
ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ!
ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ! : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร
ก่อนวันสิ้นเดือนที่แล้ว กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิเสรีภาพของประชาชน แถลงข่าวเรื่อง "โฆษณาเกินจริง" ของบรรดาผลิตภัณฑ์อาหารและยาทางทีวีอีกครั้ง
หลังจาก กสทช.แจ้งระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และเกร๊กคู ไปยังผู้ประกอบกิจการช่องดาวเทียม พร้อมทั้งส่งหนังสือถึงกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อประสานไปยัง บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมดำเนินการในเรื่องนี้ ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาใดๆ
หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ 3 ยี่ห้อก็โฆษณากันโครมครามต่อไป ราวกับคำสั่งของ กสทช.เป็นเพียงกระดาษเปล่า?
แถม "นายพล คนขอนแก่น" เจ้าของเจนิฟู้ด ยังถกกับ "ทนายประมาณ" ออกจอดาวเทียมว่า มันโฆษณาเกินจริงตรงไหน เพราะผู้บริโภคยอมรับว่า รับประทานแล้วสุขภาพดีขึ้น
มิหนำซ้ำ นายพล คนขอนแก่น ยังเดินหน้าหาผู้ทรงเกียรติ ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้รับประทานเครื่องดื่มเจนิฟู้ดมาการันตีว่า สุขภาพดีเยี่ยม
มีข้อสังเกตว่า นายพล คนขอนแก่น เลี่ยงการโฆษณาเกินจริง โดยให้ "อดีตรัฐมนตรีชาญชัย" พูดว่า ได้ซื้อมารับประทาน และจะซื้อไปฝากเพื่อนด้วย เพราะดื่มแล้วช่วยบำรุงสุขภาพ
ส่วนยี่ห้ออื่นๆ ก็โฆษณากันอึกทึก ไม่มีใครยำเกรงและบรรเลงเพลงชวนเชื่อกันสนุกสนาน โดยมีการเปิดทีวีดาวเทียมอีกสองช่อง เพื่อโฆษณาซันคลาร่า และเกร๊กคู
สุภิญญา กลางณรงค์ หนึ่งใน กสทช. จึงทวิตความเห็นผ่านทวิตเตอร์ @supinya ว่า เธอเป็นดั่งแมวไล่จับหนู และอรรถาอธิบายเพิ่มเติมว่า
- หน้าที่ กสทช.ในการแก้ปัญหาเรื่องผู้บริโภคมีผลตั้งแต่ กสทช.เข้ารับตำแหน่ง เราต้องแก้ปัญหาเลยทันที ไม่ใช่รอจนกว่าจะออกใบอนุญาตเสร็จ
- การบังคับให้ทุกคนเข้าสู่ระบบกำกับดูแลตามใบอนุญาตเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวที่ยั่งยืน ส่วนปัญหาเฉพาะเราก็ต้องแก้เท่าที่เราทำได้
- ดังนั้นอะไรก็ตามที่เผยแพร่ผ่าน broadcasting เป็นอำนาจหน้าที่ กสทช. ที่กฎหมายบังคับมาว่าต้องแก้ปัญหา ถ้าล่าช้าต้องมีเหตุผลอธิบาย
- ที่สำคัญกรณีโฆษณาเกินจริงนี้ อย.เป็นคนทำหนังสือต้นเรื่องส่งมาถึง กสทช.เอง ในฐานะหน่วยงานของรัฐด้วยกัน เราไม่อาจปฏิเสธหน้าที่ได้
- ตัวแทน กระทรวงไอซีที เป็นคนบอกกับตนเองว่า ในเงื่อนไขสัญญาสัมปทานไม่มีเรื่องผู้บริโภค เรื่องที่จะระงับสัญญาณได้ที่ผ่านมาคือความมั่งคงของรัฐ
- ถามว่าแล้วทำไม อย.ถึงประสานงานกับไทยคมเองไม่สำเร็จ คำตอบก็กลับไปจุดเดิมคืออยู่ที่นโยบายรัฐบาลด้วย กสทช.เลยต้องเข้ามาเป็นตัวกลาง
เช่นเดียวกับ ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิเสรีภาพของประชาชน ได้เตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) กับ 3 หน่วยงาน ได้แก่ อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) สคบ.(สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) และ บก.ปคบ.(กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค)
ร่วมกันตั้งคณะทำงาน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นรูปธรรม ในการแก้ปัญหาอาหารและยาโฆษณาเกินจริง
หากการแก้ไขปัญหายังไม่เป็นผล กสทช.อาจเสนอเป็น "วาระแห่งชาติ" จึงได้เตรียมนัดหารือกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องนี้แล้ว
วาระแห่งชาติอีกแล้วพี่น้องเอ๊ย...วาระของการปรึกษาหารือ การเสวนา การสัมมนาทั้งแผ่นดิน แต่ไร้ผลในทางปฏิบัติ!
.............................
(หมายเหตุ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ! : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)



