บันเทิง

วัฒนธรรมไทย

วัฒนธรรมไทย

11 มิ.ย. 2555

วัฒนธรรมไทย : คอลัมน์พริกกะเกลือ : โดย...นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ [email protected] https://www.facebook.com/NithinandY

                    ข่าวน่าสนใจข่าวหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ในแวดวงผู้เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทย คือข่าวโยกย้ายคุณลัดดา ตั้งสุภาชัย ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ไปเป็นนักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ ระดับ 9  ดูแลงานนโยบายและแผนด้านภาคใต้ โดยเฉพาะสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และดูแลงานด้านเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมในภาคใต้ด้วย

                    เรื่องนี้เป็นข่าวดีของศิลปินไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนทำหนังที่เคยเจอวาทะเด็ดของคุณลัดดามาแล้วหลายรอบ เช่น ให้สัมภาษณ์แก่สื่อต่างประเทศว่า "นักดูหนังชาวไทยไร้การศึกษา พวกเขาไม่ใช่ปัญญาชน จึงเป็นเหตุผลที่ไทยต้องมีระบบเรตติ้ง" และ "ไม่มีใครอยากไปดูหนังของอภิชาติพงศ์หรอก คนไทยอยากดูหนังตลก พวกเราชอบเสียงหัวเราะ"

                    เมื่อไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับคุณลัดดาอีกแล้ว (อย่างน้อยก็ระยะหนึ่ง) ศิลปินไทยหลายคนจึงยิ้มกว้างอย่างเบิกบานใจ

                    ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้จึงไม่ใช่กลุ่มคนทำหนัง แต่เป็นชาวใต้ โดยเฉพาะในสามจังหวัดชายแดน ที่เราหวังว่า คุณลัดดาจะไม่ไปบังคับใจคนพื้นที่ให้ทำตามวัฒนธรรมราชการในขนบ

                    ความจริง คำว่า "วัฒนธรรมไทย" เป็นเรื่อง "มั่ว" ไม่น้อยในความรับรู้ของคนทั่วไป เพราะลองถามกันจริงๆ ว่าอะไรคือ วัฒนธรรมไทย หลายคนจะทำหน้างงๆ นึกไม่ออก และพอตั้งสติได้ ก็อาจจะหลุดปากว่า ไหว้ หรือ รำ (ซึ่งมีรากมาจากแขก) จากนั้นก็อาจไปต่อเรื่อง อาหาร (ซึ่งพัฒนามาจากหลายชาติ หลายเผ่าพันธุ์) ความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน (แต่พร้อมจะกล่าววจีทุจริตและทำร้ายร่างกายคนที่เราไม่ชอบ)

                    ที่สำคัญคือ บ่อยครั้ง วัฒนธรรมไทยที่เราเชื่อกันว่า ก่อกำเนิดมายาวนานคู่บ้านคู่เมือง ก็เป็นวัฒนธรรมที่เพิ่งสร้าง มิได้เคยอยู่คู่กับชีวิตของประชาชนมาก่อน หรือบางครั้งเพิ่งสร้างในยุคหนึ่ง และมีคำสั่งยกเลิกไปแล้ว แต่ปัจจุบันเอากลับมาใช้ใหม่ และบอกว่า มันเป็นวัฒนธรรมไทยที่พึงปฏิบัติ เช่น วัฒนธรรมการหมอบ คลาน ซึ่งรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิก

                    เหตุผลที่รัชกาลที่ 5 รับสั่งไว้ก็คือ "บางทีท่านผู้ที่มีบรรดาศักดิ์ ซึ่งชอบธรรมเนียมที่หมอบคลานกราบไหว้แต่เดิม เห็นว่าดีนั้น จะมีความสงสัยสนเท่ห์ว่า การที่เปลี่ยนธรรมเนียมหมอบคลาน ให้ยืนให้เดิน จะเป็นการเจริญแก่บ้านเมืองด้วยเหตุไร ก็ให้พึงรู้ว่า การที่เปลี่ยนธรรมเนียมใหม่ เลิกหมอบคลาน ให้ยืนให้เดินนั้น เพราะจะให้เห็นเป็นแน่ว่า จะไม่มีการกดขี่แก่กัน ในการที่ไม่เป็นยุติธรรมต่อไป เมืองใดประเทศใด ผู้ที่เป็นใหญ่ มิได้ทำการกดขี่แก่ผู้น้อย เมืองนั้น ประเทศนั้น ก็คงมีความเจริญเป็นแน่"

