
'เป็นอยู่คือ'แบบ Personal Life
'เป็นอยู่คือ'แบบ Personal Life : คอลัมน์ Eat Play Life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
หลังจากฮอลแลนด์ทีมโปรด “พลิกแพ้” โคนมไทยเดนมาร์กไป 0-1 ในนัดแรก ผมค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงของเช้าวันต่อมาเพื่อจะเขียน eat play life ส่งนสพ. "คม ชัด ลึก” ผมท่องเว็บไปหลายๆ หมวด แล้วไปสะดุดกับเว็บโฆษณาของ Tune Hotel ที่มีแคมเปญชวนไปพัก "คฤหาสน์สุดหรู” สไตล์ exotic ในมาเลเซียด้วยราคาถูกๆ ไม่กี่ร้อยบาทครับ, ในยุคของการทำการตลาดกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ อะไรที่ไม่เคยเป็นไปได้ ก็เป็นไปแล้ว และอะไรที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้นั้น ตอนนี้มันทำได้ทุกอย่าง เพราะเราอยู่ในยุคของสิ่งที่เรียกว่า personal life
ความหมายของคำนี้ ให้แปลง่ายๆ ตรงกับความเข้าใจที่ไม่ต้องซับซ้อนคือ ไม่ว่าจะทำอะไร “ลูกค้า” เป็นใหญ่ที่สุด ไม่ใช่เป็นแค่ฝ่ายถูกตามคำสั่งสอนค้าขายของคนจีน “ลูกค้าเป็นใหญ่” คือ เป็นฝ่ายที่จะเลือกการบริการเพื่อจะขายสินค้า อาทิ เมื่อคุณจะไปพักโรงแรมแห่งหนึ่ง หรือบ้านพักแห่งหนึ่ง จากที่ต้องเข้าพักตามที่เขากำหนดไว้ และห้องที่เขาเลือกไว้สร้างไว้ ตอนนี้คุณสามารถระบุได้เลยว่า คุณจะพักห้องที่ไม่เอาตู้เย็น (ไว้ย) แต่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ไม่เอาห้องมีระเบียง แต่เอาห้องที่มี “กลิ่น” ของน้ำหอมพื้นบ้าน ที่อบอวลอยู่ในห้อง หรือเคสของ You Hotel ที่ล้ำหน้าไปถึงกับว่า ไม่ต้องเช็กอินเที่ยงเช็กเอาท์เที่ยง ตามแบบแผนเดิม แต่อยากจะเข้ากี่โมง ออกกี่โมง ก็ตามใจคุณ ! เช็กอินบ่ายสี่ ก็เช็กเอาท์บ่ายสี่ นับไปสิให้มันครบ 1 รอบวัน เพราะนี่คือ personal life คือชีวิตที่ “ฉันเป็นใหญ่” เราเป็นใหญ่ หรือลูกค้า “เป็นคนเลือก” จะ “กินขี้ปี้เยี่ยว” หรือ “เป็นอยู่คือ” ลูกค้าน่ะแหละเป็นคนเลือกมัน
ความสำเร็จของเทรนด์ personal life ในต่างประเทศและหลายธุรกิจ ทำให้ในประเทศไทยก็ต้องปรับตัวตามไปด้วย ไม่ใช่แค่แนวทางใหม่ แต่ต้องคิดใหม่หมดเลย แม้แต่ “บริษัททัวร์” ที่เคยขายทริปไปต่างประเทศ แล้วเป็นฝ่ายเลือกสถานที่ เลือกที่พัก เลือกร้านอาหาร ตอนนี้ก็เป็นลูกค้าหรือพวกเรา เดินไปบอกบริษัทว่า ฉันจะพักที่นั่น กินที่นี่ นั่งรถแบบนี้ ฉันจะออกกี่โมง นอนกี่โมง ตื่นกี่โมง เอาแบบนี้ๆๆๆๆๆ บริษัททัวร์ก็ไปคิดเงินมา ว่าความวุ่นวายรายละเอียดปลีกย่อย แบบนี้เป็นเงินเท่าไหร่
เรื่อง personal life ไม่ได้เกิดขึ้นธรรมดากับทุกธุรกิจบริการนะครับ แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นคนจะกินขนมปัง จะไปถึงขั้นที่ว่า ลูกค้าสามารถพูดได้ว่า “แป้งที่ใส่ไปในขนมปัง” จะต้องเป็นแป้งรุ่นนี้ แบบนี้ สีนี้ ยี่ห้อนี้ ไม่งั้นไม่กิน
คุณผู้อ่าน "คม ชัด ลึก” อาจจะคิดในใจว่า อะไรหว่า ทำไมลูกค้าสามารถ “เรื่องมาก” ได้ขนาดนี้ แต่เชื่อเถอะว่า ในหลายธุรกิจเขายอมให้ลูกค้าหรือคนจ่ายเงินเรื่องมาก เพราะมันได้เงิน และพิสูจน์แล้วว่ามันได้เงินจริง ไม่งั้นแม้แต่เทรนด์ของแบงก์หรือธนาคาร จะมาหันมาขายบริการ หันมาลงแอดพวก cooperate ad กันเยอะแยะทำไม ก็เพราะแบงก์เขารู้แล้วว่า ยุคในการขายเงินฝากและได้ “ดอกเบี้ย” สูงบ้างไม่สูงบ้างนั้น หมดไปนานแล้ว ตอนนี้เป็นยุคของแบงก์ขายบริการ เราจึงเห็นโฆษณาพวก ME banking มาจนถึงโฆษณาคอนเซ็ปต์ “ครั้งแรก” ของไทยพาณิชย์
และถ้าจะลองมองย้อนไป 3 ปี เราก็จะพบด้วยว่า ธนาคารหรือสถานบันการเงินก็ทำการลดระดับตัวเอง ลดท่าที ลดฟอร์มของตัวเอง ลงมาหาแมส หาลูกค้าชาวบ้าน ทำตัวง่ายๆ กับสังคมมากขึ้น (ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าพนักงาน วิธีการพูดจา หรือถึงขั้นทาสีตึกใหม่ เป็นสีและดีไซน์ที่น่าคบหา น่าเข้าไป ไม่ใช่น่ากลัว)
เชื่อเถอะว่า ในห้วงยามนี้ หลายธุรกิจที่ค้าขายและบริการ เขากำลัง “เปลี่ยน” อย่างเงียบๆ และอย่างเสียงดัง ที่จะให้คนซื้อ หรือคนจ่ายเงินเป็นใหญ่ การให้คนเสียเงินเป็นฝ่ายเลือกทุกอย่าง และเราเป็นฝ่ายบริการให้หมด พิสูจน์แล้วว่า มันคือเทรนด์และไลฟ์สไตล์ใหม่ของยุค urbanista
เช่นนี้แล้ว ผมจึงว่าจะไปขอนางเอกทไวไลท์แต่งงาน โดยบอกเธอว่า ถ้าแต่งกับยาจกอย่างผม น้องเบลล่าสามารถเลือกโรงแรม เลือกห้อง เลือกชุด เลือกลิปสติก เลือกสีรถ เลือกถนนที่จะไปงาน ได้หมดเลยแต่พี่จะมีเงินจ่ายอ๊ะป่าวนั้น อีกเรื่องหนึ่งนะ (ฮา)
.......................................
(หมายเหตุ 'เป็นอยู่คือ'แบบ Personal Life : คอลัมน์ Eat Play Life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



