
ยูโรฟรีไม่มีในโลก
ยูโรฟรีไม่มีในโลก : คอลัมน์ เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว
ถึงเทศกาลลูกหนัง ”ยูโร” อีกคราแล้ว ตรวจตราดูลูกหลานหรือคนในบ้านให้ดีว่า มีพฤติกรรมใช้เงินเพิ่มขึ้นหรือลดลงมากกว่าปกติหรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่า กีฬาในบ้านเรามันผูกรวมกับเรื่องการพนันไปเสียแล้ว น่าห่วงอนาคตเยาวชนของชาติเสียจริงๆ
เรื่องลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลที่จีเอ็มเอ็มไปซื้อลิขสิทธิ์มา และมีปัญหากับจานทรูวิชั่นส์ หรือจานดาวเทียมอื่นๆ จนเกิดปรากฏการณ์ ”จอดำ” นั้น เราคงได้ทราบเหตุผลที่มาที่ไปกันจากหลายสื่อ หลากมุมมองกันไปแล้ว
วันนี้อยากจะเสนอมุมของผู้สื่อข่าวกีฬา สมภพ จันทร์ฟัก จากกรมประชาสัมพันธ์ คนสุโขทัยรุ่นพี่จังหวัดและพี่คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เดียวกันกับ แคน เดอะสตาร์ นั่นแหละ แต่ความหล่อเหลาจะเทียบเท่าสูสีอย่างไร ไปหาดูเทียบกันเอง
พี่แมว สมภพ เล่าให้น้องๆ คณะฟังและอนุญาตให้มาบอกต่อดังนี้
“ในฐานะ เคยมีประสบการณ์ที่เคยเกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์กีฬาระหว่างประเทศ เพราะเคยเข้าไปคลุกคลีมาเป็นสิบปี ในอดีตเรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดกีฬาเป็นเรื่องที่เราละเลยมานาน ซึ่งเมืองไทยถือว่าเป็นประเทศที่โชคดีที่สุดในทวีปเอเชียหรือว่าในโลกก็ไม่ผิดนัก ที่แทบไม่เคยจ่ายเงินเพิ่มเพื่อดูการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศเลย ในขณะที่คนดูประเทศอื่นๆ ต้องจ่ายเงินเพิ่มในเกือบทุกรายการทั้งเอเชี่ยนเกมส์และโอลิมปิกเกมส์ โดยคณะกรรมการฝ่ายการตลาดของคณะกรรมการโอลิมปิกสากลก็ได้ขายทั่วโลก และประเทศไทยก็เข้าไปซื้อผ่านสหภาพโทรทัศน์ของทวีปเอเชีย ABU Asia roadcasting Union
ในการซื้อลิขสิทธิ์กีฬาแต่ละครั้งจะมีข้อกำหนดชัดเจนเลยว่า ผู้ได้รับลิขสิทธิ์จะทำอะไรได้บ้าง เช่น โอลิมปิกเขาจะระบุว่า ไปทำข่าวได้ แต่จำกัดจำนวนนักข่าว อนุญาตให้มีการแพร่ภาพในระบบฟรีทีวี เท่านั้น หากจะมีการเผยแพร่ทางเคเบิลทีวีให้คนซื้อไปตกลงแบ่งเค้กกันแล้วแจ้งให้ทราบ และมีการห้ามถ่ายทอดสดทางอินเทอร์เน็ต และอื่นๆ อีกมากมาย
มาถึง ฟุตบอลยูโรที่ยังวุ่นวายกันอยู่ขณะนี้ หากประมวลดูแล้ว พบว่า จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ซื้อลิขสิทธิ์มาแบบยกเข่ง และเฉพาะเผยแพร่ในประเทศไทยเท่านั้น ทั้งฟรีทีวี เคเบิลทีวีและอินเทอร์เน็ต ดังนั้น แกรมมี่จึงหาพันธมิตรซึ่งก็ได้ช่อง3 ถ้าใครจะเข้ามาร่วมด้วยก็ต้องมีการเจรจาและต้องได้รับอนุญาตก่อน มันก็เท่านั้น ส่วนจะต้องจ่ายกันเท่าไหร่ แบ่งเงินแบ่งทอง เป็นค่าโฆษณาหรืออะไรอีกร้อยแปดพันประการก็ไปว่ากัน มันก็เท่านี้ก็อยู่ที่ใครเขี้ยวกว่ากัน เท่านั้นจริงๆ
สำหรับรายการกีฬาเช่นนี้ ถ้าเป็นที่สิงคโปร์ ที่เขาจะดูช่องต่างหากที่เรียกว่า pay-per-view (บริการที่ต้องเสียค่าชมหรือฟังรายการแต่ละรายการ) คือ ถ้าจะดูฟุตบอลยูโรได้ ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ว่ากันไปเป็นแพ็กเกจ นี่แหละครับ ที่เรียกว่า sport marketing management ในโลกปัจจุบัน คนที่เรียนหรือทำงานสายงานสื่อสารมวลชน ต้องศึกษาเพราะนับแต่นี้ไปของฟรีไม่มีในโลก”
สิ่งที่คุณแมว สมภพ จันทร์ฟัก เล่ามา ที่จริงมันก็เหมือนกับการถ่ายทอดนางงามระดับโลกต่างๆ หรือเรื่องลิขสิทธิ์ทางดนตรี การเก็บเงินค่าเปิดเพลง ที่ประเทศเจริญๆ เขาทำมานานแล้ว แต่ไทยเราเพิ่งเริ่มกัน จึงมีปัญหาวุ่นวาย สิ่งนี้จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายให้จีเอ็มเอ็มแกรมมี่หรือบริษัทอื่นๆ ในอนาคต ต้องให้ความรู้กับผู้บริโภครุ่นใหม่ให้ได้ทราบกันอย่างชัดเจนว่า “ของฟรี ไม่มีในโลก”
.......................................
(หมายเหตุ ยูโรฟรีไม่มีในโลก : คอลัมน์ เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว)



