
คารมเป็นต่อรูปหล่อไม่เป็นรอง'พอร์ช-ศรัณชย์'
คารมเป็นต่อรูปหล่อไม่เป็นรองกับหัวใจไร้คนจองของ'พอร์ช'ศรัณย์ : สกู๊ปบันเทิงวันเสาร์ โดย... ดวงใจ สอาดจิตต์/ เบญจภรณ์ อำไพรัตนพล
ขึ้นแท่นเป็นพระเอกหนุ่มสุดฮอต เจ้าเสน่ห์ของช่อง 7 สี สำหรับ "พอร์ช-ศรัณย์ ศิริลักษณ์" หลังจากละครบู๊เรตติ้งดีเรื่อง "ลูกผู้ชายไม้ตะพด" เพิ่งลาจอไปได้ไม่นาน ล่าสุดเขากำลังจะมีผลงานละครเรื่องใหม่ "หยกเลือดมังกร" ประกบดาวรุ่งมาแรง "มีน" พีชญา วัฒนามนตรี งานนี้ "บันเทิง คม ชัด ลึก" และรายการ "ซุป'ตาร์ในดวงใจ" ทางช่อง แมงโก้ทีวี ไม่พลาดที่จะคว้าตัวหนุ่มฮอตมาค้นความลับในหัวใจว่า พระเอก อัธยาศัยดี ขี้เล่น เป็นกันเอง จนมีกระแสข่าวกับสาวๆ ตล้อด หนุ่มพอร์ชจะเคลียร์ยังไง...เดี๋ยวรู้จ้า
ผลงานละคร
000กระแสตอบรับละครเรื่อง "ลูกผู้ชายไม้ตะพด"
ความจริงถือว่ากระแสดีมาก เวลาที่ไปต่างจังหวัด เด็กๆ ไม่ได้เรียกเราว่า "พอร์ช" แต่เรียกเราว่า "ไม้" ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมดีใจมาก เพราะทำให้เรารู้ว่า เขาดูละครของเราจริงๆ เพราะมีน้องๆ ที่เขาซื้อไม้ตะพดแล้วใส่หน้ากาก วิ่งมาเรียกผมว่า "พี่ไม้ๆ" ผมปลื้มมากเลย ถือว่าประสบความสำเร็จ ส่วนในกรุงเทพฯ มีแบบนี้เหมือนกัน แต่เยอะจริงๆ ต้องเป็นต่างจังหวัด
000ฉากจูบจริงกับ "ฉัตร" ปริยฉัตร ลิ้มธรรมมหิศร เป็นอย่างไรบ้าง
ผมเขินนะ เพราะเราเป็นเพื่อนกัน ก่อนถ่ายคิดว่าไม่มีอะไรหรอกมั้ง แต่พอถ่ายจริงๆ ผมเขินสิ! เพราะประเด็นสำคัญคือมีคุณแม่ของฉัตร นั่งดูระหว่างถ่ายทำตลอด (หัวเราะ) นั่งจ้องเลย แต่จริงๆ ผมซี้กับแม่ฉัตรอยู่แล้ว คุณแม่จะแซวว่า "ระวังนะพอร์ช" เขาทำเหมือนพูดเล่นๆ นะ ซึ่งความจริงผมรู้ว่า เขาหวงจริงแหละ แต่ทำท่าเล่นๆ ไว้ก่อน (ยิ้ม)
000ความสัมพันธ์กับ "ฉัตร" สามารถพัฒนาไปมากกว่านี้ไหม
โอกาสพัฒนาผมว่ามันยากมากนะ เรารู้จักกันมานาน ความรู้สึกคือเป็นเพื่อนกันมากกว่า
000ละครเรื่องนี้ ได้ร้องเพลงประกอบด้วย "สักวันต้องได้ดี"
ต้องขอบอกว่า ผมจะมีคนรายงานกระแสตอบรับตลอด คือคุณพ่อของผมเปิดร้านอาหารอยู่ จ.จันทบุรี จะคอยบอกว่าที่ร้านมีคนขอเพลงตลอด รวมถึงมีคนขอตามคลื่นวิทยุด้วย เขาก็จะเล่าให้ฟัง แต่ในจังหวัดอื่นผมไม่รู้นะ (หัวเราะ)
000อยากเป็นนักร้องจริงๆ บ้างไหม
