บันเทิง

’13 สามเสน’ ดุลยสิทธิ์ สระบัว แอนด์ เบิร์ท ไดเวิร์ท (จบ)

’13 สามเสน’ ดุลยสิทธิ์ สระบัว แอนด์ เบิร์ท ไดเวิร์ท (จบ)

10 พ.ค. 2555

’13 สามเสน’ ดุลยสิทธิ์ สระบัว แอนด์ เบิร์ท ไดเวิร์ท (จบ) : มองผ่านเลนส์คม โดย... พรเทพ เฮง [email protected]

          ความรุ่งเรืองและร่วงโรยของวันคืนเก่าๆ ย่อมหวนระลึกอยู่ในความทรงจำเสมอ เฉกเช่นเดียวกับดนตรีบลูส์ที่ผสานเอาวันคืนที่ผ่านพ้น ดนตรีจากอดีตมาปลุกให้มีชีวิตตื่นเดินร่วมสมัยไปกับผู้คน

          ดุลยสิทธิ์ สระบัว กับ เบิร์ท ไดเวิร์ท (Bert Deivert) ได้ส่งสำเนียงบลูส์ที่พานพบกันของโลกตะวันตกและตะวันออกผ่านรอยทางเหล่านั้น ผ่านอัลบั้ม ‘13 สามเสน’ (13 Samsen) เป็นมิตรภาพทางดนตรีบลูส์ การเชื่อมโยงของประสบการณ์ ความเชี่ยวกรำทางดนตรี ซึ่งดึงออกมาจากภูมิหลังของความรู้สึก แรงบันดาลใจที่กลั่นหลอมพวกเขาออกมาในฐานะ ‘คนดนตรี’

          เบิร์ท เกิดที่บอสตัน ปัจจุบันอายุ 62 ปี แรงบันดาลใจทางดนตรีของเขามาจากการที่ได้เห็นมือกีตาร์ระดับเซียนแนวเดลต้า บลูส์, คันทรี บลูส์ และกอสเปล บลูลส์ ที่ชื่อ ซัน เฮ้าส์ เล่นออกทีวี ซึ่งเป็นเทคนิคการเล่นสไลด์กีตาร์ โดยใช้คอขวดไวน์สวมเป็นปลอกนิ้วในการเล่น จากจุดนั้นได้ส่งอิทธิพลต่อการเล่นกีตาร์และแมนโดลินของเขามาถึงทุกวันนี้
 
          บนถนนสายดนตรีบลูส์ของเบิร์ท เขาแสวงหาและตกผลึกในแวดวงดนตรีบนท้องถนนของซานฟรานซิสโกในยุคปี 2516-2517 ซึ่งเป็นการฝึกฝนทักษะและประสบการณ์ทางดนตรี บ่มเพาะประสบการณ์ และพบกับกลุ่มคนฟังที่ทึ่งในเทคนิคพิเศษของการเล่นดนตรีบลูส์ของเขา และกลายเป็นเสน่ห์ในเอกลักษณ์ของการสไลด์กีตาร์ และแมนโดลินบลูส์
 
          ดุลยสิทธิ์ เป็นคนหนองหารสกลนคร เดินบนเส้นทางดนตรีในฐานะมือกีตาร์วงอัลเทอร์เนทีฟ-ป๊อปร็อก ที่ชื่อ สโตนโซล และออกตามหาหัวใจดนตรีของตัวเองในนาม บลูส์

          สำหรับนักดนตรีที่มาร่วมงาน นอกจากเบิร์ท ไดเวิร์ท (ร้องนำ-กีตาร์-แมนโดลิน) กับ ดุลยสิทธิ์ สระบัว (กีตาร์ไฟฟ้า) ซึ่งเป็นเจ้าของโปรเจกท์แล้ว ก็มี อรุณ เหมือนปรีชา (กลอง), จอห์น ดูลีย์ (เบส), นฤดล สุธีรศักดิ์ (เพอร์คัสชั่น), ปัฐพงษ์ ศรีสมบุญ (กีตาร์) และ Dr. Klui (แฮมมอนด์ ออร์แกน)

          เมื่อปีที่แล้ว เบิร์ท ไดเวิร์ท ได้ออกโซโล่อัลบั้มของเขามาชุดหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า ‘Kid Man Blues’ ซึ่งปกอัลบั้มถ่ายหน้า 13 เธอทีน บลูส์ บาร์ หรือ 13 สามเสน บางลำพู กรุงเทพฯ ในยามที่ฝนกระหน่ำและความเหงาโปรยปรายในเยิรเงาสลัวมัวแสงไฟ นับเป็นช่วงคาบเกี่ยวกับเวลาที่เขาเดินทางมาหาประสบการณ์ทางดนตรีกับนักดนตรีที่มีฝีมือในสายโฟล์คของเมืองไทย และได้ทำงานเพลงไปจากกรุงเทพฯ อย่าง ‘Come Back Baby’ ซึ่งบทเพลงนี้ก็บรรจุอยู่ในอัลบั้ม '13 สามเสน’ ด้วย เป็นบทเพลงดั้งเดิมของ วอลเทอร์ เดวิส นักดนตรีบลูส์รุ่นเก่ากึ๊ก ในปี 2483 พวกเขานำมาตีความเล่นสื่อสะท้อนถึงอารมณ์ของความเศร้าโศกอิดโรยในความรักที่สูญเสียแต่ยังแฝงด้วยความหวังที่จะได้เธอกลับมา

