
สองหนุ่ม'ตุ้ย-ตี๋'สองความต่างที่ลงตัว
สองหนุ่ม'ตุ้ย-ตี๋'สองความต่างที่ลงตัว
เขาว่ากันว่าคนเราเหมือนกันมากก็ไม่ดี ต่างกันมากก็ไม่ดี แต่การหาตรงกลางของทั้งสองอย่างเพื่อให้เกิดความลงตัวเป็นเรื่องที่ยากกว่า ปัจจุบันวงการดนตรีได้เดินหน้าและก้าวไปสู่โลกในยุคที่ทันสมัยมากขึ้น การตอบสนองความต้องการของคนฟังเพลงเป็นโจทย์แรกที่คนทำเพลงคิดถึง และตอนนี้ค่าย "ทรู แฟนเทเชีย" ตีโจทย์นี้ในมุมมองใหม่ด้วยการทำอัลบั้มให้แก่สองหนุ่มที่เรียกว่ามีแฟนคลับที่คอยติดตามพวกเหนี่ยวแน่นอย่าง "ตุ้ย-เกียรติกมล ล่าทา" และ "ตี๋-วิวิศน์ บวรกีรติขจร" ซึ่งทาง "ทรูฯ" เรียกอัลบั้มนี้ว่าเป็นโปรเจกท์อัลบั้มพิเศษ "โอเอสที : ออริจินัล ซาวนด์ ออฟ ตุ้ย / ตี๋ (OST : The Original Sound of Tui/ Tee)" กับการจับคู่ของสองหนุ่มที่จะบอกว่าเหมือนกันก็ไม่เชิง จะบอกว่าต่างกันก็คงไม่ใช่
ซึ่ง "ตุ้ย เอเอฟ3" ได้บอกถึงการทำงานเพลงในโปรเจกท์นี้ว่า เขาเองมองว่าโปรเจกท์นี้ คือการอัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มเต็มชุดที่สองของเขา หลังจากที่เคยทำอัลบั้มเต็มมาครั้งหนึ่ง เมื่อตอนช่วงที่ออกจากบ้านเอเอฟเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเองมีงานเพลงออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นในรูปแบบของซิงเกิ้ลที่ถูกปล่อยออกมาทีละเพลง
"อัลบั้มนี้ผมเองได้มีส่วนในการเอาประสบการณ์ของเราที่อยู่ในวงการเพลง นำมาบอกเล่าให้ทางโปรดิวเซอร์ฟัง เพราะผมรู้ตัวเองดีว่าผมไม่ได้มีความถนัดและสันทัดในการแต่งเพลงขึ้นมาด้วยตัวเอง ในอัลบั้มนี้จึงเป็นเรื่องราวที่ผมได้เจอมาทั้งเรื่องของผู้คน ความรัก หรือประสบการณ์การทำงานอื่นๆ และให้ทางทีมเพลงของผมเรียบเรียงออกมาเป็นทำนองเพลง อย่างมีเพลงหนึ่งที่ผมอยากจะพูดถึงมากคือเพลง "ไอ มิส ยู" เพราะเพลงนี้เป็นเพลงที่ได้เป้ วงมายด์ เราก็คุยกับโปรดิวเซอร์ แล้วทางโปรดิวเซอร์ก็ไปคุยกับทางเป้ ซึ่งเป้เขาก็จัดมาให้ตามที่เราคิดไว้เลย
"ผมยอมรับว่าด้วยอายุที่เพิ่มมากขึ้น การที่เราจะมาร้องเพลงหนักๆ มันๆ เราเองก็ไม่ไหว มันต้องมีระดับความหนัก ความเบาของเพลงลดตามกันไปเรื่อยๆ ล่าสุดเลยได้เพลงที่คนฟัง ฟังง่ายๆ เราเองก็ร้องง่ายขึ้นด้วย ถามว่าเราเองทำงาน เราคาดหวังว่าเพลงเราจะต้องเป็นร็อกหนักๆ เราบอกเลยว่าเราไม่ได้คาดหวังตรงนั้น เราแค่อยากทำในสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุขแค่นั้นเอง" ตุ้ยกล่าว
โดยตุ้ยยังทิ้งท้ายอีกว่าการทำงานเพลงในปัจจุบัน การจะทำเพลงตามใจตัวเองทั้งหมด มันเป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างต้องอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง แล้วการที่ตัวเขากับ "ตี๋" มาทำงานด้วยกัน มีโปรเจ็คอัลบั้มด้วยกันนั้น มันเป็นเรื่องของการตลาด ที่ทั้งแฟนเพลงของเขาและแฟนเพลงของตี๋ได้รับความพอใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย
ด้าน "ตี๋ เอเอฟ 4" เองยอมรับว่าเขาเองเคยทำงานเพลงคู่กับเพื่อนเอเอฟอย่าง "มิวสิค" รัชพล แย้มแสง มาแล้ว ตอนที่ออกจากการเวที เอเอฟ 4 มาใหม่ แต่ในครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะครั้งนี้เป็นการทำงานเพลงแบบอัลบั้มเดี่ยว ซึ่งจริงๆ แล้วเขาไม่มองว่าอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มเดี่ยว เพราะอัลบั้มนี้เป็นโปรเจกท์ที่เขาทำร่วมกับ "ตุ้ย เอเอฟ 3" แค่ต่างคนต่างทำอัลบั้มของตัวเอง แล้วเอามาร่วมเป็นแพ็กเก็จเดียวกัน
"อัลบั้มนี้ไม่เชิงเป็นอัลบั้มเดี่ยวของผม ตัวผมเองอยากที่จะทำงานเพลงเป็นวงมาตั้งนานแล้ว ในครั้งนี้มีเพื่อนๆ ที่มหาวิทยาลัย (มศว.)ที่เรียนเกี่ยวกับด้านดนตรีโดยเฉพาะมาร่วมทำงานเพลงให้ ในชื่อวง "วิวิด (Vivid)" คือมันเป็นอัลบั้มเดี่ยวของผม แต่เป็นอัลบั้มเดี่ยวที่มีเพื่อนมาร่วมแจม ในสไตล์เพลงของผมยังเป็นร็อกเหมือนเดิม แต่ด้วยประสบการณ์ที่เพิ่มมากขึ้น ความคิดที่โตขึ้น ทำให้เราหาแนวทางของเราว่าเราชอบร็อก แต่ร็อกของเราต้องเป็นร็อกที่ทันสมัย ร็อกแบบโมเดิร์นแบบวัยรุ่น" ตี๋บอกทิ้งท้าย



