
วันที่รู้สึกดีๆ
วันที่รู้สึกดีๆ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิทยา ทองอยู่ยง
กิจกรรมอย่างหนึ่งที่ผมมักจะทำทุกวัน คือการเข้าร้านหนังสือ แม้จะเป็นวันที่ทำงานทั้งวันและอยู่ห่างไกลจากร้านหนังสือก็ตาม ผมก็จะดั้นด้นหาแผงหนังสือแถวนั้นให้ได้
การเข้าร้านหนังสือทุกวันของผม ไม่เกี่ยวกับการซื้อหนังสือทุกวันนะครับ บางวันแค่เดินเข้าไปในร้านหนังสือ พอเห็นว่าไม่มีหนังสือออกใหม่ที่น่าสนใจ ก็แค่วนรอบร้านแล้วเดินออก
บางวันหนังสือที่ซื้อไปเมื่อวานยังอ่านไม่จบ และยังไม่มีหนังสือใหม่ออกมาเลย ก็เดินวนสักรอบ และกวาดตาไปยังเล่มที่เคยมองผ่านไปวันก่อน....
และนั่นทำให้ผมเจอหนังสือเล่มนี้
“วันที่รู้สึกดีๆ” ชื่อหนังสือฟังดูเหมือนหนังสือประเภทเสริมสร้างกำลังใจทั้งหลายที่วางอยู่เต็มไปหมด ยิ่งคำโปรยที่ว่า 10 เรื่องสั้น “รู้สึกดี” โดย GPEN อ่านผ่านๆ นึกว่า รวมเรื่องราวให้กำลังใจสำหรับคนเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ มี O-NET G-NET อะไรพวกนี้ด้วย
แต่พอเปิดสแกนดู ก็พบว่าเป็นหนังสือการ์ตูนรวมเรื่องสั้นที่มีลายเส้นน่ารักๆ รายละเอียดของรูปไม่เยอะ เขียนด้วยปากกาที่เรียกว่า GPEN ซึ่งเป็นปากกาแบบจุ่มหมึก รวมทั้งเป็นนามปากกาของคนเขียนด้วย
ไอ้ลายเส้นน้อยๆ ที่ว่าเนี่ย พอไล่สายตาไปตามภาพ กลับทรงพลังมาก เหมือนเราดูแอนิเมชั่นแบบสองมิติ หรือกรีดสมุดแล้วเห็นภาพมันค่อยๆ เคลื่อนไหว มีความรู้สึกว่าลายเส้นในหนังสือเล่มนี้มันเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา ลองไปเปิดดูตอนที่ว่าด้วย ช่วงเวลาของการแข่งขันกระโดดน้ำ เป็นตัวอย่างได้
...ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ ลายเส้นการ์ตูนในเล่มนี้พิมพ์อยู่บนกระดาษที่มีเส้น เหมือนสมุดเรียนสมัยเด็ก ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังอ่านหนังสือที่คนเขียนแอบวาดการ์ตูนระหว่างวิชาเรียน
นอกจากลายเส้นที่ดึงดูดเราแล้ว เนื้อหาในเล่มก็ชวนอ่านมาก จี๊ดนิดๆ ชวนคิดต่อหน่อยๆ รวมแล้ว ได้ความรู้สึกอุ่นๆ อยู่ภายในตัว
เรื่องสั้นทั้ง 10 แบ่งกว้างๆ เป็น 2 หมวด คือ
เนื้อหาที่ว่าด้วย คนเขียนเกิดความรู้สึกอยากลองวาดการ์ตูนจากหนังที่เพิ่งดูจบ ว่าจะเก็บความรู้สึกจากหนังเรื่องนั้นๆ ได้มั้ย บางเรื่องในหนังเป็นเพียง scene เล็กๆ เล่าผ่านๆ แต่กระทบความรู้สึกคนเขียนเยอะก็ขยายความรู้สึกนั้นมาเป็นการ์ตูนดู ในเล่มมีพูดถึงหนัง 4 เรื่อง Hannah and her sisters, Sideways, Once, Departures เป็นหนังที่ว่าด้วยความสัมพันธ์เล็กๆ ของคนกับคนทั้งนั้น
อีกหมวดก็คือเป็นเรื่องที่คนเขียนอินกับมันเป็นพิเศษ เกือบจะเป็นเรื่องส่วนตัวของคนเขียนเลยก็ว่าได้ หากแต่เราอ่านแล้วเรากลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ทั้งๆ ที่-ผมอ่านแล้วรู้สึกได้ว่าคนเขียนเป็นผู้หญิง แต่รูปเขียนแทนตัวเองกลับวาดเป็นผู้ชาย ซึ่งตรงนี้ คนเขียนได้เขียนออกตัวไว้ในเล่มว่า ตัวเองเป็นคนที่มีความเชื่อแบบเก่าๆ ว่าการอ่านงานเขียนโดยไม่รู้จักตัวจริงของผู้เขียนเป็นการอ่านหนังสือแบบที่น่าสนุกที่สุด !
ซึ่งตรงนี้ผมว่าจริง เพราะอ่านเรื่องสั้นเรื่องแรก ผมสัมผัสได้ว่าคนเขียนเป็นผู้หญิง พออ่านเรื่องที่สอง เรื่องที่สาม ผมกลับรู้สึกว่าคนเขียนเป็นผู้ชาย แต่หลังจากนั้น บางเรื่องที่เป็นประสบการณ์ชีวิตของคนเขียน ก็เป็นเรื่องของผู้หญิงทั้งหมด สรุปว่าคนเขียนเป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชายที่ใช้กลวิธีในการแต่ง โดยเลือกเสียงเล่าเป็นผู้หญิงกันแน่?
เห็นมั้ยครับว่าเวลาไม่รู้ว่าใครเป็นคนเขียนเนี่ยเป็นการอ่านหนังสือที่สนุกจริงๆ
ผมซื้อหนังสือเล่มนี้กลับบ้านในที่สุด มาถึงบ้านก็เปิดอ่านแล้วเก็บอารมณ์ละมุนละไมที่อบอวลอยู่ภายใน พยายามอ่านช้าๆ เพราะกลัวว่ามันจะจบเล่มไปซะก่อน อ่านวันละเรื่องก่อนนอน 10 วันผ่านไปก็หมดเล่ม
อ่านจบแล้วก็มานั่งนึกว่า เราเคยมีวันที่เรียกว่า วันที่รู้สึกดีๆ บ้างมั้ย และมันคือวันไหนกันแน่.
สวัสดีครับ.
.............................
(หมายเหตุ วันที่รู้สึกดีๆ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิทยา ทองอยู่ยง)



