บันเทิง

'โม้เกินจริง'ล้นจอ!สมุนไพร-อาหารเสริมปลุกเซ็กซ์

'โม้เกินจริง'ล้นจอ!สมุนไพร-อาหารเสริมปลุกเซ็กซ์

16 พ.ค. 2555

'โม้เกินจริง'ล้นจอ!สมุนไพร-อาหารเสริมปลุกเซ็กซ์ : คอลัมน์ โลกไร้เสา

          "...ยาสมุนไพรจีนที่สะอาด ปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง ปราศจากสารสเตียรอยด์และสารกระตุ้น ประกอบด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติหลากหลายชนิด ที่ผ่านการเลือกคัดสรรด้วยภูมิปัญญาแพทย์แผนโบราณ มาเป็นตำรับยาสมุนไพร ขึ้นทะเบียนเป็นตำรับยา ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข เป็นที่เรียบร้อยแล้ว"
 
          เสียงโฆษณาเจื้อยแจ้วผ่านหน้าจอทีวี ดูจะเป็นเรื่องปกติของผู้ชมทีวีดาวเทียม ซึ่งคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมายาวนาน
 
          แม้จะเคยมีข่าว "คณะกรรมการอาหารและยา" (อย.) เตือนผู้บริโภคอย่าได้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์เอนไซม์ ซึ่งมีการโฆษณาทางสื่อโทรทัศน์ดาวเทียม และเคเบิลทีวี อวดอ้างสรรพคุณรักษาโรคมะเร็ง หัวใจ อัมพฤกษ์ เบาหวาน ความดัน ฯลฯ แต่ผลิตภัณฑ์ที่ อย.แจ้งเตือนชาวบ้าน ก็ยังโฆษณาทางทีวีดาวเทียมอยู่ในปัจจุบันนี้
 
          จริงๆ แล้ว ผลิตภัณฑ์อาหารเอนไซม์ ได้ขอขึ้นทะเบียนกับ อย. เป็นเครื่องดื่มพืชผักผลไม้ผสม แต่กลับโฆษณารักษาได้สารพัดโรค ซึ่ง อย.ได้ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด โดยทำการปรับในฐานความผิดที่มีการโฆษณาต่างกรรมต่างวาระ เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้หลาบจำ
 
          จะว่าไปแล้ว การแถลงข่าวของ อย.แบบนี้ ก็แถลงซ้ำๆ กันทุกปี ผลิตภัณฑ์ต้องห้าม ก็ยี่ห้อเดิม ฉะนั้นคำว่า "หลาบจำ" จึงไม่มีอยู่ในความคิดของผู้ผลิตสินค้าดังกล่าว
 
          สุวรรณา จิตประภัสสร์ ประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา อย. ได้สั่งปรับเจ้าของผลิตภัณฑ์มาต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบว่า มีการเผยแพร่โฆษณาผิดกฎหมายอยู่ โดยเจ้าของผลิตภัณฑ์ยอมจ่ายค่าปรับ 6,000-30,000 บาทต่อครั้ง
 
          อีกด้านหนึ่ง อย.ไม่สามารถส่งเรื่องห้ามโฆษณาผิดกฎหมาย ไปยังผู้ประกอบการเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียมได้ เนื่องจากบางราย “ไม่มีที่อยู่" ที่ชัดเจน จึงส่งเรื่องไปยังบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) แทน เพราะเป็นผู้ให้บริการเช่าช่องสัญญาณ แต่ไทยคมก็ให้ติดต่อไปยังทีวีดาวเทียมโดยตรง มันเหมือนงูกินหาง
 
          ในสถานการณ์ที่ไร้หวังและไร้ทางออก สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก็กระโดดเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าว
 
          "สุภิญญา" ประชุมหารือกับ 3 หน่วยงานรัฐ คือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)  และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อจัดทำ "ข้อตกลงความร่วมมือการกำกับดูแลการโฆษณาและเผยแพร่การออกอากาศผลิตภัณฑ์ที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง" ที่ออกอากาศทางช่องเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม ประมาณ 200 ช่อง
 
          การเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าว ก็เนื่องจากในการโฆษณาผลิตภัณฑ์ผ่านสื่อต่างๆ ที่อยู่ระหว่างขอใบอนุญาตประกอบกิจการกับ กสทช. เพื่อเข้าสู่กระบวนการกำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องนั้น ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย อย. ที่กำกับดูแลโฆษณาสินค้าผ่านสื่อ เช่น พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510, พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522, พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2534  เป็นต้น
 
          หากพบว่ามีผลิตภัณฑ์ใดกระทำผิดกฎหมายของหน่วยงานต่างๆ ที่ลงนามเอ็มโอยู ร่วมกับ กสทช. ก็จะเสนอให้ช่องทีวีดาวเทียม “ห้าม” เผยแพร่โฆษณาที่ผิดกฎหมายดังกล่าวทันที

          สำหรับแนวทางกำกับดูแลเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียมชั่วคราวของ กสทช. จะใช้วิธีการขอความร่วมมือทั้งจากผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมคือ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)  ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเช่าช่องสัญญาณการออกอากาศช่องทีวีดาวเทียม
     000
 
