
ย้อนอดีต'สวนอีสาน'ต้นแบบเธคหมอลำกลางกรุง
ย้อนอดีต'สวนอีสาน'ต้นแบบเธคหมอลำกลางกรุง
ในขณะที่กรุงเทพฯ มีโรงเบียร์ ผับบาร์หรือแฟรนไชส์ร้านอาหารดังๆ ของต่างประเทศเข้ามามากมายตามห้างสรรพสินค้า หรือคอมมูนิตี้มอลล์ ในอีกมุมหนึ่ง ชุมชนคนอีสานในเมืองหลวง เขาก็มีสถานบันเทิงให้ได้พักผ่อนใช้ชีวิตยามราตรีเช่นกัน และสถานที่เหล่านี้กลายเป็นแหล่งโชว์มินิคอนเสิร์ตของนักร้องลูกทุ่งหมอลำในวงการด้วย
วันนี้ทีมข่าว ”คมชัดลึก” จะพาไปขุดประวัติแหล่งบันเทิงกลางกรุงของคนอีสานกันว่ามีมาอย่างไร ซึ่งเริ่มต้นราวปีพ.ศ.2500 ร้านขายอาหารอีสานจากแผงริมถนน เริ่มขึ้นห้องแถว ยุคนั้นร้านที่ได้รับความนิยมชื่อร้าน ”สีอีแลบ” ซึ่งเป็นคำผวนมาจาก”แซบอีหลี” ตั้งอยู่ย่านราชวัตร
ต่อมาในปี 2515 ร้านอาหารแนวอีสานก็พัฒนามาเป็นสวนอาหาร และสวนอาหารที่มีชื่อเสียงและเป็นจุดรวมของนักร้องหมอลำที่หมุนเวียนกันมากินอาหารและโชว์ผลงาน ในสมัยนั้น ชื่อว่าร้าน “สวนอีสาน” ซึ่งตั้งอยู่ข้างโรงแรมฟลอริด้า แยกพญาไท โดยมี ไพบูลย์ ธนณาเคนทร์ เป็นผู้ดูแล ซึ่งเจ้าตัวได้เล่าย้อนอดีตความรุ่งเรืองของบาร์อีสานยุคนั้นว่า
“ ช่วงปี 2515 สวนอาหารเกิดขึ้นหลายแห่งมาก ส่วนมากขายอาหารทั้งไทย จีนเครื่องดื่มมีนักร้อง สมัยนั้นเขาเรียกว่า ”ดาวเต้น” มาโชว์บนเวที ผมมานึกว่าในกรุงเทพฯ มีคนอีสานมาทำงานอยู่เยอะ พวกเขาชอบสนุกชอบเต้นชอบรำ เลยมาทำสวนอาหารอีสานโดยเฉพาะ เป็นแบบเปิดโล่ง มีซุ้มอาหารและเวทีการแสดงหมอลำ วงพิณแคนซอ มาโชว์สลับฟ้อนเซิ้งสลับกันให้ลูกค้าที่มากินอาหารได้ดูกัน ตอนนั้นขายดีมากลูกค้าบอกกันปากต่อปาก”
ทางด้านครูสุรินทร์ ภาคศิริ หรือ ทิดโส สุดสะแนน ครูเพลงและนักจัดรายการวิทยุย้อนความหลังถึงร้าน ”สวนอีสาน” ให้เราฟังว่า
“จำได้ว่าตอนนั้นฮือฮามากเรื่องสวนอาหารที่เป็นแนวอีสาน เด็กเสิร์ฟแต่งตัวพื้นเมืองมันเข้ากับบรรยากาศ เป็นที่นิยมของพวกข้าราชการที่เป็นคนอีสาน นักการเมือง ดาราเช่น สมัย อ่อนวงศ์, กรุง ศรีวิไล, "ไอ้แสบ" แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ แชมป์โลกขวัญใจคนไทยตอนนั้น และก็พวกนักจัดรายการวิทยุอีสานก็ไปรวมกันที่นั่น นักร้องหมอลำ ลูกทุ่งเวลาหน้าฝนก็มาร้องกันที่นี่แทบทุกคน ต่อมาประมาณปี2519 ร้าน ”สวนอีสาน” เขาย้ายมาอยู่ตรงข้ามเซ็นทรัลลาดพร้าว ในฝั่งถนนพลหลโยธิน โดยพลอากาศโท ประสิทธิ์ ธนณาเคนทร์ ลูกชายเฒ่าแก่ไพบูลย์ มารับช่วงต่อ”
ผู้บริหารตัวจริง พลอากาศโท ประสิทธิ์ ธนณาเคนทร์ เล่าถึงร้านเอาหารเก่าแก่ร้านนี้ว่า
“เราย้ายมาปรับปรุงให้มันดูทันสมัยขึ้นเปลี่ยนชื่อร้านว่า “สายชล ลูน่าไนต์คลับ” จนมาปี 2540 เศรษฐกิจตกลง ร้านอาหารก็ได้รับผลกระทบด้วย จึงหันกลับไปทำเป็นร้านสวนอีสานเหมือนเดิมโดยเปิดเวทีให้ลูกค้าขึ้นมาร้องเพลงซึ่งคุณฉวีวรรณ ตาลวิลาศ ภรรยาผมเขาเน้นอาหารอีสานตามฤดูกาลจนมาถึงทุกวันนี้ ลูกค้าก็ยังตามมาอุดหนุนกันไม่ขาด ปัจจุบันนี้ร้าน ”สวนอีสาน” ย้ายมาอยู่ตรงปากซอยวิภาวดี 12 ใกล้กับแยกสุทธิสาร เพราะที่เดิมหมดสัญญาเช่าแล้วซึ่งร้านเราก็เปิดมาครบ 40 ปีแล้ว”
ปัจจุบัน ร้านอาหารอีสานแนวเธคหรือรำวงเกิดขึ้นในหลายมุมเมือง เช่น ฝั่งปิ่นเหล่าจะมีร้าน “อีสานเถิดเทิง”ซึ่งครองตลาดอยู่ ซึ่งเป็น แต่รูปแบบการแสดงบนเวทีและการร้องเพลงนั้นเปลี่ยนไปจากเดิมคือ เน้นที่นักร้องและแดนเซอร์ชายแทบทั้งสิ้น แต่ยังมีฟลอร์ให้ลูกค้าออกไปเต้นได้เหมือนเดิม และยังมีร้าน ”อีสานตะวันแดง” ที่หันมาจับตลาดหมอลำ-เพื่อชีวิต ล่าสุดที่กำลังได้รับความนิยม คือ ผับ “ตำนานอีสาน” ถนนเจริญราษฎร์ ซึ่งระดมนักดนตรีฝีมือจากวงลูกทุ่งหมอลำไปรวมกัน มีเพลงทั้งสตริงลูกทุ่งแต่เน้นเพลงหมอลำมากกว่าครึ่งพร้อมแดนเซอร์หญิงชายแบบวงดนตรีหมอลำ โดยไม่มีฟลอร์ให้เต้น ลูกค้าสามารถเต้นที่โต๊ะได้เลย ซึ่งก็ยังมีนักร้องแวะเวียนไปสร้างความสุขให้หมู่เฮาได้ม่วนกันเหมือนเดิม