          อีกบทเพลงที่ถูกบรรจุอยู่ทั้ง 2 อัลบั้มคือ ‘Cypress Grove Blues’ บทเพลงที่มืดมนกำสรดของ สคิป เจมส์ ตำนานดนตรีบลูส์ที่ทำงานเพลงนี้ออกมาเมื่อปี 2474 ถูกนำมาตีความและเล่นใหม่ ซึ่งทำได้อยู่ในระดับที่ดีมีความลื่นไหลและแพรวพราวเชิงดนตรี สะท้านโสตด้วยเสียงก้องกังวานสั่นบีบเข้าไปในหัวใจของเรโซเนเตอร์ กีตาร์ หรือโดโบร ผนวกกับอะคูสติกกีตาร์ที่ลอยหลอนอยู่ในบรรยากาศของเพลง สอดประสานไล่ล้อเมโลดี้อย่างสวยงามและบรรจง
 
          สมกับที่เบิร์ทบอกว่า กรุงเทพฯ เป็นที่ซึ่งทำให้แรงบันดาลใจทางดนตรีของเขาร้อนระอุคุขึ้นมาอีกที่หนึ่ง
 
          แน่นอน อัลบั้ม '13 สามเสน’ มีจุดที่นำเสนอคือ ดนตรีบลูส์ ของคน 2 คนที่มาพบกันและเล่นดนตรีด้วยกัน แต่ก็ยังมีความเป็นปัจเจกของแต่ละคนแสดงออกมาอย่างชัดเจน ใน 4 เพลงแรก ก็คือ รสนิยมของเบิร์ท ในการนำเพลงบลูส์ที่มีอิทธิพลต่อตัวเขามาตีความเล่นใหม่ คือ ‘Cypress Grove Blues’, '44 Blues’ และ ‘Come Back Baby’ รวมถึงบทเพลงของเขาเอง ‘Black Nanany’
 
          ส่วนดุลยสิทธิ์ ก็นำรากเหง้าของความเป็นอีสานเหนือแห่งหนองหาร สกลนคร สะท้อนภาพของความเป็นอีสานบลูส์ออกมา ภายใต้อิทธิพลและแรงบันดาลใจของเพลงเพื่อชีวิตสายคาราวาน ซึ่งเคยนำดนตรีโฟล์ค-บลูส์-คันทรี มาใช้ผสมผสานกับดนตรีอีสานจนเกิดเป็นสกุลเพลงเพื่อชีวิตแบคาราวานขึ้นมา รอยทางนี่เห็นชัดเจนผ่านบทเพลง ‘หาบครุน้ำ’ และ ‘เดิน’
 
          รวมถึงนำเพลงเก่าที่มีความหลังกับตัวเขามาร่ายมนต์ใหม่แบบคอนเทมโพรารี่ บลูส์ คือ ‘ดอกไม้ให้คุณ’ ของ สุรชัย จันทิมาธร หรือหงา คาราวาน ซึ่งนำท่วงทำนองเพลงโฟล์คญี่ปุ่นมาอีกทอดหนึ่ง อีกเพลงเป็นเพลงเก่าของวงสโตนโซล ฝีมือการเขียนเนื้อร้อง โดย ทิวา สาระจูฑะ บรรณาธิการนิตยสารสีสัน ชื่อว่า ‘เหงา’ มาตีความใหม่อีกที
 
          อีก 2 บทเพลง เป็นเพลงบลูส์ที่ผ่อนคลายและบรรเลงอย่างรื่นรมย์ ผ่องถ่ายถึงความชิลล์ออกมาได้อย่างสนุกแบบเบาๆ ถือว่าเป็นงานที่ดีที่สุดในอัลบั้มในอีกมิติหนึ่ง ดูเหมือนปลดปล่อยและไม่มีความกดดันของอารมณ์ดนตรีเหมือนเพลงอื่นๆ นั่นคือ บทเพลง ‘อัมพวา’ กับ '13 Samsen’ ที่ฟังเพลินและเพลิดไปกับการดวลดนตรีแบบอารมณ์ดีทว่าจริงจัง
 
          ว่าไปแล้ว อัลบั้ม '13 สามเสน’ ยังไม่มีศูนย์รวมหรือเอกภาพทางดนตรีเท่าไหร่นัก ซึ่งก็ต้องรอความเข้มข้นจริงจังของ ดุลยสิทธิ์ ว่าจะทำงานโซโล่ของตัวเองในแบบอีสานบลูส์ ที่มีบทเพลงระดับเยี่ยมอย่าง ‘หนองหารบลูส์’ เป็นต้นทาง โดยขมวดรวมอารมณ์ดนตรีในแนวทางเดียวกันทั้งอัลบั้ม และฉีกหลุดออกจากสายสกุลเพลงเพื่อชีวิต สู่โหมดดนตรีบลูส์ในอัตลักษณ์ของตัวเองอย่างจริงจังเสียที...
.............................
(หมายเหตุ ’13 สามเสน’ ดุลยสิทธิ์ สระบัว แอนด์ เบิร์ท ไดเวิร์ท (จบ) : มองผ่านเลนส์คม โดย... พรเทพ เฮง  [email protected] )