บันเทิง

พ่อ แม่หรือเพื่อน??

พ่อ แม่หรือเพื่อน??

12 มิ.ย. 2555

พ่อ แม่หรือเพื่อน?? : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... จ๋า ยศสินี ณ นคร

          คิดว่านาทีนี้ทุกคนคงต้องได้ข่าวเรื่องหุ้นของโซเชียลเน็ตเวิร์กยักษ์ใหญ่อย่าง เฟซบุ๊ก กำลังพุ่งดิ่งลงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลายฝ่ายก็เกิดคำถามว่า มันเกิดอะไรขึ้น เพราะพี่มาร์คแกแต่งงาน (เกี่ยวไหม?) หรือเพราะโกรธที่พี่มาร์คแกไปซื้อ อินสตาแกรม(ทำอะไรก็ผิดแฮะ)? ตั้งข้อสงสัยกันไปต่างๆ นานา อย่างนี้ อย่างนู้น อย่างนั้น แถมยังมีโพลล์ต่างๆ มายืนยันอีกว่าคนเริ่มจะเบื่อ จะเอียนกับเฟซบุ๊กแล้ว !!!

          สงสัยใช่ไหมล่ะคะว่าทำไม หญิงยศว่า... หญิงยศมีคำตอบ!!!

          หลังๆ มานี้มีน้องๆ หลายๆ คนมาบ่นกันเยอะ ทั้งมาขอคำปรึกษาโดยตรงกับทั้งพวกที่ระบายความกลัดกลุ้มออกมาดังๆ ทางสเตตัส ประมาณว่า "ลาก่อนนะเฟซบุ๊ก เราคงไม่ได้เล่นอีกแล้ว เพราะแม่เพิ่งมาขอแอดเฟรนด์" หรือ "เพื่อนๆ เราขอความร่วมมือนะ อย่าแทครูปปาร์ตี้เราอีก พ่อเค้ามาให้สอนเล่นเฟซ แล้วบังคับให้รับเป็นเพื่อน! เราคงต้องเล่นน้อยลงแล้วล่ะ" โถโถ... น่าเอ็นดูนะลูกนะ สำหรับเราแล้วอาจจะเป็นเรื่องเล็ก แต่เชื่อไหมคะว่า สำหรับเด็กบางคนแล้ว โลกทั้งโลกเหมือนกำลังถล่มลงตรงหน้าเลยทีเดียว
น้องๆ หลายคนก็เกิดคำถามว่า แล้วพวกเราจะทำตัวอย่างไรดีเมื่อคุณพ่อคุณแม่มาขอแอดเป็นเพื่อน หรือมาฟอลโลทวิตเตอร์เรา หรือมากดไลค์รูปเราสม่ำเสมอในอินสตาแกรม (ไม่น่าจะไลค์จริงหรอก น่าจะบอกเป็นนัยๆ ว่าแม่รู้นะ มากกว่า) กรณีนี้เรียกว่าเห็นใจทั้งสองฝ่ายนะคะ ทางคุณลูกก็คงอยากจะขอมีพื้นที่ส่วนตัวไว้เปรี้ยว ไว้รั่ว ไว้เกรียนกับเพื่อนๆ บ้าง ส่วนบรรดาคุณพ่อคุณแม่เองก็จนใจ เพราะเวลาเจอหน้าลูก ลูกก็ไม่ค่อยมองหน้า เอาแต่ก้มหน้าก้มตากด กด กด กดโทรศัพท์มือถือประหนึ่งว่ากำลังพิทักษ์โลก ปลีกตัวออกมาไม่ได้จริงๆ แล้วจะทำยังไงดี ปัญหานี้ท่าทางจะโลกแตกไม่แพ้กับโลกร้อน!!!

