
ลูกทุ่งจุดเทียน
ลูกทุ่งจุดเทียน : เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว
ผู้เขียนชอบเพลงที่ครูประดิษฐ์ อุตตะมัง ผู้ล่วงลับไปแล้วที่ได้เขียนให้ศิลปินแห่งชาติ ชินกร ไกรลาส ขับร้อง ในเพลงชื่อ "ลูกทุ่งเสี่ยงเทียน" เรื่องราวของคนที่ไปจุดเทียนเสี่ยงทายว่า ถ้าชีวิตโชติช่วง แสงเทียนก็จงคุโชน แต่ถ้าชีวิตโชคร้ายพระพายจงเป่าเทียนให้ดับ ในตอนจบ คนแต่งทิ้งท้ายว่า "แสงเทียนไม่ดับแต่ริบหรี่ แสงเทียนอยู่ยั้ง หวังยังมี ขอรอโชคดี สักวันคงมา" มันเหมือนกับชีวิตของคนทำงานในวงการลูกทุ่งทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังที่เหมือนจะหมดแสงหมดชื่อเสียงกันไปแล้ว เพราะเพลงแนวใหม่ๆ มาแทนที่ แต่แล้วก็กลับโชติช่วงกันขึ้นมาใหม่ หลายต่อหลายครั้ง
ในแต่ละปีจะมีนักร้องในกลุ่มคนลูกทุ่งแหวกกระแสตลาดขึ้นมาให้วงการได้ชื่นชมกันและเหมือนเป็นสัญญาณว่า ได้ต่อลมหายใจของคนลูกทุ่งแล้ว ยังมีคนต้อนรับเพลงแนวนี้อยู่ยิ่งการเกิดขึ้นของช่องดาวเทียมที่สามารถเป็นสื่อที่ดีในการเผยแพร่งานของคนลูกทุ่ง ก็เหมือนแสงสว่างที่ปลายถ้ำช่วยให้คนลูกทุ่งได้หาทางออกเรื่องสื่อกันเสียที เพราะที่มีอยู่ก็ผูกขาดกันหมดทั้งวิทยุโทรทัศน์ที่มีส่วนน้อยนิดที่เกี่ยวกับเพลงลูกทุ่ง
กลางปีนี้ จะได้ลงตัวกันเสียสำหรับช่องลูกทุ่งที่ขึ้นงานกันไว้หลายช่องดาวเทียม ซึ่งส่วนใหญ่จะเอื้อประโยชน์กัน จับมือกัน ไม่เคยเห็นว่าคนทำนาข้าวนาโน้นนานี้จะไม่ถูกกันเพราะปลูกข้าวเหมือนกัน วงการโทรทัศน์ดาวเทียมลูกทุ่งก็มีภาพน่ารักแบบนี้เหมือนกัน
ค่ายลูกทุ่งใหญ่ๆ เขามีช่องดาวเทียมกันครบถ้วน อาทิ แกรมมี่โกลด์มีช่องแฟนทีวี อาร์สยามมีช่องสบายดี และท็อปไลน์ไดมอนด์ก็มีช่องท็อปไลน์ ที่นำเสนองานของค่ายของตนอยู่อย่างแข็งแรง
ดาวเทียมช่องอื่นๆ จึงเป็นที่พึ่งของค่ายใหม่หรือค่ายเล็กค่ายน้อย รวมถึงนักร้องอิสระต่างๆ ได้มีโอกาสออกโทรทัศน์กันบ้าง จะได้โทรไปอวดคนที่บ้านนอกว่า ฉันออกทีวีแล้ว (แม้จะเป็นทีวีดาวเทียมก็เถอะ)
ถ้าเราจะเปรียบเทียบว่า สมัยปี 2540 วิทยา ศุภพรโอภาส ทำคลื่นวิทยุลูกทุ่งเอฟเอ็ม ไล่เลี่ยกับที่ยุวดี บุญครอง ทำรายการคอนเสิร์ตเวทีไท และทำคลื่นวิทยุเวทีไทในปีถัดมา จนมีคนกล่าวเล่นๆ กันว่า คำว่า "วิทยุ" ในความหมายของคนลูกทุ่งในช่วงนั้น ย่อมาจากคำว่า วิทยา กับ ยุวดี นี่เอง เพราะเวลานั้นได้สร้างนักร้องให้เกิดขึ้นมากมายประดับวงการ
มาถึงกลางปีนี้ จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายยิ่งนักว่า วงการเพลงลูกทุ่งจะคึกคักเพราะสื่อทีวีดาวเทียมหรือจะมีนักร้องดังที่เกิดขึ้นโดยไม่อาศัยการลงโฆษณาทางฟรีทีวีบ้างหรือไม่ เป็นเรื่องน่าจับตามอง
แต่ข้อเสียของการเชียร์เพลงทางทีวีคือ มันเห็นภาพด้วย ต่างจากวิทยุที่มีแต่เสียง สิ่งนี้จึงทำให้ผู้ฟังขาดจินตนาการและคาดหวังว่านักร้องของเขาจะหน้าตาหล่อสวย
นักร้องรุ่นใหม่จึงยอมเจ็บตัวผ่านมีดหมอเพื่อความหล่อสวยกันจนหน้าตาคล้ายๆ กันไปหมด เพราะเขาขายเสียงพร้อมๆ กับภาพ นักร้องสูงวัยบางคนไม่ยอมให้ธรรมชาติทำลายความหล่อ จัดการฉีดเฉือนยัดกันมากขึ้นกว่าเดิม เพราะสถานบริการสร้างความหล่อ-สวย มีอยู่ตามริมถนนมากมาย นักร้องบางคนเข้าวงการมาหลายปีก็ไม่ได้กลายมาเป็นนักร้องเก่ากับเขาสักที เพราะทำศัลยกรรมใบหน้ามาใหม่ เลยได้เป็นนักร้อง (ใบ) หน้าใหม่ทุกปี
การเกิดขึ้นของทีวีดาวเทียมลูกทุ่งน่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้คนมีฝีมือ นักร้องช้างเผือกได้แสดงความสามารถ ไม่ใช่วนเวียนอยู่กลุ่มเดียว วิ่งรอกออกทุกช่อง และขับร้องเพลงเก่งแค่เพลงสองเพลงตามที่ค่ายยัดเยียดมาให้โปรโมท มิวสิกวิดีโอก็ฉายซ้ำซากอยู่ไม่กี่เพลงและไม่กี่คนถ้าเป็นอีหรอบนี้ ทีวีดาวเทียมก็ไม่น่าจะสร้างสรรค์อะไรให้วงการลูกทุ่งได้เป็นที่พึ่งพาหรือเป็นความหวังใหม่ให้เขา
หวังว่า ช่องดาวเทียมลูกทุ่งใหม่ๆ จะไม่กลายเป็นช่องที่จุดเทียนเวียนวน ซ้ำซากจำเจ ไม่คิดอะไรใหม่ๆ หรือเล่นแต่พรรคพวก คนทำเพลงก็จ้องแต่จะเลียนแบบสูตรสำเร็จค่ายใหญ่
ถ้าคนลูกทุ่งจะมัวทำเช่นนั้นก็เหมือนเป็นการที่ "จุดเทียนเวียนวน" เดี๋ยวพระพายจะแสดงปาฏิหาริย์ ดับเทียนลงพลัน แล้ววันนั้นจะเดือดร้อนกันไปเป็นแถบๆ
.............................
(หมายเหตุ ลูกทุ่งจุดเทียน : เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว)



