหวกว่ายอยู่ในคลองหน้าบ้านอุดมสมบูรณ์แต่กินไม่ได้ ผมเคยปลูกเครื่องครัวจำพวกพริก กะเพรา ต่างๆ รดน้ำจนชุ่ม แต่มันก็โดนแดดแผดเผาจนใบหงิกใบงอสุดท้ายก็แห้งตายไปเอง ทำให้ผมคิดว่านี่แหละความเปลี่ยนแปลงของโลกนั้นได้เปลี่ยนแปลงธรรมชาติไปมากการดำรงชีวิตของคนชานเมือง แบบผมมันไม่สามารถจะฝืนธรรมชาติไปได้ วิธีที่ดีที่สุดก็ คือหาสตางค์เอามาซื้อปลาและเครื่องครัวมาทำกิน ซึ่งผมก็ยังดำรงชีวิตในลักษณะของสำนักปี่พาทย์อยู่ ยังต้องหุงหาอาหารกินกันเองอาจจะเป็นที่ความเคยชินที่ไม่นิยมจะซื้อกับข้าวสำเร็จมาบริโภค เพราะเนื่องจากมีคนอยู่กันมากมายหลายชีวิต และมันจึงทำให้ผมคิดว่า มีเงินเขานับเป็นน้อง มีทองเขานับเป็นพี่ นี่แหละคือคำอุปมาอุปไมยของชีวิตชาวไทยในยุคนี้อย่างแท้จริงครับ

          นักดนตรีไทยในยุคนี้ก็คงต้องทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องกันไปกับคำว่าดนตรีไทยที่แตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงหรือจะเรียกว่าคนละสังคมก็ว่าได้ คนที่สำเร็จปริญญาหรือมีวุฒิทางการศึกษาส่วนใหญ่ก็จะไปอยู่ตามสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานราชการซึ่งจะหาได้มากมายในยุคนี้แต่ถ้าย้อนไปเมื่อประมาณ 40 กว่าปีที่แล้วจะหาได้น้อยมากในหมู่นักดนตรีไทยที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี เนื่องจากการจัดการเรียนการสอนวิชาดนตรีไทยตามสถาบันต่างในระดับปริญญาในยุคก่อนนั้นยังมีน้อยมาก ซึ่งต่างกับปัจจุบันนี้ที่เกิดขึ้นมาราวกับร้านสะดวกซื้อและก็ต้องถือว่าเป็นโชคดีของนักดนตรีไทยในยุคนี้ แต่ก็ยังมีนักดนตรีไทยในยุคนี้อีกหลายคนที่ไม่ได้จบปริญญา แต่ก็สามารถโลดแล่นอยู่ตามหน่วยงานของรัฐแถมยังรับจ๊อบงานพิเศษนอกเวลาได้อย่างมีอันจะกิน เลี้ยงครอบครัวได้แบบสบายๆ แต่ทั้งนี้ที่ได้มาก็เพราะคำว่าฝีมือที่ต้องเก่งจริงประกอบกับโชควาสนาของเขานั่นด้วยแหละครับ แต่ก็ยังมีนักดนตรีไทยในลักษณะเดียวกันอีกมากที่ไม่ได้ทำงานประจำแต่ก็สามารถเลี้ยงชีพตัวเองไปด้วยฝีไม้ลายมือและวิชาความรู้ความสามารถในเรื่องดนตรีไทยยกตัวอย่างง่ายๆ กับคำว่าปี่พาทย์ลิเก

          สมัยก่อน ปี่พาทย์ลิเกหรือระนาดลิเก มักจะถูกเหยียดหยามจากปี่พาทย์ทั่วไปที่ไม่ได้รับจ้างตีลิเก ว่ามีชั้นที่ต่ำกว่า แม้แต่วิธีการตีระนาดบางชนิดก็ยังโดนครูสมัยก่อนพูดกล่าวเสียดสีว่า เฮ้ย! นี่มึงตีเป็นระนาดลิเกเลยนะ แต่ในปัจจุบันนี้ผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงของโลกทำให้นักปี่พาทย์ทั่วไปในยุคนี้ก็ไม่ค่อยจะมีงานแสดง ประกอบกับทุกคนก็ยังอยู่ในอำนาจของเงินตรา จึงทำให้นักปี่พาทย์ทั่วไปจำนวนไม่น้อยต่างก็อพยพขึ้นไปตีปี่พาทย์บนโรงลิเกกันเป็นทิวแถว แยกกันไม่ออกเหมือนสมัยก่อนแล้วว่าใครเป็นปี่พาทย์ทั่วไปหรือปี่พาทย์ลิเกแท้ๆ ซึ่งสืบเนื่องจากในปัจจุบันนี้ยังมีคณะลิเกที่มืชื่อเสียงอยู่หลายคณะที่ยังมีงานแสดงอยู่มาก และพอที่จะเกื้อกูลให้บรรดานักปี่พาทย์ทั่วไปขึ้นไปทำมาหากินเลี้ยงปากท้องบนเวที โดยไม่ได้แบ่งแยกชื่อชั้นเหมือนกับในสมัยก่อน ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีแต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่าลิเกทุกคณะยังคงอยู่รอดปลอดภัยจากการเปลี่ยนแปลงของโลกยังมีหลายคณะที่แม่ช้อยมาช่วยเก็บฉากไปแล้วเหมือนกันนะครับ

          ยังมีนักดนตรีไทยที่จัดเป็น กลุ่มแนวธุรกิจดนตรี ซึ่งก็เป็นการหาเลี้ยงปากท้องที่เปลี่ยนแปลงไปตามโลกของเราซึ่งก็จะหาไม่ได้ในยุคสมัยก่อน แต่ว่าเนื้อที่หมดอีกแล้วเอาไว้พบกันในฉบับวันที่ 28 เดือนนี้นะครับ สวัสดีครับ
........................................
(หมายเหตุ โลกเปลี่ยนไป ดนตรีไทยก็เปลี่ยนแปลง 4 : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน)