
'มือถือใหม่ที่หมายจะปลิดชีพ iPhone'
'มือถือใหม่ที่หมายจะปลิดชีพ iPhone' : หนุ่ยรู้โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ twitter : @nuisho / @beartai
ก่อนเข้าเรื่องประจำเช้าวันอังคารนี้ ผมขอลากท่านผู้อ่านออกไปอัพเดทเรื่องเดิมของสัปดาห์ที่แล้วกันก่อน
หลังคอลัมน์ "ดาต้าโรมมิ่ง...ไส้ติ่งแตก" ในวันอังคารที่ผ่านมา AIS Serenade Call Center ได้โทรศัพท์กลับมาแจ้งผลการเจรจาทาง Email กับค่าย CSL ฮ่องกง ถึงเคสของผม ปรากฏว่าเขา "Waived" ยกเลิกค่าบริการส่วนเกินแพ็กเกจสิริรวม 8 หมื่นกว่าบาทให้ผมแล้วครับ! ...ขอบคุณสำหรับการดูแล
เธอฝากย้ำให้ผมไม่ลืมที่จะบอกคุณผู้อ่านว่า "ก่อนเดินทางไปต่างประเทศครั้งใด กรุณาโทรหา Call Center ของระบบท่านเพื่อเซต Package ที่เหมาะสมกับจำนวนวัน-เวลาการเดินทาง จนท.จะคำนวณให้อย่างรอบคอบ และไม่เกิดปัญหาดาต้าโรมมิ่งทะลักอย่างแน่นอน"
เรื่องนี้ผมไม่ใช่คนเดียวที่มีปัญหา แต่ "นักเดินทางทั้งโลก" กำลังมีปัญหา เนื่องจาก "สมาร์ทโฟน" ในทุกวันนี้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา พกไปถือๆ แกว่งๆ ในต่างประเทศแบบไม่ศึกษาข้อมูลก่อน ก็อาจสิ้นเนื้อประดาตัวแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว!
บ้านเราองค์กรอย่าง "กสทช." กำลังพยายามดูแลเรื่องนี้ ค่ายมือถือต่างก็พร้อมเปิดเจรจากับลูกค้าที่พลาดเสมอ
ทวีปที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในโลกคือ "ยุโรป" เพราะประชากรเดินทางข้ามพรมแดนกันเป็นว่าเล่น สัปดาห์ก่อนผมได้เล่าให้ฟังว่า EU เองก็พยายามออกกฎหมายให้ Operator ในภูมิภาคยุโรปทำอัตราโรมมิ่งเดียวกันทั้งทวีป (หวังว่าถ้าสำเร็จก็จะเป็นโมเดลให้ทวีปอื่นๆ ทำตามด้วย)
ล่าสุดค่าย O2 ของอังกฤษ ประกาศนโยบายโรมมิ่งใหม่เอี่ยมที่เรียกว่า "O2 Travel" ให้ผู้ใช้เครือข่ายของ O2 เดินทางไปใช้ดาต้าโรมมิ่ง 3G/4G ในประเทศอื่นๆ ได้ใน "ราคาเดียวกันกับแพ็กเกจในประเทศ" หากแต่ค่าโทรขอเก็บด้วยอัตราแพงกว่าในประเทศจิ๊ดนึง กล่าวคือค่ารับสายครั้งและ 29 เพนนี และชาร์จ 8 เพนนีต่อนาที งานนี้หากคนอังกฤษใช้แล้วยังบ่นว่าแพงอีก CEO ของ O2 อาจออกโรงมาบอกว่าลูกค้า "คิดไปเอง" ก็ย่อมได้ ฮ่าๆ
แพ็กเกจนี้จะเริ่มต้นในเดือนกรกฏาคมนี้ (หวังว่าจะมีแพ็กเกจลักษณะนี้เกิดขึ้นใน ASEAN ของเราได้นะครับ ไหนๆ ก็จะเป็น AEC กันแล้วในเร็วๆ นี้)
เอ้า~ มาว่ากันด้วยเรื่อง "มือถือที่หมายจะปลิดชีพ iPhone"
Apple ยังคงความขลังในแง่ของการเป็น "มือถือที่ขายดีที่สุดในโลก" หากนับกันรุ่นต่อรุ่น Apple ออกมือถือราวปีละรุ่น แต่ยอดขายกระฉูดหนักหลักหลายร้อยล้านเครื่องได้ จากอดีตถึงปัจจุบัน Apple เพิ่งจะออกมือถือออกมาเพียง 5 รุ่นเท่านั้นนะครับ (iPhone, iPhone3G, iPhone3GS, iPhone4 และ iPhone4S)
