
'ละครไทย...ทำไม?'
'ละครไทย...ทำไม?' : มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์
ได้รับข้อความจากทางบ้าน น่าสนใจดี ลองอ่านดูนะคะ
เรียนคุณนันทพร เจ้าของคอลัมน์
ติดตามผลงานคุณมานานแล้ว อยากจะแลกเปลี่ยนเพราะเห็นว่าเป็นคนที่ชอบละครเหมือนกัน ว่าจริงๆ แล้วใครเป็นคนกำหนดความเน่าของละครไทย คนทำหรือคนดู
เพราะว่าตามประวัติศาสตร์ละครไทย ละครน้ำเน่าครองเมืองมาตลอดตราบจนวันนี้ อย่าง บ่วง ผีอีแพง ที่ฮอตเหลือเกิน และดอกโศก เป็นตัวอย่างของละครน้ำเน่ายุคนี้ที่ได้รับความนิยม โฆษณาเข้าเรตติ้งสูง ทราบมาว่าฮอตถึงขนาดต้องเพิ่มตอนลงไป
นายจเร สุขชาญ
ตอบคุณจเร...ขอบคุณที่ติดตาม นานๆ จะได้ยินเสียงของผู้ชายที่ชอบดูละคร น่าจะมีความสุขนะคะ
สำหรับละครที่พูดถึง 2 เรื่อง ต้องยอมรับว่าเป็นละครที่เรตติ้งดีจริงๆ เรียกว่าสลับช่องมือเป็นระวิง ระหว่างช่อง 3 และช่อง 5 เรื่อง "ดอกโศก" คุณบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ต้นสังกัด ถึงกับสั่งให้ขยายตอนออกไปอีก
เรื่อง "บ่วง" ยกให้ผีอีแพง ที่นับวันยิ่งร้ายขึ้นไปทุกที ออกมาแต่ละฉาก สะกดคนดูแบบอั้นฉี่กันทีเดียว ยิ่งซีนที่ต้องปะทะฝีปากกับคุณหญิงอบเชย เมื่อไหร่เมื่อนั้น ทั้งสะใจและน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด
มาเข้าเรื่องดีกว่า ที่ถามว่าใครเป็นคนกำหนดความเน่าของละครไทย ขอตอบจาก "ที่เห็นและเป็นไป" ว่าทุกครั้งที่พล็อตน้ำเน่าออกจอเมื่อไหร่ จะเห็นว่ามีคนดูติดกันงอมไปทุกครั้ง ยิ่งเรื่องที่ พระเอกโง่ นางเอกน่าสงสาร นางอิจฉาโค-ตะ-ระร้าย คือถ้าสามารถกระจายความอำมหิตได้ทั้งสีหน้า แววตา และเสียงที่แผดยิ่งถูกใจ ส่วนตัวรองๆ ประเภทแม่ผัวสุดร้าย แม่ยายสุดโหด ก็เข้าทาง (หลังๆ ตัวร้าย จะปรับเป็นร้ายลึก หรือแสร้งร้ายเพื่อแหกตาพระเอก แบบว่าแอ๊บทุกคนเพื่อให้ตัวเองดูดี)
ละครแนวนี้ ถูกด่าเสมอจากคนดูที่รู้สึกว่าตัวเองมีกึ๋น แต่สำหรับคนดูทั่วไปที่เป็นส่วนใหญ่ของประเทศบอกว่าดูแล้วมันสนุก สะใจ ได้ลุ้น ได้เป็นส่วนหนึ่งของตัวละคร คอยลุ้นคอยเชียร์นางเอก และเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเมื่อถูกนังร้ายกลั่นแกล้ง แม้ท้ายที่สุดจะรู้ว่าผลลัพธ์จะออกมายังไงก็ตาม
เรตติ้งละครแนวนี้ถึงได้สูงลิ่ว เพราะคนดูนั่งเฝ้ารอช่วงเวลาแห่งความสุข ความทุกข์ ความเศร้า และความแค้น !
นอกจากเกิดอารมณ์ร่วมไปกับตัวละครแล้ว ยังมีเรื่องให้ได้เม้าท์ในตอนเช้ากับเพื่อนได้อีก มันทำให้ลืมความเหนื่อยยากจากงาน ลืมว่าวันนี้มีเงินในกระเป๋าเท่าไหร่ไปชั่วขณะ
เคยคุยกับนักเขียนชื่อดังหลายคน ท่านบอกว่าเนื้อหาในนวนิยาย หรือบทโทรทัศน์ ส่วนมากร้อยเนื้อทำนองเดียว คือพล็อตจะคล้ายๆ กัน เพียงแต่ใส่ลูกเล่น ลีลาการเล่าเรื่อง และสีสันตัวละครเท่านั้น
สำหรับดิฉันขอเพียงมีเหตุมีผล สมจริง สนุก นักแสดงเล่นดีก็พอแล้ว
เมื่อเรตติ้งดี พล็อตเรื่องไม่ซับซ้อน ยิ่งนำเรื่องดังๆ ที่เคยสร้างมาแล้ว ยิ่งประกันความผิดหวัง
ไม่ว่าโลกจะก้าวไปแค่ไหน มันไม่เกี่ยวเลย
เพราะนี่คือเสน่ห์ของละครไทย ที่ไม่ว่าผู้จัด เจ้าของสถานี นักแสดง รวมทั้งสปอนเซอร์ก็ต้องเทหน้าตักให้
มันเป็น "ศาสตร์" และ "ศิลป์" ที่ทำให้เรื่องประโลมโลกย์ มาประโลมใจในยุคที่คนดูที่ไขว่คว้าหาความสุขได้ยากเย็นเหลือเกิน
เมื่อความสุขเดินเข้ามาหาถึงห้องนอน ใครเล่าจะปฏิเสธ
ส่วนจะเห็น "เงาจันทร์" ใน "น้ำเน่า" หรือไม่นั้น ปล่อยให้แต่ละคนคิดเอาเอง...ดีมั้ย
.............................
(หมายเหตุ 'ละครไทย...ทำไม?' : มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์)