                    ทุกวันนี้ ผู้ใหญ่ไทยหลายคน ยังแสดงอาการชื่นชอบเด็กไทยที่หมอบคลานเข้าหาครูหรือผู้มีอำนาจเพื่อขอความช่วยเหลือจากการที่พวกเขาถูกข่มเหงรังแก

                    ไม่กี่ปีก่อน ลูกสาวเพื่อนคนหนึ่งที่เรียนในโรงเรียนสตรีล้วนแห่งหนึ่งของรัฐบาล ไม่ยอมไว้ผมบ๊อบเท่าติ่งหู แต่ต้องการซอยผมสั้นกุด ซึ่งไม่ใช่เพราะเธอ "แรด" ตามที่อาจารย์แปะป้ายให้เธอ แต่เพราะเธอเป็น "ทอม" ไม่ต้องการแต่งตัวเป็นผู้หญิง

                    เธอถูกตัดสิทธิ์สอบ และเธอถูกบังคับให้คลานเข่าเข้าไปขอโทษคณาจารย์ที่บังอาจซอยผม และบังอาจเป็น? "ทอม"

                    เป็นภาพทำนองเดียวกับภาพเด็กๆ ซึ่งก้มกราบบรรดาผู้มีบารมี เพื่อขอที่เรียนหนังสือเมื่อไม่นานมานี้ และทำนองเดียวกับอีกหลายๆ ภาพที่เห็นกันชินตาในสังคมไทย

                    ความอ่อนน้อมถ่อมตนเชื่อฟังผู้ใหญ่อย่างที่สุด ซึ่งเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมไทยที่คนไทยจำนวนมากภูมิใจนี้ ด้านหนึ่งก็ทำให้คนไทยกลายเป็นคนเซื่องซึม ขี้ขลาด ไม่กล้าตั้งคำถาม ไม่กล้าคิด ส่วนผู้น้อยที่กล้าคิด บ่อยครั้งแรงต้านก็ทำให้กระโดดออกจากกรอบไปสุดทางอีกขั้ว กลายเป็นตั้งคำถามด้วยท่าทีก้าวร้าว สู้รบ

                    ไม่ค่อยมีความพอดีให้เห็น

                    น่าสนใจว่า คนไทยวันนี้พอใจกับวัฒนธรรมไทยๆ แบบไม่ถาม ไม่คิด เพราะทุกอย่างที่เราเชื่อว่าเป็นแบบไทยๆ ดีเลิศแล้ว จึงต้องด่า/ทำร้าย/กำจัด คนถามและคนคิดต่างจริงๆ หรือ? นั่นเป็นเพราะความหวาดกลัวว่าโลกที่คุ้นชินจะเปลี่ยนไป จึงพร้อมจะฆ่าคนอื่นที่นำเสนอความเปลี่ยนแปลงทันที โดยไม่ต้องพิจารณาว่าข้อเสนอคืออะไร ความเปลี่ยนแปลงมีประโยชน์หรือไม่ อย่างไร หรือ เป็นเพราะเหตุผลอื่น?

                     ความจริงถ้าหัดสงสัยและตั้งคำถาม เราจะพบความคลุมเครือน่าสงสัยมากมายในสิ่งที่หลายคนเรียกว่า วัฒนธรรมไทย และการรักษามันเอาไว้ ซึ่งรวมถึงสิ่งที่คุณลัดดาอ้างถึงด้วย เช่น จริงหรือไม่ว่าคนไทยไม่ใช่ปัญญาชน ถ้าจริง เป็นเพราะอะไร และเราควรจะยินดีกับสถานการณ์นี้ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร นอกจากควบคุมดูแลประชาชนโง่ๆ ต่อไปหรือ และ เช่น สมองคนไทยรับได้แต่เรื่องตลกกับเสียงหัวเราะหรือ  คิดมากกว่านั้นไม่เป็นจริงหรือ?

                    ประเด็นวัฒนธรรมไทย และ "แบบไทยๆ" มีเรื่องให้สนทนาเยอะ จึงขออนุญาตทิ้งคำถามไว้เป็นระยะๆ เพื่อความเพลิดเพลินทางปัญญาของท่านผู้อ่าน

........................................
(วัฒนธรรมไทย : คอลัมน์พริกกะเกลือ : โดย...นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ [email protected] https://www.facebook.com/NithinandY)