
Social Television
Social Television : มองผ่านเลนส์คม โดย... "จ๋า-ยศสินี ณ นคร" twitter : @yossieBistro
“โอมมมมม ให้ช้างลืมโขลง โอม ให้โขลงลืมไพร โอม ให้มันร้อนเร่า โอม ให้มันรักใคร่ โอมมมมม ให้มันอยู่ไม่ได้!!!”
“กี๊ซซซซซซซซซซซซซ พ่อเสมา ทำไมมันล่ำ ทำไมขาวโอโม่ขนาดนี้ละพ่อคุณ”
นี่คือตัวอย่างน้ำจิ้มเบาๆ ของสิ่งที่เกิดขึ้นบนไทม์ไลน์ของแทบจะทุกคนในช่วงเวลาละครหลังข่าว หรือเวลาไพรม์ไทม์ (Prime-time) ของแต่ละวัน นี่ยังไม่ต้องไปพูดถึงบรรดากระทู้รายงานสดทั้งหลายแหล่ที่พร้อมใจกันมาลงชื่อร่วมกันดูและวิจารณ์ละครกันไปอย่างดุเดือด เลือดสูบฉีด กรี๊ดจิกหมอน ตบท้ายด้วยการแคปรูปจากจอทีวีมาแปะกันชนิดนาทีต่อนาที เรียกว่าถ้ามีช็อตเด็ดคนดัง ไม่ว่าจะเป็นเลิฟซีนณเดช-ญาญ่า ฉากน้องหมากอาบน้ำ ฉากเสื้อแหวกอกของพ่อเสมา หรือว่าฉากจิกหัวตบอีแพง รับรองว่าเรื่องนี้มีขยายอย่างแน่นอน
เมื่อคราวที่หญิงยศไปดูงานที่โทรทัศน์ที่เมืองคานส์กับนายประวิทย์และเหล่าผู้จัดละครท่านอื่นๆ นั้น ก็มีโอกาสไปนั่งฟังบรรดาบริษัทใหญ่ๆ เขามาแจกแจง อธิบายถึงเทรนด์ของการดูโทรทัศน์ที่เปลี่ยนไป เรียกว่าหัวข้อนี้เป็นพระเอกหลักของงานในปีนี้กันเลยทีเดียว
เขาเรียกมันว่า Social Network versus Social Television ค่ะ
จากปรากฏการณ์ของ Social Network ต่างๆ นั้น ทางบริษัทยักษ์ใหญ่โดยเฉพาะสินค้าต่างเขาถือว่านี่คือการเปิดประตูสู่ผู้บริโภคโดยตรงครั้งยิ่งใหญ่ การวัดเรตติ้งก็มาจากการกดไลค์ เมื่อเข้าไปดูว่าใครกดไลค์ก็จะพบกับผู้บริโภคตัวเป็นๆ ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ไม่ใช่เพียงแต่ข่าวลือในตำนานของกล่องวัดเรตติ้งที่ไม่เคยมีใครได้เห็นหน้าตาที่แท้จริงของมัน เหตุนี้ล่ะค่ะ สินค้าต่างๆ รวมทั้ง Social Network ตัวเป้งๆอย่าง MySpace, Google, Facebook, YouTube ก็เริ่มจะเห็นความเป็นไปได้ในโลกทีวี ขณะเดียวกันบรรดาสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ก็เริ่มเห็นตลาดผู้บริโภคที่หอมหวานจากโลกไซเบอร์เช่นกัน แหม จ้องกันไป เหล่กันมา ก็เริ่มอยากจะสะกิดให้มาร่วมหอลงโลงกันจริงๆ
และความเป็นไปได้มันก็มีอยู่สูงมากซะด้วย แต่จะไปในทิศทางไหนนั้น รอหญิงยศอาทิตย์หน้านะคะ ... ท่านผู้ชม...
..............................
(หมายเหตุ Social… Television : มองผ่านเลนส์คม โดย... "จ๋า-ยศสินี ณ นคร" twitter : @yossieBistro)