อยากทำนะ ตอนเด็กๆ ผมอยากเป็นนักร้อง และเคยเล่นดนตรีเหมือนกัน แต่พอเราได้ทำงานด้านการแสดง รู้สึกว่าสนุกดี เพราะพอเราเป็นนักแสดง ก็จะได้ร้องเพลงในงานโชว์ตัวด้วย แต่ถ้ามีโอกาสได้ทำเพลงจริงๆ ผมก็อยากทำ ถามว่าผมถนัดอะไรมากกว่ากันระหว่างร้องเพลงกับการแสดง คือร้องเพลง ผมทำเป็นประจำอยู่แล้ว แต่การแสดงจะมีอะไรที่แปลกใหม่ตลอด ตื่นเต้นมากกว่า ทำให้ผมอยากจะทำให้เก่งขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้าให้เลือกระหว่างนักร้องกับนักแสดง ผมเลือกการแสดงดีกว่า เพราะนักร้องถ้าชอบ เราสามารถไปร้องเพลงโชว์ตัวได้ เพราะการเป็นนักแสดง ความจริงต้องทำอะไรได้หลากหลายเหมือนกัน
ผลงานละครเรื่องใหม่
000ละครเรื่องใหม่ "หยกเลือดมังกร" ที่ได้เล่นกับ "มีน" พีชญา คาแรกเตอร์เป็นอย่างไรบ้าง
คาแรกเตอร์ของผมจะเป็นลูกเจ้าพ่อ ละครออกแนวจีนๆ หน่อย มีเรื่องราวที่เราต้องพลัดพรากกับพ่อ สุดท้ายได้ไปอยู่สลัมตั้งแต่เกิด โดยไม่รู้ว่าพ่อของเราคือใคร ต้องสู้ชีวิต มีรับจ้างต่อยมวย และได้เป็นนักเรียนนายร้อย แล้วในเรื่องนางเอกจะตาบอด เราอยากช่วยเขา เลยโดนแก๊งมาเฟียวางเงื่อนไขว่า ถ้าอยากได้เงินต้องไปฆ่าคนคนหนึ่ง โดยที่เราไม่รู้ว่าเขาคือพ่อ เรื่องนี้บู๊เยอะเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะหนักไปทางแอ็กชั่นที่ต้องใช้ปืน และมีฉากสวยๆ อย่างโหนเชือกลงมายิง
000รู้สึกว่า พอร์ช จะได้รับบทบู๊ตลอดเลย
ความจริงเรื่องนี้ เป็นของพี่ธง (ธงชัย ประสงค์สันติ) และเขากำกับเองด้วย ซึ่งผมเคยถ่ายละครเรื่อง "มนต์รักแม่น้ำมูล" กับพี่ธง เขาเคยบอกเอาไว้ว่าจะทำหนังเรื่องหนึ่ง เนื้อเรื่องประมาณนี้แต่ใช้ชื่อเรื่องว่า "สลัมไฟท์ติ้ง" สุดท้ายปรับไปปรับมาจนลงตัวที่ "หยกเลือดมังกร" และพี่ธงอยากให้ผมเล่น พอดีว่าทางช่องอนุมัติให้เล่น ทำให้ได้กลับมาร่วมงานกับพี่ธงอีกครั้งหนึ่ง รู้สึกดีใจมาก
พรีเซ็นเตอร์คนใหม่
000โฆษณาหนังสั้นที่ร่วมแสดงกับซูเปอร์สตาร์อย่าง "อั้ม" พัชราภา ไชยเชื้อ เป็นอย่างไรบ้าง
เกร็งนะ เพราะเรากลัวว่าจะทำให้งานของเขาช้า เพราะเขาดูบทแป๊บเดียวสามารถเล่นได้เลย ผมเครียด กลัวเทก แต่พอเล่นจริงๆ พี่อั้มน่ารักมาก นิสัยดี เขาจะบอกว่า ไม่เป็นไรน้อง พี่โอเค ทำให้เราคลายความเครียดลงไปได้ เพราะก่อนหน้าที่จะถ่ายผมรู้สึกกดดันไปก่อนด้วย แต่พอเจอจริงๆ พี่อั้มเป็นกันเองน่ารักมาก
000ได้ร่วมงานกับผู้หญิงสวยขนาด "อั้ม" มีหวั่นไหวบ้างไหม
เรียกว่าผมปลื้มเขามากกว่า เพียงแต่มองแล้วคิดว่า พี่เขาสวยจริงๆ นิสัยดี น่ารัก เฟอร์เฟกท์ มีคนแบบนี้ด้วยเหรอ (ยิ้ม) แต่ไม่ถึงขนาดหวั่นไหวหรอก แค่ปลื้มที่พี่เขาเป็นนักแสดงมืออาชีพ มีความสามารถ สวย ทำงานเก่ง ฉลาด มีครบ สเปกเลย แต่ถ้าให้จีบคงไม่ไหวหรอก เพราะคู่แข่งเยอะ (หัวเราะ) ผมชื่นชมพี่เขาในเรื่องของการทำงานมากกว่า
อาการป่วย
000อาการป่วยข้อต่อขากรรไกรอักเสบ
ตอนนี้ดีขึ้นเยอะแล้ว ตอนแรกกรามผม 2 ข้างมันขยับได้ แต่ตื่นเช้าขึ้นมามันจะดังกึกๆ เราก็ไม่รู้เป็นอะไร แต่ไม่ได้ไปหาหมอ พอดีผมไปผ่าฟันคุดทีเดียว 3 ซี่ปรากฏว่าพอแผลหายปุ๊บผมอ้าปากไม่ได้ อ้าได้นิดเดียว แล้วเคี้ยวของแข็งไม่ได้เลย พวกถั่ว แอปเปิ้ล ฝรั่ง ทานไม่ได้เลย ตอนนี้ยังเจ็บอยู่ตอนกัดของแข็ง แต่ตอนนี้ดีขึ้น ซึ่งการรักษายากเหมือนกัน ต้องใช้เวลาเป็นปี คุณหมอจะให้เครื่องมือมาใส่ไว้ในปากตอนนอน เพื่อป้องกันการนอนกัดฟัน แต่สาเหตุจริงๆ ที่ป่วย หมอยังหาไม่ค่อยได้ และอาจจะไม่หายขาด เวลาที่ถ่ายละครมันเป็นอุปสรรค เพราะเราอ้าปากเยอะแล้วเจ็บ ต้องพูดปากเล็กๆ แล้วมันตลก แต่หลังๆ ไม่เป็นแล้ว ชิลๆ
ชีวิตในวงการ
000ตอนนี้ "คุณแดง" สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ไม่อยู่แล้ว มีผลกระทบอะไรบ้างไหม
ในเรื่องของงานไม่มีนะ แต่ผมคิดถึงท่านมากกว่า เพราะว่าผมเข้าช่อง 7 ได้ เพราะคุณแดงรับด้วย ถามว่าคุณแดงมีแนะนำอะไรมั้ย คือผมโดนแนะนำเรื่องเดียวคือการพูด ส. ไม่ชัด แต่ตอนนี้ดีขึ้น เพราะเมื่อก่อนเวลาเจอหน้าคุณแดง ท่านจะถามว่าพูด ส. ชัดหรือยัง โดนเรียกไปนั่งข้างๆ ให้หัดพูด ส. ให้ชัด และจะมีประโยคยาวๆ ที่ ส. เยอะมาก คุณแดงให้เอามาหัดพูด ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เราได้แก้ไขปรับปรุงส่วนที่บกพร่องด้วย
000วงการให้อะไรกับเราบ้าง
ตอนแรกที่เราเข้าวงการ เราแค่อยากได้เงิน แต่ว่าพอเราทำงานไปปุ๊บ มันได้อะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น ได้ทั้งเพื่อนใหม่ ได้เรื่องวินัย และความตรงต่อเวลา ทำให้เราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เพราะอายุของผมตอนนี้ ถ้าไม่ได้เข้ามาทำงานก็ยังเที่ยวเล่นอยู่ บางทีทำงานเยอะๆ เราจะคิดว่า ไม่มีเวลาไปเที่ยวกับเพื่อนเลย แต่พอมาคิดอีกที ผมทำให้พอแม่ภูมิใจ คิดแค่นั้นจบเลย
000คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจมากไหม
ภูมิใจมากนะ เพราะเมื่อก่อนผมอยากเป็นหลายอย่างมาก ตอนอยู่ ม.2 อยากเป็นนักกีฬา ไปคัดตัวเป็นนักบาสเกตบอล ติดโรงเรียน "ทิวไผ่งาม" กับ "กรุงเทพคริสเตียน" เขาให้เรียนฟรีด้วย เพราะมีโควตานักกีฬา แต่อยู่ดีๆ ก็ติสต์ ไม่ไปเรียน เพราะอยากเล่นดนตรี คุณพ่อจะชอบว่าผมเป็น "เป็ด" ทำได้ทุกอย่างแต่ไม่ดีสักอย่าง พอมาถึงวันนี้คุณพ่อปลื้มใจมาก เขาบอกกับผมว่า ป๊าเคยประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ไม่ภูมิใจเท่าลูกประสบความสำเร็จในวันนี้ ทำให้ผมปลื้มมาก (ยิ้ม)
ย้อนวันวาน
000ตอนเด็กๆ ถูกเลี้ยงดูมาอย่างไร
ความจริงคุณพ่อ คุณแม่จะเลี้ยงแบบปล่อยมาก อยากทำอะไรทำ แต่ต้องมีเหตุผล อย่างมีครั้งหนึ่ง ตอนนั้นผมอายุ 14 อยากไปเที่ยวเกาะสเม็ดกับเพื่อนๆ แต่คุณพ่อไม่ให้ไป ผมเลยบอกพ่อว่า ป๊าพอร์ชโตแล้วนะ!! พูดด้วยอารมณ์ของเด็กๆ พ่อเลยว่าบอก โตแล้วใช่มั้ย งั้นต่อไปนี้รีดผ้าซักผ้าเองสิ แล้วจะให้ไป ผมเลยตอบว่า "เอา" หลังจากนั้น ทำให้ผมต้องซักผ้ารีดผ้าเอง เรารู้เลยว่า การที่เราได้ทำอะไรเอง มันเหมือนเป็นการฝึกวินัย เพราะช่วงหลังเวลาเพื่อนชวนไปเที่ยว ผมจะบอกว่า เฮ้ย! ยังไม่ได้รีดผ้าเลย (หัวเราะ)
000ที่บ้านขายอาหารอะไร
ที่บ้านทำร้านอาหาร ขายสเต๊ก ชื่อร้าน "แจม" อยู่ อ. ท่าใหม่ แต่เวลาไปจันทบุรี ถ้าจะหาร้านผม ต้องถามว่าร้าน "น้องพอร์ช" อยู่ร้านไหน เพราะชื่อร้าน "น้องพอร์ช" เนี้ย ได้มาก่อนที่จะเป็นนักแสดงอีก ตอนนั้นผมเป็นนักดนตรีเล่นดนตรีตามร้านอาหาร ก็จะโปรโมทร้านตลอด
สลัดคราบพระเอก
000ตัวตนเป็นคนอย่างไร
ความจริงผมเป็นคนขี้เล่นนะ สนุกสนานไปเรื่อยๆ (หัวเราะ) เป็นคนไม่เก็บเรื่องอะไรมาเครียด เวลามีเรื่องอะไรเครียดๆ พอไปเจอเพื่อน ผมหายแล้ว ลืมเรื่องที่เครียดเลย
000เวลามีข่าว เคยท้อบ้างไหม
เรื่องข่าวมีช่วงแรกๆ นะ แต่มีพี่คนหนึ่งมาบอกว่า อย่าคิดมากข่าวพวกเนี้ยปวดหัว คิดว่าเป็นเรื่องตลกชิลๆ ไป ผมก็คิดอย่างนั้น มีข่าวก็มีไป บางทีนักข่าวมาถามเรื่องซีเรียสกับผม แต่ผมไม่ซีเรียสเลยนะ เพราะเราไม่เครียดจริงๆ เฉยๆ ปล่อยวาง บางคนอาจจะซีเรียสมากกว่าผมอีก
000ชอบดูดวงมาก
