
สั่งของหวานที่นิวยอร์กแต่นั่งทานที่กรุงเทพ
สั่งของหวานที่นิวยอร์กแต่นั่งทานที่กรุงเทพ : eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร twitter@nantakwang
คงจะมีสาวกขนมหวานตามโรงแรมอยู่น้อยมาก ที่ชอบของกินประเภทนี้แล้วไม่รู้ว่า “นิวยอร์ก” คือเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องนี้แห่งหนึ่ง
ผมเคยไปอเมริกา 2 ครั้งและจำได้ว่าทุกครั้ง เพื่อนและไกด์ที่มาดูแลจะต้องพาไปทานของหวานตามโรงแรมที่ฮิตๆ ทั้งหลาย และถึงไม่ใช่พวกคลั่งไคล้ของหวาน แต่ผมก็ปากหวานนะครับ เพราะทานกี่ที่ๆ ก็นำมาบอกเล่า ชื่นชมลงสื่ออยู่ทุกครั้งเมื่อมีโอกาส
สักๆ 5 ปีก่อนหน้า เวลาใครจะทานของหวานที่เมนูใหม่ที่โน่น คุณอาจจะต้องรอให้โรงแรมบ้านเราทำมันขึ้นมา แต่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาไม่ต้องแล้ว เพราะตอนบ่ายเพื่อนของคุณ ส่งภาพพร้อมรูปมาอวดว่ากินขนมหวานรองท้องที่นิวยอร์ก
คุณอาจส่งกลับไปตอนเย็นๆ ว่า ฉันก็กินอยู่เหมือนกัน เมนูเดียวกัน รสชาติเหมือนกันเลย
แฟนของคุณถ่ายรูปในห้องลองเสื้อที่ปารีส ส่งมาให้คุณดูเพื่ออิจฉาเล่น เขาอาจหน้าแตกเพราะยีนตัวนั้น กระโปรงตัวนี้ หรือเสื้อตัวไหนๆ ก็อาจแขวนให้ซื้อแล้วที่พารากอน ชิดลมหรือทองหล่อ
พี่น้องคุณถ่ายรูปนิตยสารแฟชั่น หรือแม็กกาซีน hip hip ส่งมาจากอังกฤษ คุณก็อาจแชทกับเขาว่า เออ เราก็กำลังเปิดอ่านอยู่เหมือนกัน (เพราะดูเหมือนจะซื้อก่อนเธอด้วย เมื่อวานนี้
2-3 ตัวอย่างที่ผมยกตัวอย่างมานั้น เกิดขึ้นแล้วกับ “ไลฟ์สไตล์” คนหนุ่มสาวในบ้านเรา โดยไม่ต้องอีก 2 เดือน 4 เดือน เพื่อให้ของนั้นๆ ถูกส่งมาจากต่างประเทศ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะ “โลกของออนไลน์” ทำให้คนทั้งโลกอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน มีสิทธิ์ที่จะซื้อสินค้า กินอาหาร ดื่มไวน์ หรือทำอะไรก็ได้เท่ากันหมด
นี่คือข้อเด่นและด้านบวกของอินเทอร์เน็ต ! (ซึ่งข้อเสียก็มีไม่น้อยหรอกนะ)
อย่างที่คุณทราบและทุกคนรู้ โลกของออนไลน์ทำให้เราเห็นอะไร “พร้อมกัน” ไม่ว่าคุณจะเที่ยว ดื่ม กิน หรือเมาปลิ้นที่ไหน จะใส่เสื้อผ้าสุดฮิป หรือนั่งละเลียดไวน์หวานกับสาวที่ไหน ทุกคนมีสิทธิ์ทำแบบคุณทั้งนั้น
เหล่านี้ไม่ได้เกิดจากกำลังเงินของคุณ แต่มันเกิดจากการที่คุณมีอินเทอร์เน็ตและออนไลน์ เอาไว้ดูว่า โลกที่อื่นๆ เขากำลังทำอะไร ซื้ออะไร กินอะไร
มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกว่า ทำไมของที่วางขายที่มิลาน ถึงวางขายด้วยที่ CTW เสื้อผ้าที่ลองใส่ที่นิวยอร์ก เราก็ลองได้ที่ชิดลม หรืออาหารหวาน ขนมนมเนยตามโรงแรมดังในนิวยอร์ก ที่แต่ก่อนดูแค่รูปในหนังสือของ มาร์ธา สจ๊วต ตอนนี้ มันก็มีอยู่ในกรุงเทพทั้งนั้น
เพราะคนสร้างสินค้าเขาไม่ได้คิดแค่ว่า วางขายที่ไหนก่อน เขาวางขายพร้อมกันทั้งโลก โดยใช้ออนไลน์สื่อสารระหว่างสาขา ใช้ social media ถ่ายรูปส่งกันไปมา เพื่อให้ดูเรตติ้งและความนิยม รวมไปถึงศึกษาไลฟ์สไตล์ที่เกิดขึ้นในแต่ละแห่ง
นี่คือหลักฐานที่ว่า ทำไมถึงเคยมีข่าวว่า แม่กับลูกไฮโซคู่หนึ่งในบ้านเรา ถึงสามารถแต่งตัวด้วยแฟชั่นแบบที่เซเลบในต่างประเทศทำ ทรงผมของดาราคนนั้น เพิ่งทำเสร็จเมื่อวาน แต่บ่ายวันนี้ ฉันก็สามารถมีทรงผมทรงนี้ได้ ด้วยช่างผมที่สยาม เซ็นเตอร์
ถ้าจะมีอะไรที่ร้ายและลบบ้าง สิ่งนั้นเห็นจะเป็นความยากและอุปสรรคที่ผู้ประกอบการและเจ้าของร้านต้องเจอ เพราะเมื่อออนไลน์ คือสะพานเชื่อม การถูกรับรู้ทั้งหมด สิ่งที่ตามมาคือ ความเปลี่ยนความนิยมอย่างฉับไว รวดเร็ว แบบรายวันก็อาจจะเกิดขึ้น
มันเร็วขนาดที่ใครบางคน เคยบอกว่า กลับไปทานขนมหวานร้านเดียวกันที่นิวยอร์ก เมนูที่ฮิตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อาจจะไม่มีคนสนใจในสัปดาห์นี้ เพราะเขามีของใหม่มาให้ลอง(อีกแล้ว)
สิ่งที่น่าเสียดายอยู่บ้างก็คือ อาหาร เสื้อผ้า มือถือ แฟชั่น หนังสือ ดนตรี เราก็สามารถทำตามบ้านเขาได้หมด
ยกเว้นเรื่องความฉลาดของผู้นำประเทศ
อันนี้ เปิดคอมพ์สัก 10 เครื่อง ก็คงจะก๊อปปี้ไม่ได้ (ว่าไหม)
.............................
(หมายเหตุ สั่งของหวานที่นิวยอร์กแต่นั่งทานที่กรุงเทพ : eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร twitter@nantakwang)



