
Green Galleryบูติคยังอยู่ วินเทจก็ไม่ได้หนีหาย
Green Galleryบูติคยังอยู่ วินเทจก็ไม่ได้หนีหาย : คอลัมน์ Eat Play Life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร [email protected]
คงมีคนอยู่น้อยมาก ที่รักความโรแมนติคแล้ว “ไม่นับญาติ” กับหัวหิน และถ้า “พัทยา” เป็น “เพลงร็อค” ผมขอคิดเอาเองว่า “หัวหิน” คือแจ๊ส คลาสสิค และป๊อปนุ่มนวล ผมนับญาติกับหัวหินมาเกือบ 20 ปีแล้ว ขับรถไปพักผ่อนอยู่เรื่อยๆ และก็ชอบนอนค้างอ้างแรม ตามสถานที่ต่างๆ ทุกแบบตามริมหาดสวยของที่นั่น
ล่าสุดผมเล่นเฟสบุ๊คกับเพื่อนๆ เห็น “รุ่นพี่” คนหนึ่ง เพิ่งกลับจากหัวหิน และโพสรูปของ green gallery เลยลองเข้าไปดูเว็บไซต์ของเขา วิธีหานั้นง่ายมาก เข้าไปใน google ก็ได้ พิมพ์ green gallery มันก็จะพาเราเข้าไปเอง หลังจากท่องเว็บดูหลายอย่างจนชุ่มแล้ว ผมก็เล่นทวิตเตอร์บอก follower ในเรื่องนี้ (โดยไม่เคยรู้จักใครเลยในที่พักนี้)
การที่มีหลายคนหรือคนสนใจบ้านพัก(โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “บ้านไม้”) ในรูปร่างหน้าตาแบบ green gallery ที่หัวหินซอย 51 นั้น สะท้อนแนวคิด อารมณ์ ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปแล้วของยุคสมัย ปีก่อน ตอนเอาทีวีกับนสพ.เครือเนชั่นไปทำสกู๊ปใหญ่โต ตั้งแต่โฮสเทล ไปยันบูติค โฮเทลริมน้ำเจ้าพระยา (โดยเฉพาะลอยละล่อง) บูติค โฮเทล เหมือนจะกระเพื่อมมาอยู่พักหนึ่ง แล้วผ่อนแรง คลายตัวไป แต่หนึ่งปีที่ผ่านมา บูติค โฮเทล(boutique hotel) กลับมาอินเทรนด์อีกแล้ว แค่เอานิตยสารที่ผมเป็นสมาชิกอย่าง Monocle และ WAD เขาก็เล่นเรื่องนี้มาพักใหญ่ คำว่า boutique คงต้องย้อนกลับไปเยอะ ราวๆ 400 ปี แต่เอาเป็นว่าเมื่อมันมารวมกับ hotel จากที่เคยมีหุ่นใหญ่โต เป็นโรงแรมทางการ ก็ลดลงมาเหลือแค่ไซส์ปานกลาง และเป็นบ้านหลายๆ หลังก็ได้ จนระยะหลังๆ นี่เอง ฝรั่งและดีไซเนอร์ก็ยอมรับว่า เราควรจะเรียกที่พักที่เป็นบ้าน ว่าเป็น boutique house เป็นการเล่นคำเล่นเสียง แต่ลดความหมายใหญ่โต ให้ดูเล็กลง
“บูติค เฮาส์” จึงเป็นศัพท์ใช้ไม่ทางการ หมายถึงที่พักที่เป็นบ้านไม้ มีดีไซน์ และอยู่ในอารมณ์ของ vintage (ส่วนจะสวมคลุมด้วย classic หรือ modern อันนั้นแล้วรสนิยมเจ้าของ )ผมไล่พักมาหลายแห่ง ตั้งแต่ภูเก็ต เชียงใหม่นิมมานฯ ไปสวนพร ย้อนไปเขาใหญ่ และหัวหิน ผมรู้สึกว่า จุดร่วมอย่างหนึ่งที่หลายแห่งเหมือนกับ green gallery คือ มีห้องไม่มาก และแต่ละห้อง มีคอนเซปต์การออกแบบแตกต่างกันไป ซึ่งใน green gallery ก็มีห้องในแบบต่างๆ แต่รับใช้ธีมของที่พักร่วมกัน
ผมคลิกเข้าตรงนั้นตรงนี้ ของ green gallery อยู่นาน ก็พบว่า คนดีไซน์นั้น เขาเก่งนะครับ เขาคิดภาพรวมของทุกอย่างให้อยู่ในอารมณ์ความรู้สึกเดียวกัน แม้แต่ฟอนท์ของตัวอักษร นิสัยของสี และเรื่องราว
เน้น emotional มากกว่า luxery เน้นอารมณ์ความรู้สึกของการสัมผัส มากกว่าดูเฉยๆ แล้วเห็นความใหญ่โต หรูแพง แล้วถ้าคนนิยมเทรนด์นี้ มันสะท้อนอะไร
ผมคิดว่านักเดินทางหรือคนยุคใหม่ เริ่มจะปฏิเสธโรงแรมแพงๆ หรือสิ่งซึ่งเป็นพิธีกรรม แบบแผน แม้แต่การเข้าออกที่มีเงื่อนไขวุ่นวาย “รวมทั้ง” การแสดงตัวตนของที่พักในเชิงอำนาจ และทุนนิยม ฉะนั้น การค่อยๆ แทนที่และมาถึงของบูติค เฮาส์ จึงเป็นเหมือน solution และตอบโจทย์ของคนกลุ่มหนึ่งได้ ใครที่ชอบค้นหาแง่มุมแปลกๆ เรียบง่าย แต่ไม่สนความแพงระยับ (ที่เชยไปแล้ว) ลองไปด้อมๆ มองๆ green gallery เอาเอง ระหว่างนี้ ผมไปตะลอน “เสาะหา” ที่ใหม่ๆ ต่อไป และนำมาเล่าว่าแต่ตอนนี้ ถ้า “หัวหิน” เป็น “คนรัก” Green gallery ก็เป็น story หนึ่งของแฟน (จริงไหม)
.............................
(หมายเหตุ Green Galleryบูติคยังอยู่ วินเทจก็ไม่ได้หนีหาย : คอลัมน์ Eat Play Life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
[email protected])