ดูบ้าง ไม่ได้อะไรมากมาย ผมเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษมากกว่า เพราะดูดวงผมจะเชื่อ 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะเวลาที่เขาทักอะไรมา ถ้าเราเชื่อมากเราจะเครียด เชื่อบ้าง และเชื่อตัวเองด้วย และผมเป็นคนชอบทำบุญ บางครั้งไปทำงานตอนเช้าเห็นพระท่านเดินอยู่ ขับรถปาดหน้าพระเลย เพราะกลัวว่าท่านจะไป แล้วลงไปซื้อของในเซเว่นฯ หรือถวายปัจจัย ด้วยความที่เราอยากทำบุญมาก แต่ไม่ค่อยมีเวลา (หัวเราะ)
หัวใจหนุ่มฮอต
000สถานะหัวใจเป็นอย่างไร
โสดอยู่ แต่มีคนโทรคุยก็มีบ้าง มันต้องมีอยู่แล้ว ผมไม่โกหกหรอก แต่เรื่องแฟนผมจะใช้เวลานานมาก เวลาที่ผมคุยกับใคร ผมคิดว่าตอนแรกคนเราคบกัน คงไม่เผยความเป็นตัวเองออกมาหมดหรอก ต้องสร้างภาพให้ดูดีกันอยู่แล้ว เพราะผมก็ทำ แต่เวลาที่คบกันไปนานๆ นิสัยจริงๆ จะออกมา
000สเปกต้องผู้หญิงแก่กว่าไหม
ความจริงได้หมด แต่บางทีไม่ค่อยชอบรุ่นน้องเท่าไหร่ ถ้ารุ่นน้องนิสัยโตหน่อยโอเค เพราะผมเป็นคนมีเหตุผลนะเวลาทำอะไร ชอบคนมีเหตุผล เวลาทีเรื่องอะไรนมา จะถามก่อนว่าทำไม เพราะอะไรถ้าตอบได้เหตุผลน่าฟัง ผมโอเคไม่โกรธ แต่เหตุผลไม่น่าฟังเดี๋ยวเจอกัน (หัวเราะ)
000ดูเป็นหนุ่มอัธยาศัยดีมาก ความจริงเช้าชู้ไหม
คือผมเป็นคนอย่างนี้อยู่แล้วนะ คุยเก่ง บางทีเราเจอจะชวนคุยเล่นๆ เหมือนสนิทกันมาก (หัวเราะ) บางทีผมคุยกับคนๆ หนึ่ง แต่เรารู้อยู่แล้วว่าไม่มีอะไร เวลาที่คนภายนอกมองอาจจะคิดเป็นอย่างอื่นไปได้ เพราะเราคุยกันดูสนิทสนม แต่คือผมคุยแบบนี้กับทุกคนอยู่แล้ว เป็นนิสัยของเรา ผมเป็นคนเฟรนลี่ ไม่ได้คิดอะไรมากมาย มุมมองความรักของผม มันกว้างนะ รักพ่อแม่ รักสัตว์ และมีได้หลายแบบ แต่ความรักทำให้คนสองคนมาเจอกัน แต่ความเข้าใจสำคัญกว่า เพราะความเข้าใจทำให้เราอยู่กันนาน
จบเรื่องราวหนุ่มฮอต...แล้วจ้า
เขาคนนี้ชื่อ...ศรัณย์ ศิริลักษณ์
ชื่อเล่น พอร์ช
เกิดวันที่ 14 พฤศจิกายน 2534
ผลงานในวงการครั้งแรก ภาพยนตร์เรื่อง เการักที่เกาหลี ซอร์รี่ ซารังเฮโย
ผลงานละคร ลูกโขน มนต์รักแม่น้ำมูล เสน่ห์บางกอก โบ๊เบ๊ ลูกผู้ชายไม้ตะพด
.............................
(หมายเหตุ คารมเป็นต่อรูปหล่อไม่เป็นรองกับหัวใจไร้คนจองของ'พอร์ช'ศรัณย์ : สกู๊ปบันเทิงวันเสาร์ โดย... ดวงใจ สอาดจิตต์/ เบญจภรณ์ อำไพรัตนพล)