          หลังจาก 4 หน่วยงานหลัก "กสทช.- อย.- สคบ.-บก.ปคบ." เซ็นเอ็มโอยูกำกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์ฯ บอร์ด กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ก็มีมติห้าม "3 ผลิตภัณฑ์" ชื่อดังเผยแพร่ออกอากาศผ่านสื่อทีวี และวิทยุ
 
          เวลาล่วงผ่านมาเดือนเศษแล้ว ผลิตภัณฑ์ต้องห้าม ก็ยังโฆษณากันครึกโครม เหมือนมติที่ว่านั้นเป็นดั่งอากาศธาตุ
 
          เอนไซม์ที่เคยอวดอ้างสรรพคุณรักษาสารพัดโรค ได้เปลี่ยนเป็นเอมไซม์ใน "โครงการฟื้นฟูสุขภาพ" เพื่อเลี่ยงข้อกฎหมาย ยังโฆษณาปาวๆ ผ่านทีวีดาวเทียมไม่ต่ำกว่า 20 ช่อง โดยอาศัยนักร้องลูกทุ่ง และตลกคาเฟ่ มาบอกเล่าสรรพคุณของเอนไซม์
 
          ที่ตลกร้าย อดีตรัฐมนตรีอุตสาหกรรมคนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยเอกชน ก็ออกมาการันตีการดื่มเอนไซม์เพื่อรักษาโรค !
 
          สมุนไพรอีกยี่ห้อหนึ่งที่ถูกห้ามโฆษณาเผยแพร่ ไม่รีรอที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่เป็น "สมุนไพรกตัญญูต่อผู้บริโภค"
 
          "สุดยอดผลิตภัณฑ์สมุนไพรจีนตัวใหม่ของ...ด้วยส่วนผสมจากสมุนไพรเกรด A ที่คัดสรรแล้ว และส่วนผสมบางส่วนที่ต่างออกไป ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภคแบบองค์รวมอย่างแท้จริง จึงได้สมญาว่า สมุนไพรกตัญญูต่อผู้บริโภค ส่งผลรวดเร็วและส่งผลเข้มกว่าเดิม แต่นุ่มนวล สุภาพ และปลอดภัยสูงสุด...."
 
          นี่เป็นคำโฆษณาชวนเชื่อของผลิตภัณฑ์เสริมสมรรถภาพทางเพศของผู้ชาย ซึ่งก็แปลงสภาพมาจากยาสมุนไพรจีนที่ อย.เคยบุกจับกุมและห้ามขายไปแล้ว
 
          ส่วนอาหารเสริมสมรรถภาพทางเพศของผู้หญิง ก็มีขายอยู่หลายสิบยี่ห้อ แต่ที่โด่งดังมากๆ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ถูกห้ามไปแล้วเช่นกัน
 
          เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อาหารประเภท "ดื่มแล้วปิ๊ง.." ซื้อหน้าโฆษณาสี่สีของหนังสือพิมพ์รายวันหัวสีระดับหัวแถว เพื่อลงชี้แจงว่าของแท้ต้องยี่ห้อนี้เท่านั้น และเปิดตัวทีวีดาวเทียมช่องใหม่ เพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะ
 
          เดิมทีบริษัทนี้ จดทะเบียนทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง ขายปุ๋ยอินทรีย์น้ำ เหมือนปุ๋ยปูแดง แต่ตอนหลังได้ทำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาขาย โดยอ้างว่าเป็นอาหารเสริมสำหรับผู้หญิง ประกอบ ด้วยสารอาหารที่ออกฤทธิ์ และกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศ
 
          สรุปว่า 3 ผลิตภัณฑ์ที่ถูกห้ามเผยแพร่ ก็เข้าทำนอง "ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ" เพราะมีการทุ่มการประชาสัมพันธ์สินค้ามากขึ้น ถึงขั้นมีการเปิดช่องทีวีดาวเทียมอีก 3 ช่อง เพื่อโฆษณาสินค้าต้องห้ามของ กสทช.
 
          ทางด้าน ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานกรรมการบริหารเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ก็ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่อง กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง สั่งระงับการโฆษณาออกอากาศ 3 ผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายโอ้อวดเกินจริง โดยยืนยันว่า ต้องรอให้ทาง กสทช. ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการมาก่อน
      
          หากไทยคมเข้าไปดำเนินการโดยทันที อาจส่งผลกระทบ ทำให้ไทยคมถูกฟ้องร้องได้ และในทางปฏิบัติ ไทยคมทำได้เพียงการแจ้งไปยังช่องทีวีที่มีการออกอากาศ ไม่สามารถระงับสัญญาณได้ เนื่องจากจะส่งผลถึงทีวีทุกช่องในแพลตฟอร์มทั้งหมด

          ฟังความจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คงพูดได้คำเดียวว่า ผู้บริโภคจะตกเป็น "เหยื่อ" ของการโฆษณาชวนเชื่อผ่านสื่อทีวีดาวเทียมไปอีกนานแสนนาน      
.............................
(หมายเหตุ 'โม้เกินจริง'ล้นจอ!สมุนไพร-อาหารเสริมปลุกเซ็กซ์ : คอลัมน์ โลกไร้เสา)