
ยอมงอแต่ไม่ยอมหักหลักการของ'เทน ทู ทเวล'
ยอมงอแต่ไม่ยอมหัก หลักการของ 'เทน ทู ทเวล'
ได้ฟังเพลง "ด้วยกันกับฉัน" ที่เปิดตามคลื่นวิทยุ เลยอยากจะรู้จักกับกลุ่มศิลปินกลุ่มนี้ และในวันนี้ได้รู้จักเจ้าของเพลงนี้ นั่นคือวง "เทน ทู ทเวล (TEN TO TWELVE)" ที่มีสมาชิกประกอบด้วย "มอร์" วสุพล เกรียงประภากิจ (ร้องนำ) "อู๋" ชาญชัย จิตพัฒนไพบูลย์ (เบส) "ต่อ" ต่อศักดิ์ ปัญจศุภรักษ์ (กีตาร์) "ม่อน" ปองพล จงวัตรผล (กลอง) โดยพวกเขาได้เล่าถึงเส้นทางของการมาเป็นวง "เทน ทู ทเวล" ให้ฟังว่า พวกเขาเริ่มต้นการเป็นวงเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว ก่อนจะมาอยู่กับบีลีฟเรคคอร์ด แล้วปล่อยเพลงแรกออกมาเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว แต่มาทำอัลบั้มเต็มจริงๆ ประมาณ 2 ปีกว่า วงเทน ทู ทเวลเป็นวงที่ผ่านมาหลายยุค ในช่วงยุคแรกพวกเขายอมรับด้วยตัวเองเลยว่าวงของพวกเขาติสต์แและอยู่ในโลกของตัวเองมาก
"เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ผมได้เจอพี่ฟั่น (โกมล บุญเพียรผล) โปรดิวเซอร์ของอัลบั้มนี้ พี่ฟั่นได้ฟังเพลงของเรา เขาบอกว่าการทำเพลงจริงๆ ต้องตอบสนอง 3 อย่าง คือ ตอบสนองตัวเอง ตอบสนองคนฟัง และตอบสนองวงการเพลง แต่เพลงของเราในเวลานั้น มีเพียงการตอบสนองแค่ตัวเองอย่างเดียว ตอนนั้นเรายอมรับว่าเราเองก็ดื้อ เราไม่เชื่อ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น ตอนนั้นเราอยู่ในวัยรุ่น ทำให้เราเชื่อมั่นในตัวเองมากว่าเพลงที่เราทำมันดี มันเจ๋ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราโตขึ้น เราได้ฟังเพลงที่เยอะขึ้น มันเปิดมุมมองของเราให้กว้างขึ้น เราเลยเอาตรงนั้นมาปรับใช้กับตัวเรา ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเราเล็กลง สมัยก่อนจะรู้สึกว่าตัวเราใหญ่มาก ทุกอย่างที่ทำจะรู้สึกว่ามันเจ๋ง มันยังไม่มีใครทำ เราเจ๋งที่สุด เราครองโลก" มอร์เล่า แล้วเสริมต่ออีกว่า
"เรามาค้นพบว่าซาวน์ทุกอย่างในโลกนี้มันถูกใช้ไปหมดแล้ว (หัวเราะ) เรื่องมันมีแค่ว่าเราจะเลือกจะทำซาวน์แบบไหนมาผสมกันเท่านั้น เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของเราเท่านั้นแหละ สำหรับตัวผม ผมได้มาหลุดพ้นจากตัวเอง เมื่อผมได้ฟังเพลง "ฟิกซ์ ยู (Fix You) ของ โคลเพลย์ (Coldplay)" คือรู้สึกเลยว่าเพลงนี้มันเป็นเพลงสำหรับคนแสนคนร้องด้วยกัน แต่เพลงของเราเป็นเพลงสำหรับที่ผมร้องของผมคนเดียว ผมเลยรู้สึกว่าถ้าเราจะทำเพลงทั้งที ทำไมเราไม่ทำเพลงที่คนแสนคนร้องด้วยกัน" นักร้องนำเผย
หนุ่มๆ "เทน ทูฯ" เริ่มเล่าให้ฟังถึงการเริ่มต้นทำงานอีกครั้ง กับมุมมองใหม่ที่แตกต่างจากเดิม โดยพวกเขาบอกว่าเมื่อเขาเปลี่ยนวิธีคิดปุ๊บทุกอย่างมันก็เปลี่ยน ทำให้ผลลัพธ์ทุกอย่างมันก็แตกต่างจากเดิม พวกเขาเลือกที่จะสังเกตเพลงที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตลาดเพลงบ้านเราให้มากขึ้น
"เราสังเกตว่าทำไมเพลงที่เป็นที่นิยมถึงตอบโจทย์ความต้องการของคนฟังได้มากขนาดนี้ แล้วเราก็นำเพลงเหล่านั้นมาผสมผสานกับเพลงของเรา เรามองหาว่าเพลงเหล่านั้นมันมีความลับอะไรถึงได้เป็นที่ยอมรับจากคนจำนวนมาก เพราะเพลงของเราในสมัยก่อนเป็นร็อก และมีการผสมไฮโครโดริกซ์ คนไทยในกลุ่มกว้างอาจจะงง เราเลยต้องพยายามให้คนรับได้ ในจุดที่คนเข้าใจด้วย และมีการนำเสนอของเราตรงนี้อยู่ด้วย ผมว่าการหาตรงกลางตรงนั้นแหละยาก มันยากกว่าการที่เราจะทำให้มันสุดไปเลย เหมือนการอยู่นอกกรอบมันไม่ยาก แต่การอยู่ริมขอบต่างหากที่ยาก สิ่งที่เราทำมันเหมือนเป็นการอยู่ขอบๆ ของกรอบ" อู๋กล่าว
แนวเพลงในปัจจุบันของวง "เทน ทู ทเวล" ยึดแนวเพลงแบบโมเดิร์นร็อก สำหรับพวกเขาแล้วเพลงก็เหมือนแฟชั่น เพลงที่พวกเขาทำเมื่อ 7 ปีที่แล้ว แล้วกลับเอามาใช้ใหม่ เหมือนการใส่เสื้อผ้าวินเทจ แต่พวกเขาสามารถนำมาประยุกต์ใหม่ให้เหมาะกับยุคสมัยนี้ได้ ไลน์กีตาร์แบบเดิมๆ กลองแบบเดิมๆ ยังสามารถใช้ได้อยู่ แล้วเอามาผสมกับซาวน์แบบใหม่ๆ พวกเขาอยากให้คนฟังได้ลองเปิดใจยอมรับเพลงในแบบของพวกเขา



