
แมวไล่จับหนู
แมวไล่จับหนู : มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร
มีข่าวเล็กๆ เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า กสทช.ด้านกฎหมาย ร่วมกับตำรวจกองปราบฯ นำหมายศาลเข้าตรวจค้นจับกุมสถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์ "ทีทีวี" (TTV) ซึ่งแพร่คลื่นออกมาจากชั้นดาดฟ้าโรงแรมใบหยก 2 ถนนราชปรารภ
ทางทางกลุ่มงานการอนุญาตและกำกับวิทยุคมนาคม(คท.) ได้ตรวจสอบพบว่า บริษัทดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ความถี่วิทยุ 650.00 เมกะเฮิรตซ์ เนื่องจากความถี่นี้ไม่อนุญาตให้ใช้งานได้ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ตามแผนความถี่วิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. 2539 โดยความถี่ช่วง 650.00-654.00 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้งาน ณ จังหวัดหนองบัวลำภู
แรกที่อ่านข่าวก็งงๆ เพราะที่บ้านดูช่องทีทีวีได้สองช่อง ช่องหนึ่งฉายหนังจีน และอีกช่องฉายหนังแขก พอสอบถามคนในแวดวงดาวเทียม จึงทราบว่าช่องนี้ส่งสัญญาณออกอากาศผ่านดาวไทยเทียมคมด้วย
อีกอย่างช่องทีทีวี(ในแพล็ตฟอร์มเอ็มวี) เป็นคนละช่องกับสถานีวิทยุโทรทัศน์ไททีวี ที่ดำเนินการโดย บริษัท ไททีวี วิทยุโทรทัศน์ จำกัด ภายใต้สัญญาสัมปทานกับกรมประชาสัมพันธ์
ผมรู้สึกยินดีที่ กสทช.เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ เพราะมันเป็นช่วงเตรียมการจัดสรรคลื่นความถี่ให้อยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน
แต่ผมติดใจในถ้อยแถลงของ กสทช.ที่ว่า การลักลอบส่งคลื่นโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ก่อให้เกิดการรบกวนการประกอบกิจการที่ถูกกฎหมาย จนมีการร้องเรียนเข้ามาถึงสำนักงาน กสทช. และมีการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ขัดกับกฎหมายของ อย. โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ กสทช. และ อย.ได้มีมติในการระงับการเผยแพร่ออกอากาศไปแล้ว
ใช่ครับ! กสทช.ระงับ "ความถี่เถื่อน" แต่ทีวีช่องดังกล่าวยังสามารถออกอากาศผ่าน "ความถี่ถูกกฎหมาย" ได้ ผู้ชมก็เลยไม่รู้สึกว่า เกิดอะไรขึ้นกับช่องทีทีวีที่กองปราบยึดเครื่องส่ง
พูดถึงผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสมุนไพรที่ถูกห้ามเผยแพร่นั้น ผมนั่งดูมอนิเตอร์ทีวีดาวเทียมก็พบว่า สมุนไพรเสริมสมรรถภาพทางเพศผู้หญิงหายไปจากหน้าจอแล้ว แต่ไม่ใช่เกิดจากมติของ กสทช.และ อย. หากแต่เกิดความขัดแย้งในกลุ่มผู้ถือหุ้น จึงมีการแยกวงไปตั้งบริษัทใหม่
นาทีนี้ จึงมีการปูพรมผลิตภัณฑ์สมุนไพรตัวใหม่ทางทีวีดาวเทียมแทน และมีการเปิดทีวีดาวเทียมช่องใหม่ เพื่อโฆษณาสินค้าตัวนี้โดยเฉพาะ
ในเดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้ มีทีวีดาวช่องใหม่ 3 ช่องคือ "ปิ๊งแชนแนล" , "อาร์แชนแนล" และ "ดีดีทีวี" เป็นทีวีขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และสมุนไพรแบบคาบลูกคาบดอกทั้งสิ้น
ผมเคยอ่านข่าวย้อนหลัง ปีที่แล้ว อย.ก็บอกว่า อาหารเสริมผิดกฎหมายยา และผลิตภัณฑ์ที่มีมติร่วมกับ กสทช.นั้น อย.ก็เคยชี้เป้ามาแล้ว แต่ไม่เคยหยุดยั้งการโฆษณาเกินจริงของอาหารเสริมพวกนี้ได้
ผมเสนอว่า กสทช.ด้านกิจการคุ้มครองผู้บริโภค ควรมีทีมงานติดตามทีวีดาวเทียมหรือวิทยุชุมชนอย่างใกล้ชิด อย่าทำตัวเป็น "อำมาตย์ตีนไม่ติดดิน" และชอบเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบอย่างเดียว
อีกอย่างอนุกรรมการด้านคุ้มครองผู้บริโภค ก็ควรตั้งคนที่ดูทีวีดาวเทียม ดูเคเบิลทีวี ฟังวิทยุชุมชน เพราะจะได้มีข้อมูลไปถกกัน ไม่ใช่ตั้ง "คนหน้าเดิมๆ" หรือเอาแต่พวกเดียวกันไปนั่งประดับวงประชุม
บอกตรงๆ ถ้าไม่ปรับวิธีการทำงาน ก็ไม่ต่างอะไรกับแมวไล่จับหนู เพราะแมวขี้เกียจทำการบ้าน แต่อยากเป็นกรรมการโน่นกรรมการนี่
อย่ามัวแก้ตัวว่า เมื่อชาวบ้านไม่ร้องเรียนขึ้นมา เราก็ทำอะไรไม่ได้ หากคิดได้แค่นี้ ก็ลาออกจากตำแหน่งเถอะครับ เสียดายเงินภาษีเดือนละหลายแสนบาท?
.............................
(หมายเหตุ แมวไล่จับหนู : มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)