ซึ่งคู่แข่งที่น่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับ Apple ได้ ณ ชั่วโมงนี้ ก็คงมีรายเดียวแล้ว นั่นคือ SAMSUNG ซึ่งในกลยุทธ์ขีปนาวุธยิงกราดแบบไร้ซึ่งข้อกังวัลทางขนาดหน้าจอ ซัมซุงทำให้โลกเห็นแล้วว่าถ้าเกาหลีจะสู้ยักษ์ใหญ่ ต้องรัวไม่ยั้งด้วยหน้าจอมือถือทุกขนาดไซส์ไล่กันตั้งแต่ 4.3" 4.7" 5.0" 5.3" 7.0" 7.7" 8.9" 10.1" ส่งผลให้ซัมซุงกลายเป็นผู้จำหน่ายมือถือ Android Phone ได้มากที่สุดในโลกด้วยสถิติโคตรน่ากลัว (ต่อแบรนด์อื่นๆ และคนที่คิดจะทำมือถือขาย) คือ "ทุกๆ Android 10 ตัวที่ขายได้จะเป็นยี่ห้อ Samsung 8 ตัว!!" ..บ้าไปแล้วครับ~
และล่าสุด Samsung ก็ไม่กลัวช่างตัดกระจกหน้าจอที่บริษัทจะมือปูด ..ซัมซุงส่งมือถือไซส์จอใหม่ 4.8" มาเขย่าตลาดอีกครั้ง..และครั้งนี้ "โครมครามของจริง"
Samsung Galaxy S III เปิดตัวแล้วที่ลอนดอน เห็นได้ชัดเจนว่าครั้งนี้ซัมซุงปรับทิศทางเป็นการ "ขายความสามารถ" แทนที่การขายสเปกแบบเดิมแต่ปางบรรพ์ จะรบกับ Apple ก็ต้องใช้วิถี Apple สู้กับ Apple การขายความสามารถในครั้งนี้สร้างความฮือฮาได้ระดับหนึ่งเลยล่ะ เอาง่ายๆ จากเดิมที่ไม่มีใครเคยถ่างตารอดูถ่ายทอดสดงาน Samsung Unpacked ครั้งนี้กลับมีคนรอชมอย่างมาก ระดับความตื่นเต้นซัมซุงทำได้น้องๆ Apple (แต่ยังด้อยในจุดที่ "ไม่มีซุปตาร์" แห่งค่ำคืนนั้น เฉกเช่นที่ Apple เคยมี Steve Jobs บนเวที) ไหนจะ "ข่าวลือ ภาพลวง บัตรเชิญหลอก" ที่ออกมากระตุ้นกระแสให้โลกพุ่งความสนใจไปที่การเปิดตัว น่าดีใจแทนซัมซุงอ่ะนะ ที่กลายเป็นแบรนด์ที่ 2 ของโลกมือถือที่มีคนสนใจการเปิดตัวสินค้าถึงขั้นนี้ (ถ้าไม่ใช่หน้าม้า)
เทคโนโลยีที่น่าสนใจจริงๆ ใน Galaxy SIII ก็คือ "การ Unlock เครื่องด้วยเสียงของเราเอง "เราบันทึก" ประโยคประจำกายของเราไว้ ถึงใครล่วงรู้ก็ไม่เป็นไร เพราะระบบจะวิเคราะห์จากเนื้อเสียงของเราเท่านั้น (ไม่แนะนำให้คุณสุทธิชัย หยุ่น ใช้ระบบนี้ เนื่องด้วยมีคนเลียนแบบเสียงท่านได้หลายคน...รวมถึงผมด้วย...คร่าบบบ!!) หลายคนตั้งข้อสังเกตไว้ว่า 'หากวันใดเป็นหวัดเสียงเปลี่ยน แล้วจะเข้าใช้งานเครื่องได้อย่างไรกันหึ?' ก็ต้องบอกว่าการ Authentication หรือยืนยันตัวตนไม่ได้มีวิธีเดียวครับ ไม่ได้ด้วยวิธีหนึ่ง ก็จะมีวิธีสำรองให้เสมอ เช่น กรอก Password แบบปกติ หรือ วาด Pattern ปลดล็อกเหมือนบนโทรศัพท์ Android ทั่วไป (มีการยืนยันอีกรูปแบบด้วย "หน้าตา" เราด้วยนะครับ เรียกว่า Face Unlock อันนี้ถือเป็นมาตรฐานบน Android 4.0 ขึ้นไป)
เรื่องความเด่นเรื่องการใช้เสียงบน Galaxy SIII ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ครับ ซัมซุงเข็นระบบ SVoice หรือสั่งการด้วยเสียงออกมาสู้กับแม่ Siri ของ Apple รองรับได้ 8 ภาษา (แน่นอนว่ายังไม่มีภาษาไทยนะจ้ะ) ตรงนี้ยังบอกไม่ได้ว่าเลิศแค่ไหน เพราะยังไม่ได้ทดลองด้วยตัวเอง เอาเป็นว่า 15 มิถุนายนเจอกันในไทยครับ! (นี่ขนาดไทยซัมซุงยังไม่ได้แพลมออกมาเลยนะ... หนุ่ยรู้-โลกก็ต้องได้รู้ครับ! คุณผู้อ่านที่รัก)
