
เอเอฟ9ยังขายลูกเล่น
เอเอฟ9ยังขายลูกเล่น : คอลัมน์ มายาวิชั่น โดย... เทพิตา
จบการค้นฟ้าคว้าดาว เดอะ สตาร์ 8 ปุ๊บ! การตามหานักล่าฝันในเรียลิตี้ตามติดชีวิตคนมีฝัน 24 ชั่วโมง เอเอฟ 9 ทาง ทรูวิชั่นส์ ก็มาแบบทันใจ คิดสนุกๆ ถ้าสองรายการคู่แข่งออกอากาศชนกันให้รู้แล้วรู้รอดเพื่อวัดความนิยมว่าใครจะเจ๋งกว่ากันคงดีไม่เบา
เปรียบเทียบ 2 รายการคู่แข่ง ต่างคนต่างมีสไตล์ ที่ เอเอฟ ดูเหนือกว่า เดอะ สตาร์ เป็นความหลากหลายของโชว์และเพลงที่ถูกขับขาน เมื่อ เดอะ สตาร์ จำกัดแค่เพลงของแกรมมี่อย่างเดียว ความจำเจจึงมีอยู่มาก แต่เวทีเอเอฟ เพลงหลากหลายกว่า ได้ทุกค่าย ทั้งเพลงไทยและสากล จึงได้เห็นศักยภาพนักล่าฝันที่หลากหลาย อีกหนึ่งในการดูเอเอฟที่สนุกกว่าเดอะ สตาร์ คือ การที่คนดูได้ติดตามชีวิตนักล่าฝันตลอดเวลาอันนำมาซึ่งความผูกพัน การอินของคนดู ต่างจากเดอะ สตาร์ ที่เหมือนประกวดร้องเพลงทั่วไป เน้นโชว์ผู้แข่งขันอย่างเดียว
แต่สิ่งที่เดอะ สตาร์ เหนือกว่าเอเอฟ เห็นจะเป็นการผลักดัน 8 คนสุดท้ายในแต่ละปีให้เด่นดังและเจิดจรัสในวงการได้มากกว่า ผิดกับเวทีเอเอฟที่ 12 นักล่าฝันหลังออกจากบ้านมักเงียบหาย ไม่ค่อยโด่งดัง มีไม่กี่คนที่กระหึ่มทั้งๆ ที่ตอนอยู่ในบ้านเด่น และเป็นที่กรี๊ดกร๊าดของคนดู เป็นการบ้านหนักที่เวทีเอเอฟต้องขบคิด
เอเอฟ 9 มาพร้อมสโลแกน ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย 9 ให้เกินฝัน ปีนี้นอกจากกรรมการสรรหาคนเก่งทั่วประเทศจากปีที่แล้ว “ครูปุ้ม” อรวรรณ, ทาทา ยัง, “แมว” จิระศักดิ์, “ครูรัก” ศรัทธา และ “ครูเป็ด” วาเนสซ่า มีเพิ่มอีก 2 คน "ป้าแจ๋ว” ยุทธนา และ “ปู” แบล็คเฮด เรียกว่าต้องการเพิ่มภาคดนตรีให้แข็งแกร่งจึงเสริมปูเข้ามา ส่วนการดึงป้าแจ๋วเข้ามานั้น น่าจะต้องการคัดคนที่มีความถนัดด้านการแสดง เพราะต้องยอมรับว่าผู้ผ่านเวทีเอเอฟ และไปโด่งดังในวงการเป็นพวกที่ไปเล่นหนังเล่นละครเสียมาก มากกว่าการเป็นศิลปินนักร้อง
การคัดผู้สมัครจากทั่วประเทศปีนี้ถือว่าเข้มข้น มาตรฐานการเลือกก็ดีจากหลากมุมมองของกรรมการ จึงได้ผู้เข้ารอบแบบเห็นแวว แต่ใครที่ได้ดูเทปการสรรหาจากทั่วประเทศที่ฉายให้ดูทางทรูวิชั่นส์ช่อง 60 ตลอดวันตลอดคืนก่อนเข้าบ้าน คงเห็นบทบาทสาว ทาทา ยัง ที่มาร่วมรายการนี้เป็นปีที่ 2 โดยปีก่อนเธอเป็นสีสันรายการได้ดี ส่วนปีนี้เท่าที่ดูการวิจารณ์ผู้แข่งขันของเธอมีทั้งคล้อยตาม แต่บางทีก็เพลียกับความเยอะของเจ้าตัว
