บันเทิง

'เวียดนาม'(ต่อ)

'เวียดนาม'(ต่อ)

14 พ.ค. 2555

'เวียดนาม'(ต่อ) : มองโลกแบบวิกรม โดย... วิกรม กรมดิษฐ์

           ผมได้ผ่านไปเที่ยวที่ เมืองไฮฟอง (Hai Phong)และ เมืองกว่างนิงห์ (Quang Ninh)  ไฮฟองเป็นเมืองท่า  ที่มีท่าเรือคล้ายกับท่าเรือคลองเตยของไทยเรา  แม่น้ำที่ไฮฟองใช้เป็นท่าเรือนั้นเป็นแม่น้ำที่ไหลออกไปทะเล  และมีเรือเข้า-ออกเพื่อรับส่งสินค้า  แต่แท้จริงในไฮฟองน้ำลึกเพียง 7 เมตร และ 9 เมตรเมื่อน้ำขึ้น  แต่ที่กว่างนิงห์ที่ติดกับไฮฟองนั้น  เป็นท่าเรือที่โดยธรรมชาตินั้นน้ำลึกประมาณ 13-14 เมตรทีเดียว  ฉะนั้นไฮฟองและกว่างหนิงจึงกลายเป็นประตูเข้าออกให้กับเวียดนามตอนเหนือ 

           ในวันนี้ไฮฟองและกว่างหนิงมีความสำคัญต่อเวียดนามมาก  เพราะปัจจุบันนี้เวียดนามนั้นได้กลายเป็นประเทศหน้าประตูของอาเซียนไปแล้ว  เพราะพื้นที่ของเวียดนามติดกับจีนใน มณฑลกวางสี (Guangxi)  ในขณะเดียวกันนั้นก็อยู่ใน อ่าวตังเกี๋ย (Gulf of Tonkin)  ซึ่งเป็นอ่าวที่ชายทะเลติดกับจีน 

           ปัจจุบันนี้การพัฒนาเศรษฐกิจของเวียดนามขยายตัวอย่างมาก  ขณะเดียวกันอาเซียนจะเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 2 ปี 9 เดือนเท่านั้น  ฉะนั้น ญี่ปุ่นจึงให้ทุนในการสร้างท่าเรือน้ำลึก  มูลค่าถึงพันล้านดอลลาร์สหรัฐทีเดียว  เพื่อให้เวียดนามได้สร้างท่าเรือน้ำลึกที่ไฮฟองนั่นเอง 

           วันนี้หากมาดูว่า ไฮฟอง นั้นกลายเป็น ท่าเรือน้ำลึก  และจะกลายเป็นประตูนำเข้า-ส่งออกของเวียดนามเหนือทั้งหมด  ที่สำคัญคือเวียดนามเหนือนั้นมีการส่งออกอย่างมาก  และมีการขยายตัวของเศรษฐกิจที่สูงมาก  รวมไปถึงท่าเรือไฮฟองนั้นมีสนามบินที่อยู่ใกล้ๆกัน  คนที่จะไป เที่ยวฮาลองเบย์ (Ha long bay)  ซึ่งฮาลองเบย์ได้เป็นสิ่งมหัศจรรย์  ที่กำลังถูกคัดเลือกให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก  ฮาลองเบย์กลายเป็นสถานที่ที่วันนี้ทุกคนหากไปเวียดนามเหนือแล้วส่วนใหญ่จะแวะไปที่ฮาลองเบย์  เพราะฮาลองเบย์นั้นมีเกาะอยู่ถึง 2,000 เกาะ  ที่เป็นเกาะเล็กเกาะน้อยตั้งอยู่ 

           ที่เมืองกวางบิงห์ (Quang Binh)  ที่อยู่ทางตอนใต้ของฮานอยเล็กน้อย  ที่นั่นมีถ้ำที่เรียกว่าถ้ำพาราไดซ์ (Paradise Cave)  ถ้ำนี้มีความยาวประมาณ 40 กว่ากิโลเมตร  หากว่าไปแล้วตั้งแต่ผมเกิดมา  ผมยังไม่เคยเห็นถ้ำที่ใดมีความสวยงาม  มีความกว้างใหญ่  และที่สำคัญ คือรัฐบาลเวียดนามเพียงแค่สร้างเป็นสะพานมีไม้กั้นเท่านั้นคนก็สามารถไปเที่ยวกันได้  ไม่มีใครไปทำลายธรรมชาติที่ออกนอกแนวทางเดินเลย  แสดงให้เห็นว่าคนเวียดนามมีวินัยมาก  ทำให้ถ้ำที่สวยงามเป็นธรรมชาตินี้ยังคงสวยงามต่อไป 

           วันนี้ ผมนำมรดกทางธรรมชาติที่เวียดนามใช้สำหรับการทำธุรกิจท่องเที่ยวมาเล่าให้ฟัง  เพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้ฟังได้มาชมและอาจนำไปใช้ที่ประเทศไทยบ้าง
.............................
(หมายเหตุ 'เวียดนาม'(ต่อ) : มองโลกแบบวิกรม โดย... วิกรม กรมดิษฐ์ <http://www.facebook.com/VikromKromadit>  )