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจวบจนถึงวันนี้ บริษัทไทยซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ ได้ส่งสื่อมวลชนสายไอทีในไทยไป "จับ Galaxy SIII" ในเกาหลี (ส่งเครื่องมาคุ้มกว่าไหม?) เขาตั้งใจให้นักข่าวไทย, Blogger ไปทึ่งกับสำนักงานใหญ่ รายการแบไต๋ไฮเทคของเราก็ส่ง "พี่หลาม จิ๊กโก๋ไอที" ไปร่วมทริปนี้กับชาวคณะ ทำให้พี่หลามได้ขึ้นแท่น "คนไทยกลุ่มแรกที่ได้เอามือไปสัมผัส Galaxy SIII ถึงถิ่นซัมซุง ณ กรุงโซล"
วันจันทร์ที่ผ่านมาผมอยู่กรุงเทพฯ แท้ๆ แต่ปีเตอร์กวงควงมือถือผู้คร่ำหวอดในวงการได้นำ "Galaxy SIII ฉบับ Engineer" คือเนื้อในใช่ทุกอย่างแต่ถูกห่อหุ้มด้วยเคสปลอม (เพื่อป้องกันภาพหลุด) มารีวิวในรายการแบไต๋ไฮเทค ทาง MangoTV (วันจันทร์) ความเห็นส่วนตัวที่มีต่อ Galaxy SIII คือประมวลผลได้เร็วจริง ความเป็น Android 4 ดูครบเครื่องกว่าแม่แบบตัวแรกอย่าง Galaxy Nexus ที่กูเกิ้ลให้ซัมซุงผลิตก่อนหน้านี้
ซัมซุงมีสายการผลิต CPU หรือหน่วยประมวลผลกลางเป็นของตัวเอง "Exynos" ความเร็ว 1.4Ghz X4 แกนสมอง และผลิตจอชนิดต่างๆ ได้เอง ผลิตเองประกอบเอง ในขณะที่ Apple นั่งออกแบบจากแคลิฟอร์เนียแล้วส่งมาจ้างโรงงานนรก Foxxcon ที่จีนผลิตให้ ซึ่งก็ถือว่าทำงานแบบสบายตัวกว่าการแบกภาระโรงงานเฉกเช่นในอดีต (ผลงานทิมคุก CEO คนปัจจุบันของ Apple ที่ในอดีตทำแผนนี้เสนอ สตีฟ จ็อบส์ ให้เลิกผลิตเอง แล้วเปลี่ยนมาบริหาร Supply Chain อย่างชาญฉลาด)
เมื่อเทียบรวม "แต้มต่อ" ที่ซัมซุงมีมากกว่า iPhone4S ในฐานะที่ออกมาทีหลังดังกว่า (ฤา?) ก็นับว่า "น่ากลัวทีเดียว" สำหรับอธิปไตยทางยอดขายของ Apple ที่ต้องเข็น iPhone รุ่นถัดไปให้ออกมาดีกว่า เนื่องด้วย "เพชฌฆาต" มาเคาะประตูที่หน้าบริษัทแล้ว
การเปิดตัว Galaxy SIII ด้วยสเปกขั้นเทพในค่ำคืนของวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา นอกจากที่ผมจะเห็นภาพความผงาดของเกาหลีบนเวทีโลก ในตอนนั้นผมเห็นภาพลางๆ ของชาย 2 คนที่ชื่อ ทิมคุก กับเซอร์ โจนาทาน ไอฟ์ (นักออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Apple) ใช้ iPhone4S โทรศัพท์หากันด้วยบทสนทนาว่า
ทิมคุก : ไอฟ์... ที่ผมเคยบอกคุณว่า iPhone รุ่นหน้าคุณไม่
ต้องออกแบบอะไรใหม่น่ะ...ผมขอยกเลิกคำสั่งนะ!
โจนาทานไอฟ์ : ได้ครับเจ้านาย.. แล้วเจ้านายช่วยยกเลิกคำสั่ง
ที่ตั้งชื่อมันว่า "The New iPhone" ด้วยนะครับ เพราะผมว่ามันน่าจะถึงเวลาตั้งชื่อแบบไม่
หักหลังชาวโลกได้แล้ว!
(ฮา)
.............................
(หมายเหตุ 'มือถือใหม่ที่หมายจะปลิดชีพ iPhone' : หนุ่ยรู้โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ twitter : @nuisho / @beartai)