และหลังเฟ้นหาครบทั่วประเทศตอนนี้ก็ได้ว่าที่นักล่าฝัน 24 คน เข้าบ้านแล้วเมื่อ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่ขึ้นชื่อว่าเวทีเอเอฟไม่มีเซอร์ไพรส์หรือลูกเล่นเห็นทีจะไม่ใช่ เมื่อทั้ง 24 คน ไม่ใช่ตัวจริงเมื่อต้องแข่งขันเพื่อคัดให้เหลือ 12 คนตัวจริงในที่สุด แปลว่าต้องมีคนเดินออกจากบ้าน 12 คน การแข่งขันจริงๆ ถึงจะเดินทางมาถึง
การเฟ้นจาก 24 คนให้เหลือ 12 คน ก็เพิ่มลูกเล่นโดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 6 คน แล้วแบ่งกรรมการให้เป็นเทรนเนอร์แต่ละกลุ่ม กลุ่มละ 2 คน และทั้ง 2 คนจะเป็นผู้คัดคนออกสัปดาห์ละคนจากโจทย์เพลงที่ได้รับและแสดงคอนเสิร์ตในบ้าน รวม 3 สัปดาห์ โดยรวมกลุ่มละ 3 คน เป็น 12 คน ส่วน 12 คนที่เหลือจะเป็นนักล่าฝันตัวจริงที่ต้องต่อสู้ต่อเพื่อตำแหน่งสุดยอดนักล่าฝันที่รออยู่ ถามว่าการคัดแบบนี้ใหม่ในเวทีเอเอฟหรือไม่ คำตอบคือ ใหม่ แต่ไม่ได้ใหม่ในรายการประกวดร้องเพลงเมื่อมีเค้าลางและกลิ่นของรายการประกวดร้องเพลง เดอะ วอยซ์ อยู่มาก ไม่แปลกที่เสียงตามมาจะค่อนขอดว่าไม่ได้แปลกใหม่ แต่ไปหยิบของชาวบ้านเขามา
การคัดเลือกให้เหลือนักล่าฝันตัวจริง 12 คน ปีนี้ที่ใช้กรรมการตัดสินเป็นเรื่องดี เมื่อจะวัดด้วยเรื่องคุณภาพและฝีมือจริงๆ ไม่โดนครหาว่างกเงินโหวตอย่างเดียว อย่างปีก่อนที่คัด 24 คนให้เหลือ 12 ด้วยคะแนนโหวต เราจึงได้เห็นนักล่าฝันมีฝีมือและคุณภาพต้องเดินออกจากบ้านไปเมื่อแพ้เรื่องเงินโหวต ไม่ได้แพ้ฝีมือ
ต้องตามดูต่อว่า เมื่อได้นักล่าฝันตัวจริง 12 คนแล้ว เอเอฟ 9 จะมีเซอร์ไพรส์อะไรให้เราติดตามอีก ต้องมีแน่เมื่อเป็นจุดเด่นรายการที่ทำให้คนดูได้ลุ้นทุกปี รวมถึงต้องจับตาว่าพิธีกรปีนี้เมื่อคอนเสิร์ตเป็นทางการมาถึงจะเป็นใคร ระหว่างคนเก่าที่ถือเป็นโลโก้รายการ “อาต้อย” เศรษฐา ศิระฉายา ที่ปีนี้ไม่ปรากฏตัว โดยมีเด็กแนว “เปอร์” สุวิกรม อัมระนันทน์ รับหน้าที่แทน หรือจะได้เห็นทั้ง 2 คนอยู่บนเวทีเดียวกัน เป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดาอยู่ไม่น้อย
.............................
(หมายเหตุ เอเอฟ9ยังขายลูกเล่น : คอลัมน์ มายาวิชั่น โดย... เทพิตา)