          คำตอบนั้นพูดง่ายแต่ทำยากค่ะ นั่นก็คือ ต้องหาตรงกลางระหว่างกันให้เจอ และแต่ละครอบครัวก็ย่อมมีตรงกลางที่ต่างกันอย่างแน่นอน แต่ทางเดียวที่จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาระหว่างเราได้ก็คือ การเปิดอกพูดคุยกันค่ะ คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องยอมรับว่านี่คือพื้นที่ส่วนตัวของเด็กๆ เราแอบมองพวกเขาได้ แต่อย่าใช้เป็นเครื่องมือจับผิด การเป็นพ่อแม่นั้นเรามีอำนาจเหนือพวกเขาอยู่แล้วคะ และการที่พวกเขายอมกดรับพวกท่านเป็นเพื่อนในพื้นที่ส่วนตัวนั้น ท่านต้องให้เครดิตลูกท่านด้วยว่าพวกเขา "กล้า" และ "ยอม" ที่จะเปิดรับพวกท่านเข้าไป แม้ว่านั่นจะแปลว่าพวกเขาต้องยอมอึดอัดบ้าง สูญเสียอิสระในการโพสต์สิ่งต่างๆ ไปบ้าง เพราะในความคิดของเด็กๆ แล้ว ยังงั้ย ยังไงพ่อแม่ก็ไม่มีทางเป็น "เพื่อน" ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าครอบครัวท่านจะสนิทสนมกันแค่ไหนก็ตาม
ส่วนเด็กๆ ยอมรับก่อนนะคะว่า โลกของโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้นมันล้ำลึกและน่ากลัวกว่าที่พวกเราคิดและคาดการณ์ได้ สิ่งที่ทำให้พวกเราอึดอัดและไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เห็นนั้นคืออะไร ถ้าเป็นเพียงแค่การพูดจาหยาบคายกับเพื่อนนิดๆ หน่อยๆ ตามประสาเพื่อนฝูงหรือรูปปาร์ตี้กับเพื่อนนิดๆ หน่อยๆ นั้น น่าจะเป็นเรื่องที่เราพอจะต่อรองกับคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองได้ แต่หากเราหงุดหงิดหรือรำคาญใจเพียงเพราะต่อไปนี้เราจะไม่สามารถโพสต์รูปเซ็กซี่ บีบร่องหน้าอก ซดเหล้าเป็นขวด อวดเรือนร่างมากจนเกินงามได้ พี่หญิงยศอยากให้น้องๆ ลองหยุดคิดก่อนสักนิดก่อนที่จะไปงอแงว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจว่า ไอ้สิ่งที่เราต้องการนั้นมันสมควรหรือไม่ บางทีความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นจนเราไม่อยากให้พ่อแม่มารับรู้นั้น มันอาจจะมาจากความผิดจริงๆ ก็ได้ แต่เป็นความผิดที่จะทำให้เราดูเท่ เก๋ เลิศในหมู่คนที่เห็นผิดด้วยกัน เชื่อเถอะค่ะว่า สิ่งเหล่านั้นมันไม่ได้ทำให้เราดูดีขึ้นมาเลย และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ของคุณเกิดอยากจะแอดคุณเป็นเพื่อนขึ้นมาก็ได้นะคะ
 
          ส่วนครอบครัวที่ไม่อยากจะยอมรับแอดกันเป็นเพื่อนนั้น ลองคุยกันสิคะว่า เวลาที่ครอบครัวได้อยู่ด้วยกันนั้น เด็กๆ เราอยู่กับโทรศัพท์มากไปหรือเปล่า?? ลองเงยหน้ามาเปิดอกพูดคุยกันให้มากขึ้นอีกนิด เพื่อที่คุณพ่อคุณแม่ของเราจะได้ไม่ต้องตามมาคุยกับเราในเฟซบุ๊กแทน
 
          ตกลงกันให้เรียบร้อยนะคะ อย่าถึงกับต้องหยุด ต้องเลิกเล่นเฟซบุ๊กไปเลย สงสารพี่มาร์คแกเถอะนะ...
.......................................
(หมายเหตุ พ่อ แม่หรือเพื่อน?? : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... จ๋า ยศสินี ณ นคร)